หลังจากเคยเขียนย้อนรอยวันวานของกล้ามะกอก ตอนที่ 1 ก็เงียบหายไปนาน ด้วยเหตุผลต้องทำโครงงานวิจัย, สัมนาและงานเกี่ยวกับการเรียนร้อยแปดประการ เลยลืมไปเลยว่าต้องมาเขียนตอนที่ 2 ต่อ
(ตอนที่ 2)
สิ่งที่ทำให้อยากจะเป็นเภสัชกรนั้นผมไม่รู้หรอกว่ามันเริ่มมีขึ้นมาในความ คิดเมื่อไหร่ แต่ผมคิดว่ามันเกิดจากแรงผลักดัน แรงจูงใจจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผมต้องผลักดันตัวเองให้เป็นเภสัชกรให้จงได้
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็มีแม่ถึงสองคนด้วยกัน คนหนึ่งเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดซึ่งเป็นแรงบันดาลใจทำให้ผมอยากเป็นครู แม่อีกคนหนึ่งซึ่งทำให้ผมมีแรงบันดาลใจอยากเป็นเภสัชกรคือคุณที่อยู่บ้านใกล้เคียงกัน การที่ผมเรียกว่าแม่นั้น จริงๆ แล้วผมติดจากพี่เลี้ยงของผมตอนเด็กๆ และเป็นลูกสาวของป้าที่เรียกว่าคุณป้าว่าแม่ นับจากนั้นผมก็เรียกคุณป้าว่าแม่มาโดยตลอดและผมก็นับถือว่าเป็นแม่ของผมอีก คนหนึ่งเหมือนกัน ผมสนิทสนมกับครอบครัวนี้ชนิดที่เรียกว่าอาจเป็นลูกคนเล็กของบ้านคุณป้าเลยก็ว่าได้
ครอบครัวคุณป้าแตกต่างจากครอบครัวของเราอย่างมาก อาชีพหลักของครอบครัวคุณป้าคือทำเกษตรกรรม บ้านเรือนก็สร้างง่ายๆ โดยมุงหญ้าคา ผนังบ้านเป็นไม้ไผ่สับ ให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้อย่างสบาย พูดง่ายๆ คือกระท่อมเล็กๆ แต่มันเต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัว แต่พอวันเวลาผ่านไปลูกสาวป้าก็แต่งงานออกเรือนไป บางคนก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัดเหลือแต่ลุงกับป้าอยู่กันสองคน ผมยังจำได้เสมอทุกครั้งที่ป้าไปหาหมอที่โรงพยาบาลกลับมามักจะมาตามผมที่บ้าน เพื่อไปอ่านซองยาให้ฟังว่าแต่ละตัวเป็นยาอะไรและกินอย่างไร หน้าที่ผมตอนนั้นก็ทำได้แค่บอกว่ากินอย่างไรและจัดเวลากินยาให้ถูกต้องตรง ตามที่หมอสั่งเท่านั้น ผมไม่รู้หรอกว่ายาชื่อเป็นภาษาอังกฤษเหล่านั้นมันคืออะไร คุณป้ามักบอกเสมอว่าถ้าเรารู้คงจะดีนะ และอยากให้ผมเรียนเก่งๆ จะได้เป็นหมอรักษาคุณป้า แต่ผมปฏิเสธทันทีเพราะผมไม่อยากเป็นหมอ
หลายครั้งหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าผมได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ผมก็จะสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้เช่น
อยู่ๆ คุณป้าก็ปวดแขนขึ้นมาทันทีมีอาการบวมรอบข้อทั้งสองด้าน นานไปก็บวมขึ้นที่หัวเข่า วิธีที่คุณป้าทำอย่างแรกคือไปหาหมอชาวบ้านเพื่อเป่าน้ำมนตร์ให้สิ่งชั่ว ร้ายออกจากร่างกาย หรือบางทีหมอชาวบ้านก็ใช้มีดมาขูดบริเวณที่บวมเพื่อไล่ความปวดออก ผมถามคุณป้าทุกครั้งว่าหายหรือปล่าว คุณป้าก็มักจะบอกว่าเบาลง แต่นานไปมันก็ไม่หายผมก็เลยบอกป้าไปโรงพยาบาลหรือคลินิคเพื่อตรวจอย่าง ละเอียด หมอก็บอกว่าเป็นข้อเสื่อม คุณป้าตกใจและ้ปฏิเสธเสมอว่าไม่จริง จนกระทั่งไปหาอีกท่านคุณหมอบอกว่าเป็นรูห์มาตอยด์ ซึ่งป้าก็ได้กินยาอาการก็ดีขึ้น แต่ตอนนี้ข้อต่อต่างๆ มันก็ไม่เหมือนเดิมไปแล้ว แถมมีอาการปวดซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ซึ่งผมก็กลับมาคิดว่าถ้าผมมีความรู้เรื่องโรคพวกนี้คุณป้าคงจะไม่เป็นอะไร มากแบบนี้ก็ได้
