ประสบการณ์อันล้ำค่ากับทุน AFS-JENESYS 08


ประสบการณ์อันล้ำค่ากับทุน AFS-JENESYS 08

ประสบการณ์อันล้ำค่ากับทุน AFS-JENESYS 08 

 

         สวัสดีค่ะ  ดิฉันชื่อ นางสาว บวรรัตน์ สอนชู  นักเรียนชั้น ม. 5/5   ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา  ดิฉันได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนระยะสั้นโครงการ  AFS-JENESYS 08  ณ ประเทศญี่ปุ่น  ระหว่างวันที่ 4-18 ธันวาคม 2551  โครงการนี้  จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับ AFS  7 ประเทศ คือ ไทย,ออสเตรเลีย,นิวซีแลนด์,อินโดนีเซีย,อินเดีย,มาเลเซีย และฟิลิปปินส์      AFS-JENESYS  เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เยาวชนในทวีปเอเชีย ได้ศึกษาเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น และส่งเสริมให้เกิดความใจอันดีที่นำไปสู่การสร้างสันติภาพในโลก (แต่จริงๆแล้วคณะคนไทย 66 คน เดินทางวันที่ 8 เนื่องจากติดปัญหาสนามบิน  เลยอดเที่ยวตามเมืองต่างๆในช่วง 4 วันแรก)

     ดิฉันใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงถึง Narita Airport(ถึงจะเล็ก แต่ใช้ประโยชน์คุ้ม ไม่เหมือนบางประเทศ)  จากนั้นคณะของเรา จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม เพื่อแยกย้ายไปสมทบกับชาติอื่นโดยกลุ่มของฉันเดินทางไปที่ Kyoto พักที่นั่น 1 คืน  วันรุ่งขึ้นเดินทางไป Host Community โดยดิฉันขึ้นบัส J(da best bus ever)  ร่วมกับเพื่อนคนไทยอีกสองคน ซึ่งเพื่อนต่างชาติทุกคน ให้การต้อนรับเราสามคนดีมาก ชวนเล่น ชวนคุยตลอดราวกับว่าสนิทกันมาเป็นปี  ดิฉันได้ไปอยู่เมือง Fukui กับเพื่อนๆอีก 6 ชาติ (ชาติละหนึ่ง ยกเว้น Aus. มี4 คน) กับครูอีกหนึ่งคน จาก Aus.

    Host Family ที่ไปอยู่ด้วยคือ 西浦(Nishiura) มีสมาชิก 4คน คือ Masae (คุณพ่อ),Youko (คุณแม่), Aoi และ Nozomi  ตลอดเวลาที่ดิฉันใช้เวลาอยู่กับ Host Family  ถึงมันจะเป็นเวลาอันสั้น  แต่ครอบครัว Nishiura ก็ได้ทำให้ เด็กสาวไทยผู้พลัดถิ่น(ระยะสั้น) ได้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้จริงๆ  เพราะทุกคนดีกับดิฉันเหลือเกิน  ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็นการพาดิฉันไปเล่น Ice Skating  พาไปกินปลา SABA  ต่อด้วยซูชิ  แล้วก็ร้านหนังสือการ์ตูน

    Host School  ที่ดิฉันกับเพื่อนๆไปเรียนคือ Takefu Higashi HS  ทุกวันๆดิฉันต้องออกจากบ้านเวลา 7:00  เพื่อไปขึ้นรถไฟ แล้วก็ต่อรถบัส  ถึงโรงเรียนเวลา 8:30 น   ที่โรงเรียนมีเรียนวันละ 8 คาบ คาบละ 50 นาที (เสียงกริ่งหมดคาบเหมือนของเราเป๊ะ) มีเวลา 5 นาทีให้เดินเปลี่ยนคาบ  จากนั้นจะไม่มีนักเรียนอยู่นอกห้องเรียนให้เห็นอีก  โดยทุกเย็นจะมีการเข้าคลับทำกิจกรรม  ดิฉันไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าร่วมชั้นเรียนของโรงเรียนมากนัก  ส่วนใหญ่จะอยู่ในชั้นเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยกันเอง  โดยทาง Chapter จะมีการจัดพาพวกเราไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกโรงเรียน เช่นทัศนศึกษาโรงงานในเขต Fukui  ทำขนมโมจิ      ตลอดเวลาที่อยู่โรงเรียนดิฉันเห็นได้ชัดเลยว่า เด็กญี่ปุ่นเก่งภาษาอังกฤษน้อยกว่าเด็กไทย  แต่ความพยายามที่จะพัฒนามีมากกว่าเราเยอะ  พยายามพูดกับดิฉันตลอด   ถึงบางคนจะวิ่งเข้ามา Hello แล้วก็วิ่งหนีไป(นี่ชั้นน่ากลัวเหรอ)  แต่ก็จะกลับมาพูดกับดิฉันอีกจนได้     วันสุดท้ายที่ดิฉันอยู่ที่ Chapter  มีการจัดงานเลี้ยงให้  โดยที่งานนี้  ดิฉันได้พบกับ เด็กAFS ระยะหนึ่งปี สามคนจาก USA, Norway และ ประเทศไทย   ส่วนตอนบ่ายก็ไปชอปปิ้งกับเพื่อนๆ 

