ผมเดินทางขึ้นเหนือในครั้งที่สอง จุดหมายของเรายังเป็นที่เชียงรายเช่นเดิม ครั้งนี้พาพี่น้องอาจารย์จาก สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้าร่วมเดินทางเข้าพื้นที่ด้วยรวม ๔ ชีวิตพร้อมกับผม

สี่หนุ่มสถาบันพระปกเกล้า- - - life is journey

ด้วยความถนัดในพื้นที่ชาวดอยแบบผม ก็ได้หน้าที่ผู้ประสานงานไปอีกหนึ่งตำแหน่ง ความสนใจหลักเรามุ่งไปที่ กลุ่มชาติพันธ์ อาข่า และลีซู  ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ “บ้านลีซูดอยล้าน” ใกล้ดอยวาวี โดยมี คุณวิวัฒน์ ตาหมี่ หนุ่มใหญ่ชาวลีซูเป็นเจ้าของบ้านคอยให้รายละเอียดและอำนวยความสะดวก

 Dscf4359     Dscf4349

คุณวิวัฒน์ ตาหมี่

(ผู้ประสานงาน กลุ่มชาติพันธุ์ลีซู) Navigator ในครั้งนี้
 

ระยะทางบนดอย จำเป็นต้องใช้พาหนะที่ลุยได้  ก่อนที่เราจะเดินทางไปเชียงราย ได้ติดต่อรถเช่า ผมเลือกเอารถ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ขอแบบกึ่งซิตี้  และให้สะดวกกับการเดินทางทั้งทางราบและทางบนดอย  ทางบริษัทรถเช่าแนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน โดยทางบริษัทจะนำรถมารอรับเราที่สนามบินเชียงราย เมื่อเห็นรถและสมรรถนะแล้วไม่ผิดหวัง

Dscf4355

หลังจากที่ลงเครื่อง พวกเราพากันไปที่ ร้านกาแฟ จุดนัดพบเดิมทีเราต้องแวะทุกครั้งที่ไปเยือนเชียงราย “ร้านกาแฟดอยช้าง” เพื่อนั่ง "ทบทวนภารกิจ" ก่อนที่จะลงพื้นที่ พร้อมกับ ชี้แจงรายละเอียด พร้อมประเด็นทั้งหมดที่เราจะเข้าไปเรียนรู้ในพื้นที่ ที่นี่เองเรานัดพบ คุณวิวัฒน์ ที่นี่ด้วยเมื่อทุกอย่างพร้อม เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง โดยก่อนขึ้นดอยต้องหาซื้อเสบียงกันก่อน ทั้งอาหารและของฝากสำหรับผู้เข้าร่วมเวทีบนดอย

Dscf4432

ระยะทาง จาก อ.เมืองเชียงราย  จนถึง บ้านลีซูดอยล้าน ไม่ไกลมาก เดินทางประมาณ ๖๐ กม. ทางบนดอยอาจจะลาดชันบ้าง ที่ระดับความสูงประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ทางออพโรด ทำให้บรรยากาศการเดินทางไม่น่าเบื่อ ระหว่างก็เพลิดเพลินไปกับดอกไม้ป่าสวยๆ ตามราวป่า (ดอกเสี้ยว) และพักผ่อนถ่ายภาพกับวิวสวยๆริมทาง งานนี้มีแต่นายแบบครับ

Dscf4375

จากปากทาง อ.แม่สรวย จนถึงดอยล้าน เป็นถนนเลียบเขา ประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตรก็ถึงจุดหมาย เส้นทางสะดวกสบาย แดดจัดแต่กลับไม่ร้อนอย่างที่คิด ...

และจากดอยล้าน ไม่ไกลจากที่นี่ เราก็ไปถึงดอยวาวีได้ โดยไม่ไกลนักเช่นกัน มีทางลัดประมาณ ๖ กม. แต่เส้นทางยังลำบาก เป็นถนนดินแดง ผมคะเนจากรถเราที่ขับแล้ว ไปได้สบายมาก อีกทั้ง พขร.มือ ๑ ของเรา (อ.ศุภณัฐ) ก็ยังยิ้มสู้ ทำให้ พขร.มือ ๒ แบบผมไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือบ้าง...ถนนค่อนข้างลำบากเลยทีเดียวครับ เราค่อยๆวิ่งไปแบบช้าๆ ไต่ระดับชั้นความสูงของเส้นทางภูเขาไปเรื่อยๆ

ผมเคยมาเป็นวิทยากรกระบวนการให้กับ สำนักวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงโครงการหลวง ที่วาวี มาครั้งหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ที่นั่นก็ค่อนข้างคุ้นเคยกันดี ทางคุณแขกจากโครงการหลวงเชียงใหม่ได้ประสานไปยัง คุณแซมและคุณหนึ่ง (จนท.โครงการหลวงที่วาวี) ว่าผมและคณะจะเข้าไปเยี่ยมถึงสำนักงาน...ผมตั้งใจว่าจะนำทีมงานไปเยือนพื้นที่ธรรมชาติ สวยๆที่วาวี ที่นี่สวยมาก อากาศดี ที่สำคัญมีดอกไม้สวยๆ วิวภูเขาที่น่าประทับใจ หากเรามาเยือนวาวีช่วงปลายธันวาคม เราก็จะสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ คือ ช่วงที่ดอกซากุระเมืองไทย(นางพญาเสือโคร่ง) บานสะพรั่งไปทั่วขุนเขา หนึ่งปีมีครั้งเดียว ครับ

จริงๆแล้ว ประเด็นของพื้นที่ที่นี่นอกจาก ทุนทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ผมมองว่า การอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่นี่ ทั้ง ชาวอาข่า ลาหู่ และลีซู ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่แน่ว่าการเดินทางไปเชียงรายในครั้งต่อไป วาวี น่าจะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ผมและทีมงานควรที่จะเข้ามาเรียนรู้ในกระบวนการ การจัดการความขัดแย้ง กระบวนการแก้ไขปัญหาท่ามกลางความหลากหลาย ที่วาวี

Dscf4409

ที่วาวี ...มีจุดชมวิวที่สวยงาม เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ภูเขา หมู่บ้านขาวเขา แบบ ๓๖๐ องศา และดอกไม้เมืองหนาวที่นี่สวยงามแปลกตา ใบเมเปิลสวยๆ  และดอกไม้ที่ผมตั้งใจจะนำมาให้ชมก็คือ  ท้อดอก ที่ปลูกไว้ชมดอก  ผมชอบกลีบดอกที่อ่อนหวาน หลายชั้นของเธอครับ สวยแปลกตา และที่สำคัญหาชมยากครับ ส่วนใหญ่ดอกท้อก็จะมีชั้นเดียว

บันทึกนี้ตั้งใจจะนำเข้าสู่การเรียนรู้ ในพื้นที่ บ้านลีซูดอยล้าน  อ.แม่สรวย จ.เชียงราย  แต่ก็เขียนบรรยาย บรรยากาศภาพการเดินทางจนละเอียด แต่นี่ก็เป็นธรรมดาของรูปแบบการเขียนของผมครับ การเดินทางก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่มีความสุข กับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ผมยินดีอย่างยิ่งและมีความสุขที่จะแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ให้กับทุกคน

 


 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๒๐ ก.พ.๕๒

นนทบุรี