เป็นที่น่าเสียดายว่าผมไม่สามารถอยู่ร่วมเวที "คุณอำนวย" ที่บ้านผู้หว่าน ในวันที่ 18 ได้  เพราะว่าติดภาระกิจที่ต้องไปร่วมประชุมกับเวทีแกนนำชุมชนภาคตะวันออกที่อำเภอแกลงครับ  ผมคงจะได้ติดตามเรื่องเล่าจากเวทีนี้ในโอกาสต่อไป  เบื้องแรกขอขอบคุณ อาจารย์หมอ jj ครับที่นำภาพที่สวยงามมาลงให้สมาชิกได้ชื่นชม  นอกจากท่านเป็นท่านหนึ่งที่ก้าวทะลุกรอบ KM (ถ้าเป็นสำนวนโกวเล้งก็อาจจะกล่าวว่า  "เป็นจอมยุทธ์ที่มีวรยุทธแก่กล้า  ผู้สามารถใช้ทุกอย่างรอบกายเป็นกระบี่ได้") ท่านเยี่ยมยุทธจริง ๆ ครับ  นอกจากนี้ "คนชายขอบ" ก็เป็น "จอมยุทธ" อีกท่านหนึ่งครับ กระบวนยุทธแบบ "ชูแขนแบบไร้แขน" (การประชุมแบบไร้รูปแบบ) ของท่าน ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยนำไปใช้ครับ  ได้ผลดีในกรณีท่านเวทีนั้นไม่ถูกครอบงำด้วย "มายาคติแห่งอำนาจ" ครับ  สำหรับองค์กรแล้ว  อาจจะปลอดจากมายาคติเหล่านั้นค่อนข้างยาก  แต่ในเวทีชุมชนที่ผมมีโอกาสเข้าไปเรียนรู้มักจะพบได้บ่อย ๆ ครับ  ส่วนท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้พูดถึงไม่ใช่ไม่ใช่สุดยอดของจอมยุทธครับ  แต่ผมขออภัยที่จำชื่อท่านเหล่านั้นได้ไม่หมด  รวมทั้งผมนึกไม่ออกว่า "กระบวนท่า" ที่เด่นชัดของท่าน  หากมีโอกาสพบกันอีก  ผมเชื่อว่าผมน่าจะมองเห็นครับ  "โปรดอภัยผู้น้อย  ที่มีตาหามีแววไม่" ต่อไปผมจะได้เล่าเรื่องราวที่ผมมีโอกาสไปร่วมเวทีแกนนำชุมชนภาคตะวันออกสู่ท่านทั้งหลายได้รับทราบครับ  ผมไม่รับรองว่าเป็นการทำ KM หรือเปล่าครับ  เมื่อท่านทั้งหลายได้อ่านแล้ว  ท่านคงจะบอกผมได้ครับ

หลังจากที่แยกจากกันที่บ้าน "ผู้หว่าน" เมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเย็น  ผมกลับมาถึงบ้านพักที่ดอนเมืองประมาณ 3 ทุ่ม  อาบน้ำ กินนม (ผมต้องดื่มนมเปรี้ยวก่อนนอนเพื่อให้ช่วยย่อยครับ เพราะระบบย่อยอาหารผมเสื่อมถอยเนื่องจากการตรากตรำงานกับองค์กรขนาดใหญ่เป็นเวลานาน กว่าจะพบว่าดื่มนมเปรี้ยวช่วยย่อยได้  ก็ใช้เวลาทดลองหลายอย่างครับ)

เกือบออกนอกทางไปนะครับ  ผมเข้านอนประมาณเที่ยงคืน  ตื่นนอนตอนตีสี่ครึ่ง  หลังทำธุระส่วนตัวในตอนเช้าเสร็จ  ผมใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีจึงมาถึงหมอชิตประมาณ 6 โมงเช้า  รถผมออกจากสถานีประมาณ 6 โมงครึ่ง  รถค่อนข้างวิ่งช้าเพราะเป็นรถ ป.2 และต้องจอดพัก 1 ครั้ง จึงทำให้มาถึงแกลงช้ากว่ารถ ป.1 ประมาณ 1 ชั่วโมง  ก่อน 10 โมงเช้าเล็กน้อยผมก็เดินทางมาถึงสำนักงานสถาบันส่งเสริมองค์กรชุมชนที่สามย่านแกลง ด้วยสวัสดิภาพครับ (เหมือนโล่งอกนะ)

การประชุมเริ่มประมาณ 10 โมงเศษ ผมไม่ได้เป็นจุดเด่นของที่ประชุมหรอกครับ  เพราะแกนนำชุมชนที่มาจากจังหวัดอื่นผมไม่รู้จักเลย  ผมก็ได้แต่รับฟังไปเรื่อย  แต่โอกาสก็เปิดเมื่อแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า "ชุมชนค่อนข้างมีปัญญหาในการนำกิจกรรมของชุมชนออกไปสื่อสารกับสังคม" เข้าทางผมเลยครับ  เมื่อมีโอกาสให้พูด  ผมก็เสนอแนะว่า  ตอนนี้ สคส. มีพื้นที่ที่ให้ชุมชนนำกิจกรรมของชุมชนไปเล่าแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  และวิธีการทำก็ง่ายมาก

ในช่วงพัก  ผมหลบไปพิมพ์เป็นใบปลิว 20 ใบ  เพื่อแจกให้กับแกนนำชุมชนท่านอื่น ๆ โดยผมเชื่อว่าอาจจะมีสักประมาณกว่า 10 ชุมชนที่จะมี blog ของตัวเองในการเล่าเรื่องที่ชุมชนทำกัน  เพราะผมสังเกตเห็นว่า  แต่ละชุมชนมีเรื่องเล่า (ความรู้) ที่จะเป็นประโยชน์แก่ชุมชนภายนอกมาก

หลังจากนั้นผมก็หลบไปสาธิตวิธีสมัครเข้าเป็นสมาชิกและทำ blog ให้กับผมสนใจสองคนครับ  ท่านลองเข้าไปดูได้นะครับที่ http://gotoknow.org/asom และ http://gotoknow.org/eastcodi 

นอกจากนี้ผมยังได้นำโมเดลที่ผมเสนอไว้ http://gotoknow.org/archive/2006/04/16/18/09/12/e24101 ก็มีหลายชุมชนที่สนใจโดยเฉพาะ "มหาวิทยาลัยชีวิต" และ "ศูนย์ข้อมูล"

เรื่องเล่าของผมเอาไว้เท่านี้ก่อนครับ  คราวนี้ผมคงจะพอมีเรื่องจะไปแลกเปลี่ยนในเวทีวันที่ 2 พ.ค. ที่ สคส. กับเขาบ้างครับ

แล้วเจอกันวันที่ 2 พ.ค. ครับ