วันต่อมาเป็นวันที่เราต้องร่ำลา Host Family  แล้วกลับไปรวมตัวที่ Tokyo  จากนั้น ก็ไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่างๆ นั่งเรือล่องแม่น้ำผ่านใจกลางกรุงโตเกียว  และแล้ววันสุดท้ายที่ญี่ปุ่นก็มาถึง  วันนี้เป็นวันที่พวกเรามีกิจกรรมร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย  เราเรียกมันว่า AFS FESTIVAL  จัดขึ้นที่สนามแข่งขันซูโม่ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น(ประมาณเมืองทองธานีบ้านเรา)โดยทุกชาติจะต้องแสดงการแสดงประจำชาติของตัวเอง  ประเทศไทยเราได้แสดงระบำร่ำเปิงลำปาง และเซิ้งกระติ๊บข้าว  ซึ่งได้รับคำชมเป็นอย่างมาก  ที่งานนี้จะเป็นที่ที่เราจะได้เจอเพื่อนบางชาติเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับ เพราะพักคนละโรงแรม ทำให้มีการร้องไห้เกิดขึ้นมากมาย  และแล้ววันรุ่งขึ้นเป็นวันที่พวกเรา 66 ชีวิตต้องบินกลับมาตุภูมิ  ประเทศไทยเป็นประเทศที่สองที่ต้องออกจากโรงแรม  ต่อจากฟิลิปปินส์  ซึ่งดิฉันมีเพื่อนจาก Aus และ NZ  ลงมาส่ง  ซึ่งตอนแรกดิฉันคิดว่าจะไม่ร้องไห้อีก  แต่เห็นหน้าเพื่อนแล้วมันอดไม่ได้จริงๆเพราะเวลาที่เรามีด้วยกันมันช่างน่าจดจำเหลือเกิน  ก็เลยมัวกอดกันแน่นอยู่ตรงนั้น  จนกระทั่งโดนเร่งว่าอาจจะขึ้นเครื่องไม่ทันก็เลยต้องยอมขึ้นรถไปสนามบิน

    ดิฉันต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนในการช่วยให้ดิฉันได้รับโอกาสดีๆอย่างนี้ในชีวิต  ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ได้สอนสั่งดิฉันมา(อยู่นู่นต้องใช้ทุกวิชาจริงๆ)  และโดยเฉพาะอาจารย์ สุพร บรรจงที่สละเวลา มาติวสอบสัมภาษณ์ให้

    การไปญี่ปุ่นครั้งนี้เวลาช่างสั้นนัก  แต่ก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ต่างๆมากมายโดยเฉพาะเรื่องการให้อภัย  เพราะเวลาที่อยู่กับเพื่อนมีบ้างที่บางคน เห็นไม่ตรงกับคนอื่นหรือทำอะไรที่คนอื่นรับไม่ได้  พวกเราก็ต้องท่องว่า Things are not right or wrong, they are just different.  เพราะถ้าเราเข้าใจว่า สิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่เขาทำได้อย่างถูกต้องในสังคมของเขา เราก็พร้อมที่จะให้อภัยและเรียนรู้มัน  ปัญหาก็ย่อมไม่เกิด เหมือนคำของ AFS ที่ว่า   UNDERSTANDING OTHERS, WE CAN MAKE  PEACE.