อยู่มาวันหนึ่งเด็กๆ แถวบ้านวิ่งมาบอกว่าคุณลุงปวดท้องเป็นอย่างมากหน้าซีด ปวดท้องไม่หายซักทีคุณป้าก็ไม่อยู่บ้าน สภาพที่ผมเห็นตอนนั้นคือความเจ็บปวดทรมานเหงื่อออกท่วมตัว อ่อนแรง พร้อมกับเสียงอุทานของลุงว่าลุงไม่ไหวแล้ว วันนี้คงจะตายแล้วหละ อันที่จริงก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่ปีลุงก็เคยเป็นแบบนี้ เพราะลุงกินเหล้าไม่ได้ถ้ากินเหล้าก็จะเกิดอาการแบบนี้แต่ครั้งนี้อาการไม่ ยอมทะเลาลงมีแต่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ และครั้งนี้ก็ไม่ได้กินเหล้ามาก่อน ผมไม่รอช้ารีบไปบอกแม่ที่บ้านเพื่อไปส่งลุงไปโรงพยาบาล พอถึงโรงพยาบาลมีพยาบาลเวรอยู่ไม่กี่คน เพราะเป็นวันหยุดราชการ พยาบาลให้นอนดูอาการชั่วโมงกว่าก็ไม่ได้ทำการรักษาใดๆ ก็ให้กลับบ้านพร้อมยาลดกรดสองขวดใหญ่ พอมาถึงบ้านอาการลุงไม่ีขึ้น ผมเริ่มสงสัยว่าจะเป็นไส้ติ่งเพราะเพิ่งเรียนมาว่าไส้ติ่งอยู่ท้องน้อยด้านขวา พอกดลงไปลุงถึงกับร้องเสียงดังขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตำแหน่งอื่นไม่ปวด ผมจึงบอกให้ลูกสาวลุงให้พาลุงไปหาหมอที่ในเมืองซึ่งห่างออกไป 60 กม พอไปถึงหมอก็บอกว่าเป็นไส้ติ่งถ้ามาช้าอีกนิด ไส้ติ่งแตกแน่นอน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมรู้เลยว่าถ้าผมมีความรู้ทางด้านการแพทย์ผมก็ช่วย ชีวิตขึ้นมาได้จริงๆ
ผมได้รับโทรศัพท์จากบ้านขณะผมยังอยู่ที่มหาลัย ตอนผมใกล้จะกลับบ้านว่าคุณป้ามีแผลขึ้นที่หน้าท้อง ซึ่งแม่ก็พูดซะน่ากลัวว่าจะทะลุไปถึงลำไส้แล้วละมั้ง ผมก็วิตกกังวลมากและกลับมาถึงบ้านสิ่งที่ต้องทำสิ่งแรกคือไปดูคุณป้า สิ่งที่ผมเห็นมีแผลติดเชื้อที่ผิวหนังเส้นผ่านผ่านศูนย์กลาง 5 ซม มีหนอง ผมถามป้าว่ารักษาอย่างไร ป้าบอกว่าเอาไฮโดรเยน ล้างแผล และก็ให้หมอชาวบ้านเป่าอีกตามเคย ผมก็อดไม่ได้ที่จะดุป้าว่าทำแบบนั้นทำไมแผลก็ยิ่งติดเชื้อมากขึ้น ทำแล้วก็เป็นมากกว่าเดิมอีก ผมถามว่าทำไมไม่ไปล้างแผลที่สถานีอนามัยหรือโรงพยาบาล คุณป้าบอกว่าไม่มีใครไปส่งหรือถ้าไปหมอคงจะด่าเพราะเป็นนิดเดียว ผมบอกว่ามันไม่นิดแล้วนะ จริงๆ ป้าควรให้หมอล้างแผลแล้วปิดแผลไว้ พอไปทำแผลแผลก็ดีขึ้น หายอย่างรวดเร็ว แถมแอบชมพยาบาลว่าให้ยาดี ทำนองว่าเป็นยาวิเศษทั้งๆ ที่ก็เป็นยาธรรมดาที่มักจะจ่ายกันทั่วไป
คุณป้านับเป็นคนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งแสดงผ่านปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษาต่างๆ มากมายที่ผมไม่ได้นำมาเล่าให้ฟัง และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผมเดินมาถึงจุดนี้ได้ ผมไม่มีวันลืมหรอกครับว่าในวันวานนั้นผมได้พบ ได้ผ่านมากับเหตุการณ์หรือสิ่งกระตุ้นให้คิดกับปัญหาที่เกิดขึ้น คำว่าอุดมการณ์มันไม่ได้เกิดขึ้นภายในวันเดียว แต่มันเกิดจากการหล่อหลอมจากสังคมรอบด้านให้ผมคิดถึงหัวจิตหัวใจของชาวบ้านตลอดเวลา ถึงตอนนี้ผมมีหน้าที่ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด และวาดฝันไว้วันข้างหน้าผมจะได้ทำงานรับใช้ชาวชนบทอย่างเต็มภาคภูมิ