แต่มีสาระสำคัญยิ่ง ที่แสดงถึงจุดยืนและหลักการในการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ระหว่างมนุษยชาติที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกัน

            ในตะวันออกกลางมีภูเขาที่สำคัญ 4 แห่งคือ (1) ภูเขาอรารัตในตรุกีตะวันออก ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่จอดของเรือศาสดาโนอา(ศาสดานุฮ์) หลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก (2) ภูเขาซีนายในคาบสมุทรซีนาย ซึ่งศาสดามูเซส(มูซา) ขึ้นไปรับบัญญัติ 10 ประการ บนยอดเขาลูกนี้ (3) ภูเขาโมรีอาฮ์หรือภูเขาไซออนในปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเยรูซาเล็มและวิหารโซโลมอน (4) ภูเขาทาเบอร์ในปาเลสไตน์เช่นกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านศาสดาอีซา(เยซู)ถูกยกขึ้นสู่สถานที่เหมาะสมอันเร้นลับ(ฟากฟ้า-และนาซาจึงอยากจะขึ้นให้ได้ด้วย เพราะอาศัยตามความเชื่อนี้) ตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ส่วนชาวคริสเตียน เชื่อว่าท่านถูกตรึงไม้กางเขนที่นี่

            ภูเขาซีนายนั้นถูเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ภูเขาโฮเรบ หรือภูเขาโมเซส ณ.ภูเขาแห่งนี้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของศาสนายูดายคือโบสด์เซนต์แคเธอรีนและต้นไม้เพลิงที่โมเซส(มูซา)ขึ้นไปรับบัญญัติจากพระเจ้า

            โบสถ์เซนต์แคเธอรีน ตั้งอยู่บนหน้าสามเหลี่ยมระหว่างทะเลทรายอัล อัลติฮ์ อ่าวสุเอซ และอ่าวอะกอบา อยู่สุงกว่าระดับน้ำทะเลราว 2637 เมตร

            ในฐานะที่ภูเขาซีนายมีความเกี่ยวข้องกับท่านศาสดามูซา(โมเซส) ซึ่งเป็นศาสดาที่ทั้งศาสนายูดาย(ยิว) คริสเตียน และอิสลาม ให้การยอมรับ สถานที่แห่งนี้ จึงมีความสำคัญต่อทั้งสามศาสนาที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน

            ในปี ค.ศ.330 จักรพรรดินีเฮเลนาแห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ได้สั่งให้สร้างโบสถ์เล็กๆขึ้น เพื่ออุทิศให้พระนางมารี(มัรยำ) ณ.จุดของต้นไม้ที่โมเซส(มูซา) ขึ้นไปรับบัญญัติจากพระเจ้า

            ในปี ค.ศ. 372-374 เอเธเรีย สตรีสูงศักดิ์ ชาวสเปน ได้มาเยี่ยมที่นี่ และได้สร้างโบสถ์ขึ้นอีก บนยอดเขาซีนาย หรือยอดเขาโฮเรบ และหลังที่สามสร้างขึ้นเพิ่ม ณ.จุดของต้นไม้ที่ท่านศาสดาโมเซส(มูซา) ขึ้นไปรับบัญญัติจากพระเจ้า ทำให้อาณาบริเวณของโบสถ์มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสวนและแหล่งน้ำที่สมบูรณ์

            ในศตวรรษที่ 5 บริเวณภูเขาซีนายแห่งนี้ มีจำนวนนักแสวงบุญมากขึ้น รวมทั้งบรรดาผู้สละโลกที่มาตั้งหลักแหล่งอาศัยอยู่รอบๆโบสถ์เป็นการถาวร จากการขยายตัวดังกล่าวทำให้นักบวชร้องขอความช่วยเหลือไปยังจักรพรรดิ์จัสติเนียนแห่งไบแซนไทน์ ซึ่งได้สร้างโบสถ์ที่มีความสำคัญขึ้น โดยสร้างติดกับกำแพงที่มีความแข็งแรงเพียงพอ โบสถ์นี้เองคือที่รู้จักกันในนาม เซนต์แคเธอรีน

            ท่านศาสดามุฮัมมัด แห่งอิสลาม ได้ส่งสาส์นไปยังบาทหลวงโบสถ์เซนต์แคเธอรีนที่ภูเขาซีนาย ซึ่งโบสถ์แห่งนี้เป็นอารามเก่าแก่ของศาสนาคริสต์ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดที่ศาสดาโมเซส(มูซา) ขึ้นไปรับบัญญัติจากพระเจ้า เมื่อ 3,300 ปีมาแล้ว

            สาสน์ดังกล่าวระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน สิทธิพิเศษ รวมทั้งการให้เสรีภาพชาวคริสต์ในการปฏิบัติศาสนกิจ การแต่งตั้งผู้พิพากษาของตนเอง รวมทั้งการครอบครองทรัพย์สินต่างๆ ได้รับการยกเว้นเข้าร่วมกองทัพ และสิทธิที่ได้รับการปกป้องในภาวะสงคราม

            สาส์นถึงโบสถ์เซนต์แคเธอรีน แม้ว่ามีความยาวไม่มากนัก แต่มีสาระสำคัญยิ่ง ที่แสดงถึงจุดยืนและหลักการในการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ระหว่างมนุษยชาติที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกัน

            มันก็เหมือนละครแหละครับท่าน พอมาถึงตอนสำคัญ เนื้อที่หมด ต้องเอาไว้ตอนหน้าแต่รับรองว่าไม่นาน ผมอยากเห็นความรักความเข้าใจ จึงนำประวัติศาสตร์ตรงนี้มาเสนอ ครับ