สวัสดีครับ ผมได้ห่างเหินจากBlogไประยะหนึ่ง เนื่องจากมีภารงานที่ต้องใช้สมองในการทำงาน ในช่วงระยะเวลานี้ บางครั้งก็ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายและพี่ เพื่อนๆใน G2K นะครับ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ผมได้รับมอบหมายจากองค์กร ให้เป็นผู้ที่ไปตอบผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ขององค์กรที่ได้ไปตกลงในคำรับรองในการปฏิบัติราชการกับ กพร. จึงทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการในการทำงาน
ในครั้งนี้ทำให้ผมต้องฉุกคิดขึ้นมาว่า ยังมีความจำเป็นที่เราจะต้องมองย้อนตัวเราเอง ว่าเราได้สร้างและพัฒนาทีมงานอยู่ในระดับใด งานบางงานบุคลากรไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ จำเป็นที่จะต้องสร้างและพัฒนาทีมงานไปให้ได้เสียก่อน นั่นเอง
ความจริงแล้วในองค์กรเราค่อนข้างจะใช้เวลาบ่มเพราะ ในการสร้างและพัฒนาทีมงานมาตั้งตั้งแต่ปลายปี 2542 แล้ว แต่ณ.ปัจจุบันยังมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างและพัฒนาทีมงานต่อไป และยังมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างพลังใจให้กับตัวเอง ให้มาก บางตรั้งอาจจะท้อถอยบ้าง บางครั้งอาจจะสู้หรือมีความมุ่งมั่นสูง แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลานั่นเองครับในช่วงเช้าวันนี้ ผมจะขอนำเอาขั้นตอนของการสร้างและพัฒนาทีมงาน มาเล่าให้ฟังนะครับ
ขั้นที่ 1 ระยะการเตรียมทีม เป็นขั้นแรกที่สมาชิกต่างก็จะเริ่มรวมตัวเป็นทีมกัน เริ่มมีความรู้จักกัน ทักทายกัน มีความยินดีปรีดาที่ได้อยู่ในทีมเดียวกัน มีความคุ้นเคยกันมากขึ้น ในระยะนี้ ต่างคนต่างจะยังไม่แสดงความเป็นตัวตนออกมามากเท่าไหร่ แต่ละคนจะมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกัน บางคนก็จะแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาบ้าง แต่ก็จะยังฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆในกลุ่ม แต่บางครั้งถึงแม้อาจจะไม่เห็นด้วยกับเพื่อนๆแต่ก็ยังยอมรับฟังความคิดของเพื่อนๆในทีมได้เช่นกัน
ขั้นที่ 2 ระยะก่อตัวและความขัดแย้ง ระยะนี้การก่อตัวเป็นทีม เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ต่างก็อยากจะแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา บางคนก็แสดงความเป็นตัวตนออกมา โดยคิดว่าประสบการณ์ของตนเองนั้นถูกต้อง ก็จะกล้าแสดงความคิดเห็นออกมา โดยไม่เกรงใจสมาชิกที่อยู่ในทีม และบางครั้งก็จะไม่ยอมฟังข้อเสนอของสมาชิกในทีม บางคนก็จะแสดงความเป็นผู้นำออกมาให้เห็น บางคนก็ชอบทำงานแบบมีส่วนร่วมคือฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆในทีม แล้วรวมความคิดเห็นเป็นของทีม บางคนในทีมก็ไม่ชอบที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ คือยอมรับฟังของทุกคนในทีม ในขั้นนี้พอปฏิบัติงานร่วมกันไปสักระยะหนึ่งก็จะเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น อย่างรุนแรง บางครั้งอาจจะเกิดความไม่ยอมรับความคิดเห็นของกันและกันได้ บางคนทนไม่ไหว หรือรับไม่ได้ ก็จะออกจากทีมไปเลย
ขั้นที่ 3 ระยะผลงานเด่นชัด ระยะนี้จะผ่านทั้งขั้นที่ 1-2 มาแล้ว ผลงานของทีมจะเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม ได้รับคำชม หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตรงกับข้อสรุปของทีมได้ลงมือลงแรงทำร่วมกัน ผลของงานที่ทางทีมได้ทำปรากฏผลออกมาให้เห็นชัดเจน ทั้งทางตรงและทางอ้อม และบางครั้งสามารถพัฒนาต่อยอดผลงานได้อย่างแน่นอน
ขั้นที่ 4 ระยะการแบ่งปันผลประโยชน์ของทีม แน่นอนในขั้นนี้จะต่อยอดจากขั้นที่ 3 เมื่อทางทีมมีผลลัพธ์ของงานที่รูปธรรมแล้ว รางวัลที่เป็นสิ่งตอบแทนก็จะต้องตามมาแน่นอน หากมีการแบ่งผลประโยชน์กันในทีมไม่ลงตัว หรือไม่มีความยุติธรรมในการแบ่งปันผลประโยชน์กันในทีม บางครั้งอาจจะมีบางคนออกจากทีมไปก็มี
ยิ่งการทำงานในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และองค์กรทั่วไป จำเป็นที่ต้องสร้างและพัฒนาทีมงาน อย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะตัวเราเอง ก็จะต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดใจ รับฟังความเห็นของผู้อื่นให้ได้มากและมีความอดทนที่จะรับฟัง แม้แต่เสียงนกเสียงกา ที่ใกล้ตัว ก็จะต้องฝึกใจให้รับฟังเสียงเหล่านั้นให้ไพเราะได้เช่นกัน สวัสดีครับ...