อย่าศึก
การทะเลาะเบาะแว้ง มีมาตั้งแต่สมัยไหน ผู้เขียนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า ทุกวันนี้ ก็ยังมีปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยๆ และบางครั้งคราว ก็ดูเหมือนจะลุกลาม ใหญ่โต
ที่จริงทุกคนที่่เกิดมา ก็ต้องเคยรู้จักการทะเลาะกันมาบ้างแล้ว แปลก ที่ไม่มีใครชอบให้คนในครอบครัวหรือหมู่คณะทะเลาะกัน แต่ก็มักจะหลีกเลี่ยงไม่ค่อยได้ บางทีคนที่เข้าไปห้าม ก็กลายเป็นคู่ทะเลาะ ไปด้วย อย่างไม่ทันรู้ตัว แต่การทะเลาะส่วนมาก ก็จะมี สองฝ่าย ฝ่ายอื่นที่ไม่เกี่ยว ก็มักจะไม่เข้้ามายุ่งด้วย หลีกไปเสียให้ไกล เพราะเบื่อ หรือรำคาญ
ที่สำคัญ คนทะเลาะกัน มักจะไม่ฟังใครเลย ขืนเข้าไป หมายสยบศึก ก็อาจถูก เหมาว่า เข้าข้างอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้จำนวนผู้วิวาท เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ใครคิดจะเป็นผู้ตัดสิน ต้องเป็นกลางสุดๆ มีความหวังดี เมตตา ให้เท่าๆกัน และที่สำคัญต้องมีขันติที่จะเก็บรักษาอารมณ์ไม่ให้พลัดเพริศ ไปกับเรื่องราว และเสียงทีเร้าอารมณ์ ชวนโมโหทั้งสองฝ่ายด้วย
สมัยเด็กๆ ผู้เขียนเอง ก็ทะเลาะกับพี่บ้าง น้องบ้าง ตามประสา พี่น้องที่อยู่รวมกันหลายๆคน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา คุณแม่มักจะเข้ามาอย่าศึก สิ่งแรกก็คือ ให้ทั้งสองฝ่าย หยุดพูดจาว่ากันก่อน จากนั้นก็จะสืบสาวราวเรื่อง การถามทีละคน ถามไปถามมา ประเดี๋ยวก็ได้ความจริง เพราะเรื่องที่ต่างก็แถลงแจ้งมา จะมีจุดหนึ่ง ที่เป็นจุดประกายให้ทะเลาะกัน เช่นอาจเป็นการหยอกล้อ ด้วยถ้อยคำ ที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการ หรือเป็นจุดด้อย และหรืออาจเป็นการแย่งข้าวของ เครื่องเล่น ต่างๆเป็นต้น เป็นสาเหตุที่น่าหัวเราะมากกว่า จะโกรธ ถ้านำมาเล่าในวันนี้
เมื่อรู้เหตุผลแล้ว คุณแม่ก็จะไกล่เกลี่ย หรือถ้าใครผิดบ่อยๆ เดิมๆ ก็อาจถูกหวดด้วยไม้เรียว จำได้ว่า ขณะที่แม่ตีคนหนึ่ง อีกฝ่ายต้องนิ่ง จะมายักคิ้วหลิ่วตา เยาะเย้ยไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่า ผิดทั้งคู่ และโดนตีทั้งคู่นั่นแหละ
หลังชำระความเสร็จแล้ว ก็ปล่อยตัวไป คุณแม่ยังแอบสังเกตอีก ว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาวุ่นวายด้วยไหม เป็นธรรมดา จะต้องมีผู้มาสอบถาม และก็เป็นธรรมดา คู่กรณีก็จะมีความอยากเล่าเรื่องทะเลาะกันให้ให้คนอื่นฟังอีกครั้ง คราวนี้ จะมีการเพิ่มเติมบ้าง ส่งเสียงไปให้ถึงฝ่ายตรงข้ามบ้าง ทั้งนี้เพื่อเรียกร้องขอความเห็นใจ ซึ่งไม่นาน การทะเลาะเบาะแว้ง ก็จะเริ่มกันอีกครั้ง
ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน คุณแม่จึงก่อนที่จะปล่อยคู่ทะเลาะกลับไป ก็จะประกาศว่า
ห้ามใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว กับเรื่องของสองคนนี้นะ และห้ามพูดเรื่องที่ทะเลาะกันอีกด้วย ถ้าไม่เชื่อ จะโดนตีกันทุกคน
มาวันนี้ ผุ้เขียนได้มาทบทวนดู ช่างเป็นความฉลาดรู้เท่าทัน ของคนสมัยก่อน มีทั้งวิธีการจัดการ และป้องกันเหตุลุกลามของการทะเละเบาะแว้งกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ทำให้ไม่นาน เราก็หายโกรธกัน มาพูดคุย มาเล่นกันใหม่สนุกสนาน ลืมเรื่องราวที่ขุ่นข้องหมองใจเสียสิ้น ทั้งนี้เพราะไม่มีใครมาคอยกล่าวถึง ให้ปวดแปลบหัวใจนั่นเอง
ที่จริงการทะเลาะเบาะแว้ง ก็ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไร สำหรับคนสองคน และที่ยังต้องคบหากันต่อไป อยู่ที่การจัดการข้อยุติ เป็นสำคัญ
วิธีการของคุณแม่ดีจังนะคะ..ขอนำไปใช้บ้าง
บทกวีของนักเขียนซีไรต์ท่านหนึ่ง... เขียนไว้อย่างน่าฟัง ผมจำได้ไม่หมด แต่น่าจะประมาณนี้ นะครับ
เธอเข้าใจฉันบ้างในบางสิ่ง
สิ่งทุกสิ่งก็ดูจะมีค่า
ฉันเข้าใจเธอบ้าง บางเวลา
เวลาทุกเวลาก็ดูจะเบิกบาน
....
สวัสดีค่ะ พี่รุ่ง ก็รักกัน เลยเลิกทะเลาะกันค่ะ กลับมาเหมือนเดิม เพรารักจึงอภัยค่ะ
รักและคิดถึงค่ะ
รักนะ ตัวเอง..
อิอิ..
ทะเลาะกันทำไม ในเมื่อยังต้องอยู่ด้วยกัน
เมื่อจะมีเรื่องเดินหลีกๆไปดีกว่า..ยอมเป็นคนขี้แพ้คงไม่เสียหายเท่าไหร่
ถ้าเราไม่ผิด..เดี๋ยวเขาก็มาแกล้งทำดีกับเราเอง
จริงไหม
ส่วนหนึ่งคงขึ้นกับมุมมองด้วยค่ะ ถ้ามองเป็นเรื่องธรรมดาเหตุการณ์นั้นก็จะผ่านไปด้วยดี เพราะเป็นธรรมดาที่คนเราจะคิดไม่เหมือนกัน ต้องการไม่เหมือนกัน ยิ่งเรามีเป้าหมายของการอยู่ร่วมกันเพื่อความสุขสงบแล้ว เราก็จะไม่ยึดติดกับอะไร ผ่านมาก็ผ่านไป ย่อมให้อภัยกันได้
สวัสดีค่ะคุณadd
ยินดีเลยค่ะ
ที่นำมาเล่านี้ ก็เพื่อทบทวนตัวเอง
และเวลาเห็นคนทะเลาะกัน
ก็จะทำให้มองเห็นไปไกลว่า
เรื่องราวจะลุกลามหรือไม่
ทั้งนี้เพราะดูสถานการณ์รอบๆตัว
ด็พอจะประเมินได้
เขาเรียกว่า กองเชียร์ค่ะ
เชียร์ที่ให้เรื่องราวใหญ่โต
หรือยุติลง ก็ได้ทั้งนั้น
สวัสดีค่ะคุณอ.แผ่นดิน
จริงทีเดียวค่ะ
ความเข้าใจกัน
ไม่เคยทำลายใคร
อาราณ์ที่คนทะเลาะกัน
แล้วเข้าใจกัน
ช่างมีค่าจริงๆ
มันอิ่มอกอิ่มใจ
และความนับถือต่อกันก็มีมากขึ้นด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ♥.paula ที่ปรึกษาตัวน้อยแต่~natadee✿
นั่นซิค่ะ
คนทะเลาะกันไม่ได้หมายความว่าเกลียดกันสักหน่อย
บางครั้งก็แสนรักด้วยซ้ำ
ต้องรอหายหายโมโหก่อนนะ
จึงจะง้อกันได้
ระหว่างนั้นขอเพียงอย่าไปต่อความย่าวก็แล้วกัน
สงบๆ ประเดี๋ยวก็ดีเอง
สวัสดีค่ะคุณ "เอื้อง...แสงเดือน ~natadee"
คำนี้เลยค่ะ
ต่อให้ทะเลาะเบาะแว้งขนาดไหน
ถ้าอีกฝ่ายยอมใช้ปิยะวาจา
แบบนี้
รับรองคนโกรธก็แทบอยากจะวิ่งเข้ามกอดเลยค่ะ
แต่กว่าจะ เอ่ยปากได้ มันช่างยากเย็นเหลือเกินนะคะ
ยิ่งโตก็ยิ่งพูดยากขึ้นเป็นลำดับ
สวัสดีค่ะเกษตรยะลา
เป็นวิธีการเลี่ยงการทะเลาะที่เยี่ยมมากๆ
เดินหนีไปซะ
แต่ระหว่างเดินก็ต้องไม่บ่นงึมงำนะคะ
เดี๋ยวจะพาลเข้าใจผิดเพิ่มเติม
เพราะได้ยินไม่ถนัด
ดังนั้นคนเงียบได้เปรียบที่สุดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอิงจันทร์
ยิ่งคุณอิงจันทร์พูดแบบนี้
ยิ่งคิดถึงแม่
ทำไมแม่ไม่โกรธที่ลูกทะเลาะกัน
และไม่เคยเข้าข้างใครด้วย
ก็คงเพราะรักลูกเหลือเกิน
จนมองเห็นแต่ความน่าเอ็นดู
ที่จริงเวลาพี่น้องทะเลาะกัน
พอห่างกันไป จึงรู้ตัวว่า
เราคิดถึงกันมาก
ไม่ได้ผูกใจเจ็บอะไรกันเลย
การทะเลาะในวัยเด็ก มีการเรียนรู้
และหาวิธีการปรับตัวเองได้เสมอ
สวัสดีค่ะคุณนิตยา จรัสแสง
การให้อภัย
เป็นความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
คนที่ปรารถนาความสงบสุข
จึงไม่ต่อความยาวสาวความยืด
ทะเลาะแล้วมีวันจบ
ใจก็ผ่องใสไม่เก็บกดให้คุกรุ่นตลอดเวลา
พอเวลาเนินนาน
ก็คิดวิธีการให้อภัยไม่ออก
น่าสงสารจัง
สวัสดีค่ะคุณเพ็ญศรี(นก)
เป็นคำสรุปของการยุติการทะเลาะเบาะแว้งที่ดีเชียวค่ะ
ทุกอย่างดีค่า และต้องดีจริงๆ