            

            

            

            

           

           

            

                  

หมายเลขบันทึก: 243513เขียนเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2009 16:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:20 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (24)
มุขรินทร์ ศุภชวโรจน์

สวัสดีคะพี่บวรรัตน์ สอนชู มุกกี้ปีนี้ได้รับทุน jenesys เพื่อเดินทางในวันที่ 3-17 ธันวาคม 2552 พอดีได้อ่านประสบการณ์ของพี่ มุกกี้ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม ๕ หวังว่าจะได้รับประสบการณ์ดีๆ เหมือนพี่เช่นกัน ไม่ทราบว่าวันสุดท้ายที่มีการแสดง เขาให้นักเรียนไทยแสดงพร้อมกัน หรือว่าแล้วแต่ว่าจะจัดชุดการแสดงอย่างไร หรือว่าต้องซ้อมในวันที่เข้า camp ในไทยคะ หวังว่าจะได้รับคำตอบจากพี่นะคะ

what is your email adress

มุกกี้

โอ้โห ยอดมาก น้องเป็นคนเก่งและรู้จักคิดจริงๆค่ะ

พี่เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการระยะสั้น AFS,Jenesys เหมือนกัน

แต่เป็นรุ่นที่หนึ่งค่ะ รุ่นแรกเลย ตอนนี้ก็เรียนมหาวิทยาลัยแล้วล่ะ

ได้อ่านประสบการณ์ของรุ่นน้องแล้วระลึกถึงความหลังจังเลย

เป็นโครงการที่ดีมากๆ ขอให้น้องเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ดีนะคะ

ติดต่อพี่ก็ได้นะ kira_banban@hotmail.com

ช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะ ว่ารับสมัครตอนไหน แล้วจะดูรายละเอียดที่ไหนได้ เพราะลองเข้าไปดูที่เว็บ afs แล้วไม่เห็นมีโครงการนี้เลย (อาจจะหาไม่เจอเอง) ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

* คาดว่าเจ้าตัวคงจะติดต่อไปแล้วมั๊งคะ  ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะคะ  ที่เข้ามาเยี่ยมชม  
* การประกาศรับสมัครทุน AFS,Jenesys จะประกาศรับสมัครและดำเนินการคัดเลือกหลังจากการสอบคัดเลือกเยาวชนไปศึกษาแลกเปลี่ยนฯ ระยะเวลา ๑ ปี  ทุกปีจะเป็นช่วง กรกฎาคม แต่ปีนี้อาจจะขยับเพราะโครงการอื่นๆก็เลื่อนเข้ามา 
* หากรู้กำหนดแน่นอนจะมาแจ้งให้ทราบนะคะ  รอสักระยะหนึ่งนะคะ  
            

                                       

สุดยอดเลยค่ะพี่ หนูก็ได้ข่าวโครงการนี้มาเหมือนกัน

ก็อยากไปสอบเหมือนกันค่ะ (ข้อสอบยากมั๊ยอ่ะคะ แล้วเราต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยรึเปล่า มีคนสอบเยอะหรือเปล่าคะ)

หนูดูจากเว็บ AFS ปีนี้ได้ไปแค่ 56 คนเอง

ปล. ได้ข่าวว่าค่าครองชีพที่นั่นสูง ที่พี่ไปพี่ใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปเท่าไหร่เหรอคะ

30 หนู EVE จ๊ะ
 
* คงต้องตอบแทนพี่ฝันไปก่อน  ปีนี้พี่เขาเป็นน้องใหม่รัฐศาสตร์จุฬา ค่ะ
* ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นสูงจริงๆค่ะ  เมืองโตเกียวได้แชมป์สูงที่สุดในโลก  แต่การเข้าร่วมโครงการฯนี้  ฟรีหมดค่ะ   ยกเว้นจะซื้อของฝากไปให้ครอบครัวอุปถัมภ์หรือซื้อกลับมาฝากแฟนคลับชาวไทย
* สอบข้อเขียนวันที่ ๑๑ ก.ค. ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิต กรุงเทพฯ  หากผ่านต้องไปรับการสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง....   ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาญี่ปุ่น   แต่หากพูดได้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ  อาจส่งผลให้เราดูดีขึ้นเล็กน้อย   บุคคลิกลักษณะ -ท่าทาง- ปฏิภาณไหวพริบ เป็นสิ่งสำคัญมาก  วัฒนธรรมไทยสามารถใช้เป็นสื่อที่เสริมให้เราดูโดดเด่นและดึงดูดความสนใจต่อคณะกรรมการฯ แต่ควรปรับให้เข้ากับตัวตนของเรา  รีบเร่งพัฒนาให้เหมาะสม   ก็ยังทันอยู่นะจ๊ะ 
 * ถึงแม้ว่าอัตราส่วนในการแข่งขันจะค่อนข้างสูง  แต่ไม่ควรท้อถอย  พยายามให้มากๆ  
 * ขอเป็นกำลังใจให้ได้ไปญี่ปุ่นนะคะ
                              
