น้ำหมักชีวภาพ ลดต้นทุน

  นายกอเดร์  บากา  อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 5  ตำบลบาละ อำเภอกาบัง  จังหวัดยะลา  เป็นสมาชิกกลุ่มไม้ผลบ้านแยะใน  มีอาชีพการทำสวนยางพาราและรองลงมาคือสวนไม้ผล  ปัจจุบันนี้การทำสวนของเราจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับการซื้อปุ๋ยมาใช้ในสวนเป็นส่วนใหญ่  ดังนั้นจึงคิดว่าทำอย่างไรดี ที่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ยได้ สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกันจึงมานั่งคุยกันว่าเราน่าจะมีการรวมกันเพื่อทำปุ๋ยน้ำหมัก เพื่อใช้ในสวนของเราเอง เพราะกลุ่มเราก็ได้รับการอบรมในเรื่องการทำปุ๋ยมาตั้งหลายครั้งแล้วเราน่าจะทำได้  เพราะถ้าหากเราทำอุปกรณ์ (ถังหมัก)ของกลุ่มก็มีอยู่แล้ว (ได้รับจากโครงการของเกษตร)  ซึ่งจะตั้งถังหมักไว้ที่อาคารเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน โดยในการทำจะใช้สูตรน้ำหมักสูตรฮอร์โมนผลไม้  เป็นส่วนใหญ่  วัสดุที่นำมาทำก็ใช้วิธีการเก็บจากตลาดนัด (ของที่เขาทิ้งแล้ว) โดยในหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียงมีตลาดนัดแทบทุกวัน  เก็บรวมๆกันไว้หลายๆวันก็มีเศษผักและผลไม้พอที่จะทำปุ๋ยน้ำหมักได้ สารเร่ง พ.ด. 2 ก็ได้มาจากพัฒนาที่ดิน (แจกฟรี)  หลังจากนั้นสมาชิกกลุ่มจะมาช่วยกันทำ พอเป็นปุ๋ยน้ำหมักที่สามารถนำไปใช้ได้แล้ว ใครมีความต้องการที่จะใช้ปุ๋ยก็สามารถมาเอาไปใช้ได้เลย  ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้กับสวนลองกอง (เนื่องจากหมู่บ้านนี้มีสวนลองกองมาก)  ซึ่งใช้แล้วก็ได้ผลดีและเป็นการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องปุ๋ยได้ (ลืมบอกว่าในการหมักจะต้องมีการคนปุ๋ยน้ำหมักทุกวัน กลุ่มจะมีการแบ่งคนรับผิดชอบในแต่ละวันแต่ส่วนใหญ่แล้วผมจะเป็นไปคนแทบทุกวันเพราะอยู่ใกล้บ้าน)โดยจะขอแนะนำการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ สูตรฮอร์โมนผลไม้  ดังนี้

ส่วนประกอบ

- เศษผักหรือผลไม้ ได้แก่ มะละกอ  ฟักทอง  กล้วยน้ำว้า  ชมพู่  สับปะรด                               40  ก.ก

- กากน้ำตาล   10  ก.ก.

- พ.ด. 2     1  ซอง

- น้ำสะอาด  10  ลิตร

วิธีทำ

-          ละลาย พ.ด.2  1  ซอง  ในน้ำ 1 ถัง (10 ลิตร)  คนให้เข้ากันประมาณ 15 นาที (โดยต้องคนตลอดเวลา)

-          หั่นผลไม้ทั้งหมดเป็นชิ้นเล็กๆ (หั่นทั้งเปลือก)  ถ้าหั่นยิ่งเล็กมากยิ่งดี  เพราะจะมีการย่อยสลายได้เร็ว

           - นำผลไม้ที่หั่นแล้วมาคลุกกากน้ำตาลให้เข้ากัน

           - จากนั้นเท พ.ด.2 และผลไม้ที่คลุกกากน้ำตาลแล้ว ลงในถังหมักและคนให้เข้ากัน  (อาจมีการเติมน้ำเพิ่มลงไปอีกได้ถ้าหากดูแล้วว่าแน่นเกินไปไม่สามารถคนได้)

          - หมักไว้ประมาณ 15 -21 วัน ก็สามารถนำมาใช้ได้

<h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt;"> </h2> <h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt;">                                  เทคนิคการทำที่ทำให้ปุ๋ยน้ำหมักสามารถใช้ได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการการย่อยสลายของเศษพืชผัก โดยเฉพาะการสับเศษผักและผลไม้ จากที่เคยทำมา ได้ทดลองเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการสับเศษพืชผักละเอียด และไม่ละเอียด  การย่อยสลายจะต่างกัน คือการสับละเอียดจะสลายเร็วกว่าทำให้สามารถนำปุ๋ยน้ำหมักไปใช้ได้เร็วกว่า </h2> <h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 1in;"> ปุ๋ยน้ำหมักนอกจากจะช่วยในการเติบโตของพืชแล้ว การทำปุ๋ยน้ำหมักยังเป็นการช่วยไล่แมลงศัตรูพืชในสวนเราด้วย ยกตัวอย่างการทำปุ๋ยน้ำหมักที่ทำจากสะเดา  และ ขี้เหล็ก ทั้ง 2 ชนิดนี้หมักแล้วสามารถนำไปใช้ฉีดพ่นในสวนผัก เป็นการลดการการใช้สารเคมีได้อีกด้วย </h2> <h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 1in;"> มีคนเคยบอกว่าปุ๋ยน้ำหมักมีกลิ่นเหม็น การทำก็ยุ่งยาก แต่ถ้าเราลองทำดูเราจะรู้ว่าการทำปุ๋ยน้ำหมักที่จริงแล้วมีกลิ่นหอมมากกว่ากลิ่นเหม็น ( หอมเงินที่เก็บไว้ โดยไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยไง )อยากให้ทุกคน ได้ลองทำดู แล้วจะรู้ว่าลดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย </h2> <h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 1in; text-align: right;">  นายกอเดร์  บากา เกษตรกร  เล่าเรื่อง </h2> <h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 1in; text-align: right;"> อริยพร  เซ่งซิ่ว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร บันทึก </h2> <h2 class="MsoNormal" style="margin: 0in 0in 0pt;"> </h2>