ยามใกล้เที่ยงวันวันนี้ในมอทักษิณบรรยากาศสบาย ๆ เพราะอยู่ในช่วงปิดการเรียนการสอน ส่วนมากเหล่าคณาจารย์ก็มักแวะเวียนมาเจอกันได้ถามไถ่สาระสุขทุกข์ของกันและกัน วันนี้ผมเลยถือโอกาสเชิญชวนเพื่อนคณาจารย์ในภาควิชาไปกินข้าวเที่ยงวันกันข้างนอกมหาวิทยาลัย
ผมขับรถเองแล้วให้เพื่อน ๆ บอกทางนะแล้วเรากินกันไปคุยกันไปการคุยกันเล่น ๆ อย่างนี้ละอาจจะเป็นเรื่องที่ปฏิบัติจริงในอนาคตก็เป็นได้ อย่างหนึ่งที่เราคุยกันคือช่วงก่อนเปิดภาคเรียนหน้านี้เราคงได้ไปแสวงหาความรู้ในสายวิชาประวัติศาสตร์โดยไปชมสิ่งจริงของจริงกันละอาจจะเป็นประเทศแถวเพื่อนบ้านของเรานี่เอง
พอกินกันเสร็จแล้วก็กลับมาประชุมคณะกรรมการหนึ่งชุดพึ่งเสร็จไป ชีวิตคนเราก็เท่านี้ละนะ มีเข้ามีออกมีการให้มีการรับมีการได้มีการเสีย ถ้าเราได้มาอย่างเดียวแล้วไม่มีออกก็ผิดปกติไปนะผมว่า
อย่างเราได้เงินเดือนมาแล้วนี่ไม่ยอมจ่ายเลยแล้วจะเอาเงินไปไว้ที่ไหนละ เหมือนเรากินข้าวเข้าไปในพุงแล้วมันไม่ยอมออกมาละเราจะเป็นอย่างไง
ผมว่าคนเราอย่าทำตัวให้เป็นคนมีอารมณ์ค้างอย่าไปเก็บกักอะไรไว้จงปลดปล่อยมันออกมาให้เป็นไปตามธรรมชาติจะสะอาดอารมณ์สมใจนึกนะ...อิ อิ อิ.
สวัสดีค่ะ
* มาอิอิค่ะ
* ได้เงินแล้วไม่ใช้จ่ายแล้วจะเอาเงินไปไว้ที่ไหนล่ะ...น่าคิดนะคะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
โอ้โห พูดตรงใจที่สุดครับ
ผมเป็นประเภทไม่ค่อยเก็บอารมณ์ซะด้วยสิครับ อิอิ
เก็บบ้าง ใช้บาน สุขใจได้ถ้าไม่ประมาทนะคร๊าบบ
เรากินข้าวเข้าไปในพุงแล้วมันไม่ยอมออกมาละเราจะเป็นอย่างไง
ก็พุงป่อง พุงกลมๆ เช๊ฟไม่ สะเดนเดอร์ (เขียนถูกหรือเปล่านะ..)
น่า....... เก็บไว้หน่อยๆ ก็ได้ อย่าให้เน่าก็พอ แหม....... อาจารย์คะ ให้กำลังใจคนที่ยังคิดช้ากว่าคนอื่นๆ บ้างเถิดนะคะ........ อิ อิ อิ
สวัสดีครับ นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
อิ อิ อิ
ลองคิดสักนิดนะ เพื่อได้แบ่งปันความสุขจากการให้นะนี่
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ คุณ adayday
ความไม่ประมาทเป็น ปัจฉิมวาจาของพระพุทธองค์เลยนะนี่
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ ใบไม้
อิ อิ อิ
นึกถึงเรื่องเล่าที่เพื่อน ๆ หัวเราะเสร็จหมดแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่า เพื่อนให้สะกิด เขาจะได้หัวเราะด้วยนะ ...
ขอบคุณครับผม