                                                          
                                                            

ขอบคุณค่ะพี่ ที่แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับน้องๆ หนูกำลังจะสอบเดือนหน้านี้ค่ะ 11 ก.ค. ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ไม่ทราบว่าจะมีจำนวนผู้สอบมากแค่ไหน หนูอยู่ ม.3 ค่ะ อยากให้พี่แนะนำเกี่ยวกับข้อสอบค่ะ ยากเหมือน AFS 1 ปี รึเปล่าคะ และมีเฉพาะภาษาอังกฤษรึเปล่าคะ

ขอบคุณมากค่ะ

30น้องฌันจ๊ะ
     * สถิติปีที่แล้ว  มีผู้สมัครสอบ ๒๐๐๐ กว่าคน แต่มีผู้เข้าสอบประมาณ ๑๓๐๐ คนค่ะ 
     * ปีนี้ยังไม่หมดเขตสมัคร...ส่งใบสมัครได้ภายในวันที่ ๒ กค. (ถึงสำนักงานเอเอฟเอสประเทศไทย)  ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษล้วนค่ะ   คงยากพอสมควรมังคะ..เพราะต้องคัดให้เหลือ ๕๖ คน 
     * พยายามให้เต็มที่นะคะ!

                                                                     

ยากก็ยากเถอะ เดี๋ยวผมจะสอบติดให้ดู nutthawut s.

30 คุณผู้ไม่แสดงตนครับ
   
                             *** เต็มที่เลยครับ เชียร์-เชียร์  ***   
                                   
                                                  

พี่ค่ะ ~

หนูอยากรู้ว่า jenesys รอบข้อเขียนเนี้ย เขารับกี่คนอ่าค่ะ

เผื่อไว้สัมภาษณ์รึป่าว ?

หนูตื่นเต้นมากเลย >< วันอังคารประกาศผลแร้ว

*รบกวนตอบหน่อยน้าค๊า ~

30หนู KAT จ๊ะ
 
   * ประกาศผลข้อเขียนไปเรียบร้อยแล้ว ๑๒๒ คน  คงคัดตัวจริงเอาไว้เท่าจำนวน ๕๖ คน และน่าจะเผื่อสำรองไว้เล็กน้อย(มั๊ง)
   * สรุปแล้วชื่อหนู KAT ติดไหมเอ่ย? หากผ่านข้อเขียนก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ  เวลารับการสัมภาษณ์ก็พยายามสื่อความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตนให้ประจักษ์ แต่หากยังไม่ผ่านข้อเขียนปีหน้าลองใหม่ดีไหม ( เผื่อคุณสมบัติยังได้อยู่) ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

                                                     

คือหนูสอบข้อเขียนผ่านแล้วน่ะค่ะ แต่เครียดเรื่องสอบสัมภาษณ์มากเลยค่ะ ไม่เคยไปสอบที่ไหนมาก่อน ความสามารถพิเศษก็ไม่มี ไม่เคยไปแข่งหรือทำอะไรที่ไหนเลยค่ะ หนูควรจะเตรียมตัวอย่างไรดีค่ะ จะมีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นกับเค้าบ้างไหมค่ะ

30 หนู NuP...จ๊ะ
 
  * ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ  หนูเก่งมากเลยนะเนี่ย
  * การสอบสัมภาษณ์นั้น  สิ่งหนึ่งที่สำคัญพอๆกับการใช้ภาษาสื่อสารได้คล่องแคล่ว  คือปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม  หนูต้องแสดงให้เขาเชื่อมั่นว่า   หนูมีความรู้-ความสามารถในการไปปฏิบัติหน้าที่คล้ายกับฑูตวัฒนธรรมได้  สามารถปรับตนเองในสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี  เป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี  มองโลกในแง่บวก....และให้ความสำคัญต่อส่วนรวม  ควรปรับบุคลิกภาพให้ดูดี-มีความมั่นใจและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ... สำหรับความสามารถพิเศษลองสำรวจตนเองว่าเรามีความถนัดในด้านไหนและสามารถทำสิ่งใดได้ดี  อาจจะไม่ใช่เรื่องการรำไทย  การเล่นดนตรีไทยก็ได้  อย่างเช่น การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ การพับกระดาษ   การร้องเพลง  การเล่นมายากล การทำอาหารไทย -ขนมแบบไทยๆ ลองขอให้ใครช่วยฝึกฝนเพิ่มเติมก่อนไปรับการสอบสัมภาษณ์  ก็น่าจะทันอยู่นะคะ....   หากจนมุมจริงๆ ต้องใช้ความสามารถที่มีอยู่ในตนเองออกมานำเสนอให้น่าสนใจที่สุด แบบเป็นธรรมชาติ  แต่ห้ามคิคุอาโนเนะ นะจ๊ะ  อ้อ....อาจหยิบภาพกิจกรรมที่เป็นผลงานที่หนูภูมิใจสัก ๒-๓ ภาพไปนำเสนอให้คณะกรรมการฯได้ดูบ้างก็ได้นะจ๊ะ  (ไม่ต้องหอบไปเป็นแฟ้ม) ที่แน่ๆ ไม่ใช่ถามคำ-ตอบคำ  บางคำตอบอาจขยายความที่ส่งผลให้เราดูดีและมีความสำคัญมากขึ้น  ก็ต้องอาศัยจังหวะและโอกาส
  *
ขอให้ได้ไปญี่ปุ่นสมใจนะจ๊ะ !

                                                                

                                                           

อยากจะขอถามด้วยคนได้มั้ยคะ

คืออยากทราบว่า jenesys นี่แบ่งเป็น 2 รุ่นหรอคะ

หรือว่า ปีนี้มีแค่รุ่นเดียว

แล้วก็อยากถามด้วยว่าสัมภาษณ์ยากมากมั้ยคะ

ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะคะ

30หนู Vick จ๊ะ

  * ทุน AFS-JENESYS ไปญี่ปุ่นนั้น ๑ ปีมีแค่ ๑ รุ่นค่ะ....เป็นโครงการให้ทุนต่อเนื่อง ๕ ปี  ปีนี้น่าจะเป็นปีสุดท้ายนะคะ(หากจำไม่ผิด)  และอาจมีทุนจากโครงการอื่นๆ มาทดแทน  สำหรับการสัมภาษณ์ตอบให้แล้วด้านบนนะคะ  คำว่ายาก  หมายถึงสิ่งใดยากจ๊ะ  แน่นอนว่าสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ....แต่คาดว่าผู้ที่ผ่านข้อเขียนล้วนมีทักษะทางด้านภาษาไม่ต่างกันมากนัก  แต่ความโดดเด่นด้านการตอบที่แสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบ-ความฉลาดเฉลียว  การปรับตน-การแก้ไขสถานการณ์ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญที่คณะกรรมการจะพิจารณาลงมติคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการฯ (อ้อ....คำตอบควรเป็นด้านบวกด้วยนะจ๊ะ)    
   * พยายามต่อไปนะคะ ! がんばってね!

                     

ดีใจด้วยครับที่ได้รับทุน อยากได้รับทุนแบบนี้บ้าง

แต่ว่าคงแก่เกินไปแล้ว อิอิ

Pอาจารย์โสภณคะ

   ***  ไปเองดีกว่ามังคะ....  ยกทุนนี้ไปส่งเสริมให้ผู้ที่ไม่มีโอกาสดีกว่ามังคะ  อิอิอิ ! ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชม ***

                                                      
                                                          
                              
                 

ยินดี ดีใจด้วยนะคะ  แล้วเล่าประสบการณ์ให้ครูอ้อยอ่านด้วยนะคะ  พร้อมรูปด้วย ครูอ้อย ขอมากไปหรือเปล่า

ขอบคุณมากค่ะ

P พี่ครูอ้อยคะ
 
    *** เด็กได้ไปค่ะ ....ส่วนPually หมดสิทธิ์ เพราะเขาไม่พิจารณาผู้ประสานงานเขตฯ ค่ะ  ว่างๆ จะโม้เรื่องอื่นให้ฟังนะคะ ....อิอิอิ!  ขอบคุณพี่ครูอ้อยค่ะ ***

                                                         

สนุกมากใช่ม้า พี่เคยไปเเหละ เปนรุ่นเเรกเจเนซิส

เห็นน้องเขียนเเล้วคิดถึงญี่ปุ่นขึ้นมาเลย ^___^

ปีนี้จะมีโครงการนี้อีกไหมเอ๋ยค่ะ?

มอสามสอบได้ป่าวค่ะเนีย แต่จะ15แล้วอ่ะ พี่ช่วยตอบหน่อยนะ

สอบได้เฉพาะม.ปลายนะ

www.afsthailand.org (รายละเอียดอยู่ขวาล่างของหน้า)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง