ตอนที่ ๑
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
ตอนที่ ๕
ตอนที่ ๖
ตอนที่ ๗
ตอนที่ ๘

          ผมเอาข้อเขียนของ รศ. ดร. ภาวิช ทองโรจน์ มาเผยแพร่ต่อ โดยไม่ได้มีความเห็นเสริมหรือเพิ่มเติม   เป็นข้อเขียนของท่านล้วนๆ   มีทั้งหมด ๑๐ ตอน

10 อาการที่ทำให้ต้องผ่าตัดใหญ่การศึกษาไทย

โดย ภาวิช  ทองโรจน์


          9. การปฏิรูปการเงินเพื่อการอุดมศึกษา
              ต้นเหตุของความอ่อนแอของอุดมศึกษาประการหนึ่งมาจากระบบการเงินของอุดมศึกษาที่ล้าสมัย เมื่อปี พ.ศ. 2548 เมื่อกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏเริ่มเข้ามารวมอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เราพบความแตกต่างของงบประมาณที่รัฐจัดให้มหาวิทยาลัยแบบฟ้ากับดิน  มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณน้อยที่สุดได้น้อยกว่า 50 ล้านบาท ในขณะที่มหาวิทยาลัยที่ได้มากที่สุด ได้เกิน 5,000 ล้านบาท  เราอาจพออธิบายได้ว่าเพราะมหาวิทยาลัยเหล่านี้มีขนาดและภาระหน้าที่ต่างกัน จึงได้งบประมาณต่างกัน ซึ่งก็พอฟังได้  แต่แท้ที่จริงแล้ว เราไม่มีระบบการวิเคราะห์งบประมาณที่เหมาะสมที่จะส่งผลต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยตามศักยภาพ  การได้มาซึ่งงบประมาณเป็นการที่แต่ละมหาวิทยาลัยติดต่อประสานตรงกับสำนักงบประมาณ  การเพิ่มของงบประมาณแต่ละปีอยู่บนฐานของตัวเลขในปีที่ผ่านๆ มา 


              นอกจากนั้น เรายังมีระบบการจัดเก็บค่าเล่าเรียนที่ไม่ได้มีหลักการใดๆ เป็นพื้นฐาน มหาวิทยาลัยอยากจะเก็บเท่าไรก็อยู่บนความรู้สึกและดูจากตัวอย่างของมหาวิทยาลัยข้างเคียง  ยังพบว่ามีความต่างกันมากระหว่างมหาวิทยาลัยของรัฐและของเอกชน  ภาระที่ตกต่อผู้เรียนจึงไม่เป็นธรรม  เด็กที่เรียนดีที่มักจะมาจากครอบครัวที่พอมีอันจะกินหรือร่ำรวย จะมีโอกาสเข้าเรียนใน มหาวิทยาลัยของรัฐชั้นดีได้มากกว่า ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่า  ในขณะที่เด็กเรียนไม่ค่อยดี ซึ่งมักจะมา จากครอบครัวที่ด้อยทางเศรษฐฐานะ มักต้องพึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนที่เก็บค่าใช้จ่ายสูงกว่า  หรือต้องไปเรียนในโครงการพิเศษในมหาวิทยาลัยของรัฐที่เก็บค่าเล่าเรียนสูงกว่าโครงการปกติโดยหาเหตุผลอธิบายได้ไม่ชัดเจน  เรามีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ยังตอบสนองความต้องการไม่ได้ทั้งหมด และมีระบบการจัดเก็บหนี้ที่ด้อยประสิทธิภาพ  


              ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณและเงื่อนไขเหล่านี้ หากเรายังปล่อยระบบการเงินของอุดมศึกษา (และอาจรวมถึงอาชีวศึกษาด้วย) ยังเป็นอยู่เช่นนี้ การศึกษาของเราก็จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยที่เหนี่ยวรั้งการพัฒนา  ในประเทศที่อุดมศึกษาเจริญทั้งหลาย มักจะมีองค์กรอิสระสำหรับการจัดการการเงินของอุดมศึกษา ซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษา  และมีหลักการการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับ ภาระกิจ คุณภาพ และผลผลิต ของระบบอุดมศึกษาในภาพรวม และของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง