เทคโนโลยีสมัยใหม่    ไม่ว่าเทคโนโลยีด้านการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเลคทรอนิกส์  ห้องสมุดอิเลคทรอนิกส์ และอื่น ๆ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพ  โดยเฉพาะการศึกษา  ทั้งในระบบ  นอกระบบและตามอัธยาศัย และช่วยยกระดับการศึกษาเป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคนได้เป็นอย่างดี

 

     จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน ICT ได้เข้ามามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเรา  และเกี่ยวข้องกับระบบงานต่างๆมากมายทั้งในทางตรงและทางอ้อมแต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลให้ ICT เข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษา

       ปัจจัยที่ส่งผลให  ICT เข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรง  คือ  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ   โดยเฉพาะหมวดที่เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ดังนี้

 

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติหมวดที่เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

 

                     มาตรา๖๓รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่สื่อตัวนำ  และโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่ จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์วิทยุโทรคมนาคมและการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อใช้ประโยชน์      สำหรับการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัยการทะนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมตามความจำเป็น

                    มาตรา๖๔รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียนตำรา

หนังสือทางวิชาการสื่อสิ่งพิมพ์อื่นวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น   โดยเร่งรัดพัฒนาชีพความสามารถในการผลิตจัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั้งนี้โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

                    มาตรา๖๕ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการ

ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

                    มาตรา๖๖ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาชีพความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะ  ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

                    มาตรา๖๗รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการพัฒนา

เทคโนโลยีเพื่อการศึกษารวมทั้งการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย

                    มาตรา๖๘ให้มีการระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

จากเงินอุดหนุนของรัฐค่าสัมปทานและผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐภาคเอกชนและองค์กรประชาชนรวมทั้งให้มีการลดอัตราค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อการพัฒนาคนและสังคมหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการผลิตการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

                      มาตรา๖๙รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผน

ส่งเสริมและประสานการวิจัยการพัฒนาและการใช้รวมทั้งการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

 

                  สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ปฎิรูปการศึกษา พ.ศ. 2542   มีอยู่   4 ประเด็นหลัก  คือ ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้    ครอบคลุมการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และ ตามอัธยาศัย   ขยายโอกาสและสร้างความเท่าเทียมกัน      พัฒนาหลักสูตรและเนื้อหาที่มีคุณภาพเหมาะสมกับท้องถิ่น    ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้สื่อและเทคโนโลยีโดยเฉพาะในรูปแบบของ e-learning อยู่ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ครูทุกคนจึงจำเป็นต้องหาความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์เทคโนโลยีมาสู่สื่อการสอนด้วย

                   อย่างไรก็ตาม ถึงจะหาทางรับมือกับเทคโนโลยีได้ในระดับหนึ่ง ก็ยังมีประเด็นสำคัญที่ทั้งโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง ตลอดจนเด็กนักเรียน ต้องคำนึงถึงเกี่ยวกับการเข้าถึงสื่อเพื่อการศึกษาในรูปแบบอื่นๆ ในยุคแห่งการแข่งขันเสรีอยู่ด้วย

สื่อและเทคโนโลยี การศึกษา กับการพัฒนาการศึกษาไทย

                 เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง งานที่จัดขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือผู้เรียนให้เจริญงอกงามตาม ความสามารถ ช่วยให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้ารวบรวมประเมินค่าและประยุกต์สรรพความรู้ทั้งมวล จนสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้สอนและผู้เรียน

 

                   ดังนั้นสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพ จึงไม่ใช่เพียงผู้ช่วยครูในฐานะเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ แต่ยังหมายถึงกระบวนการในการพัฒนาศักยภาพทุกด้านของผู้เรียนอีกด้วย

                วิวัฒนาการของระบบงานสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาในทุกประเทศทั่วโลกล้วนเริ่มต้นมาจากห้องสมุด ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมแหล่งความรู้จากสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย จนเมื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าขื้น งานโสตทัศนศึกษา จึงก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งรูปแบบ หลังจากนั้นขอบเขตของสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาก็ขยายวงมากขึ้น จนมีลักษณะเป็นสื่อประสม (Muliti-media)

                  นับแต่ทศวรรษ 1960 การศึกษาได้พัฒนารูปแบบไปอย่างหลากหลาย สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปด้วย นำสู่การเรียนการสอนในสาขาใหม่คือ เทคโนโลยีการศึกษา (Instructional Technology) ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ประยุกต์ระหว่างการวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การนำไปใช้และการประเมินปรับปรุง เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินควบคู่ไปกับสื่อและเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างกลมกลืนและเกิดประโยชน์สูงสุด จนทำให้หลายๆสถาบันการศึกษาตั้งหน่วยงานเพื่อการทำงานด้านสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาอย่างจริงจัง โดยใช้ชื่อแตกต่างกันไป อาทิ ศูนย์โสตทัศนศึกษา ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ สำนักวิทยบริการ และศูนย์นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น


                   e-learning เป็นการศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต หรืออินทราเน็ต เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วยข้อความ รูปภาพ เสียง วีดีโอ และมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน web browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคนสามารถติดต่อปรึกษา และเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้ เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่อสาร ที่ทันสมัย (e-mail, webboard, chat , etc.) จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ Learn for all anyone, anywhere and anytime”

