เมื่อวาน (18 กุมภาพันธ์ 2552) ได้มีการประชุมคณะวิทยากรจากกลุ่มโรงเรียน กลุ่มละ 3 คน 19 กลุ่ม เพื่อชี้แจงให้เข้าใจถึงแนวทางการเข้าค่ายธรรมะ
ผมได้กำหนดแนวทางการเข้าค่ายธรรมะไว้กว้างๆ ว่าการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมผู้เรียนด้วยการศึกษาแนวพุทธที่เน้นโยนิโสมนสิการ จากกิจกรรม Active learning
โดยให้แต่ละกลุ่มโรงเรียนคิดกิจกรรมActive learningที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียนให้สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก ไม่ไปยึดติดรูปแบบของพระ
เมื่อจัดกิจกรรมครบทั้ง 19 กลุ่มแล้ว ผมก็เชิญทั้ง 19 กลุ่ม มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 1 วัน ว่าในแต่ละกลุ่มมีนวัตกรรมใดบ้าง ในการเข้าค่ายธรรมะ
จากแนวดำเนินการดังกล่าว มีทั้งข้อดี และ ข้อจำกัดครับ
ข้อดี
1. คุณครูหลายท่าน เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว
2. คุณครูหลายท่าน มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าค่ายธรรมะด้วยกิจกรรม Active learning
3. หลังจากออกจากที่ประชุมมา มีการประชุมกลุ่มย่อย ผมได้ยินคณะทำงานกลุ่มย่อยพูดถึง Active learning อยู่หลายครั้ง
4. ในส่วนนี้ ผมถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ครับ แต่
ข้อจำกัด
1. หลายท่านยังมึนงง และ สงสัย เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับActive learning
2. หลายท่านพอจะเข้าใจ แต่บอกว่าหาวิทยากรไม่ได้
3. บางท่านบอกว่า ให้เขตทำหลักสูตรมาให้เลย ให้ทำเหมือนๆกัน และ ให้ส่งวิทยากรไปด้วย
4. งานนี้ มีการไม่เห็นด้วยจากบางท่านครับ
ข้อจำกัดดังกล่าว เกิดจาก
1. แนวคิดที่ว่า ค่ายธรรมะ เป็นเรื่องของพระ โยนภาระไปให้พระทั้งหมด ครูไม่ต้องคิด ไม่ต้องทำอะไร
2. ไม่คิดว่าตัวครูเอง ก็สามารถจัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมให้เด็กได้
3. ชอบสูตรสำเร็จ ชอบรูปแบบที่ตายตัว
4. ยังยึดติดรูปแบบของพระ
5. Active learningผมได้ลองยกตัวอย่างกิจกรรมบางกิจกรรม คุณครูบอกว่า “เหนื่อย ทำไม่ไหว”
ผมเลยบอกที่ประชุมไปว่า
1. ผมเชื่อว่าคุณครูทุกท่าน สามารถทำค่ายธรรมะได้
2. ผมไม่ต้องการสูตรสำเร็จที่ทำอะไรเหมือนๆกัน ผมชอบความหลากหลายภายใต้เอกภาพเดียวกัน นั่นคือ ต้องการให้แต่ละกลุ่มโรงเรียน คิดนวัตกรรมขึ้นมาเอง
3. ท่านไหนทำไม่ได้ หรือ ไม่มั่นใจ ให้โทรศัพท์มาสอบถามได้ ผมให้เบอร์โทรไปในที่ประชุม
4. หลังจากนี้ไป คงรอฟังเสียงโทรศัพท์
5. และเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย ตามคำเชิญของกลุ่มต่างๆ
6. กลุ่มไหนจัดอย่างไร ผมจะเข้าเยี่ยมชมทุกกลุ่มครับ
7. ต่อไป คงมีข้อมูลของแต่ละกลุ่ม มาเล่าให้ฟัง
8. ผมลืมบอกไปว่า ค่ายธรรมะ นอกจากพัฒนาเด็กแล้ว ผมต้องการพัฒนาครูด้วยครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับท่านรอง อย่าลืมนำมาแบ่งปันกันทางบลอกบ้างนะครับ "ลปรร" ขอบพระคุณล่วงหน้า ครับ
สวัสดีครับท่านรองฯ ชื่นชม ให้ทั้งครู ทั้งเด็กเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน ขอให้ประสบความสำเร็จครับ
สวัสดีครับท่านรอง
ธรรมนอกจากพัฒนาเด็กแล้ว ต้องพัฒาครูด้วย และพัฒนานักคิดอีกต่างหากครับท่าน
จะนำมา ลปรร อย่างแน่นอนครับ
ผมชอบตรงนี้ครับ
นอกจากพัฒนาเด็กแล้ว ต้องพัฒนาครูด้วย
ชอบตรงนี้มาก ต้องพัฒนานักคิด
ขอบคุณมากครับ
แนวคิดดีมากค่ะ น่าจะนำไปใช้กับวิชาชีพอื่นๆด้วยค่ะ
เป็นกิจกรรมที่ดีมากมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจ
สวัสดีครับ
ประเด็นนี้ดีมากครับ
- ครูผู้สอนหรือบุคลากรจะต้องเข้าถึงพุทธธรรมหรือเป็นแม่แบบที่ดีให้กับลูกศิษย์ได้
- ครูผู้สอนที่สนใจและเข้าถึงธรรมะมีจำนวนมากน้อยแึค่ไหนในสภาพปัจจุบัน ? ...
- พัฒนาตนเองไปด้วยเรื่อย ๆ ปีนี้เข้าถึง 1% ปีหน้า 10% เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้พุทธธรรม ทำนองนั้นครับ
ผมกำลังมืดๆ อยู่ เจอท่านอาจารย์ ช่วยชี้ทางสว่างได้มากครับ
ขอบคุณครับ