                     ด้วยเหตุนี้ เมื่อกล่าวถึงสื่อและเทคโนโลยี เพื่อการศึกษาในยุคนี้แทบทุกคนจึงนึกถึง e-learning เป็นอันดับแรก

                 แม้ความหมายของ e-learning จะเอื้อให้ทั้งเด็ก และ ครูเกิดการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา แต่ในทางปฎิบัติ การเรียนรู้มิได้เกิดขึ้นง่ายดายปานนั้น

                 ปัญหาของการใช้เทคโนโลยีและสื่อทันสมัยในการเรียนการสอนจากโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อุปกรณ์ไม่เพียงพอ มีราคาสูง ขาดงบประมาณ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร เพื่อนครู และชุมชน ขาดแคลนสื่อเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ และปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เป็นตัน และปัญหาจากบุคลากร ได้แก่ ความรู้สึกกลัวเทคโนโลยี รู้สึกเป็นภาระขาดบุคลากรที่มีความรู้ หรือ แหล่งพัฒนาความรู้ ไม่สามารถบูรณะการเทคโนโลยีเข้ากับหลักสูตรที่มีอยู่ได้ และการจัดทำเนื้อหาที่ไม่ทันต่อเทคโนโลยี      เป็นต้น

บทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย

 

       บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศในโลกปัจจุบัน ในอนาคตอันใกล้นี้ คอมพิวเตอร์คงเข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของเราไม่มากก็น้อย ไม่ว่าเราจะอยากรู้จักโดยตรง หรือไม่ก็ตาม เช่น   การซื้อสินค้า ตามตลาด ปัจจุบันนี้ร้านค้าเกือบทุกร้านจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในการทอนเงิน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้นจะอยู่ในรูปของ เครื่องคิดเลข เครื่องทอนเงิน หรือแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง ความรวดเร็วและความแม่นยำ ของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ระบบงานคล่องตัวและรวดเร็ว เช่น การเก็บ คงคลังสินค้า เมื่อมีการนำสินค้าเข้ามาเก็บ การนำสินค้าออกจำหน่าย สินค้าคงเหลือ สินค้าเสียหาย เป็นต้น นอกจาก นี้เรายังสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้ว่า สินค้า ล็อทนี้ นำไปจำหน่ายที่ใด   ขายแล้วได้กำไรมากน้อยแค่ไหน   และที่สำคัญ เมื่อเราต้องการเรียกดูข้อมูลของสินค้าเราสามารถที่จะทำได้อย่างง่าย   เช่น เรียกดูข้อมูล  โดยเรียงตามรายการสินค้า เรียกดูตามจำนวนของสินค้า เรียกดูตามราคาสินค้า   ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ทันที โดยการกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว ซึ่งต่างจากการเก็บข้อมูลด้วยกระดาษ ที่จะไม่สามารถเรียกดูสินค้าโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ทางด้านการศึกษา การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ทางด้านการศึกษาถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในระดับประเทศ เนื่องจากปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุค ดิจิตอลที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องอาศัยคอมพิวเตอร์ในการเข้ามามีส่วนร่วมแทบทั้งสิ้น

 

      การศึกษาในปัจจุบันจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา เดิมในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ เด็ก ๆแทบจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร จนกลายเป็น ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม   แต่ในปัจจุบันเริ่มมีระบบการถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียมทำให้เด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสเรียนรู้ถึงแม้จะยังไม่แพร่หลายนักก็ตามสำหรับเด็กในชุมชนที่มีโอกาสได้ใช้คอมพิวเตอร์นอกจากการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลแล้ว ก็ยังสามารถแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมายโดยการเชื่อมต่อกับเครือข่ายผ่าน ระบบอินเตอร์เน็ตที่มีการเชื่อมโยงกันอยู่ทั่วโลกนอกเหนือไปจากความรู้ที่จะได้เรียนในห้องเรียนที่มีครูผู้สอน เป็นผู้ถ่ายทอดเท่านั้น นอกจากนี้ผู้สอนและผู้เรียนยังสามารถติดต่อถึงกันได้อย่างไร้ขีดจำกัดของเวลา โดยผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เมล (e-mail) ได้อีกทางหนึ่งด้วย

 

       เทคโนโลยีสารสนเทศที่ปัจจุบันนี้นิยมนำมาใช้ใน การจัดการเรียน