บวชให้แม่ (ที่วัดพระราม๙) ตอนที่ ๕ รักษากายใจให้บริสุทธิ์ก่อนบวช (จากพระเกย์ถึงพระสงฆ์)


“...ความเป็นพระสงฆ์นั้นมิได้เป็นขึ้นจากการอุปสมบทกรรมดังที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่ต้องประพฤติปฏิบัติตนเองให้ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยบริบูรณ์เท่านั้น จึงจะได้บรรลุถึงความเป็นสงฆ์...

“...เราไม่รู้จักพระสงฆ์ เราจึงได้แต่เอาลูกชาวบ้านที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นพระสงฆ์ นี่เป็นความคิดให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพระสงฆ์ไม่ดีไม่งาม ที่พูดวันนี้ก็ต้องการจะให้เรารู้จักพระสงฆ์ ภิกษุสามเณรก็น่าจะทำตนให้เป็นพระสงฆ์ถึงจะถูกจะชอบ...”

                                                                                พระเทพโมลี (ฟื้น ปาสาทิโก)

 

เคยได้ยินว่า ก่อนวันบวช นาคหรือว่าที่นาคบางคนจะเลี้ยงฉลองดื่มกินจนเมาเพียบเลย บางคนเข้าโบสถ์ทำพิธีทั้งที่ยังเมาค้างอยู่ก็มี  ทำเหมือนจะ “ทิ้งทวน” สละโสดก่อนแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่าผู้ที่มีพฤติกรรมแบบนั้นน่าจะเข้าใจการบวชผิดไปอย่างแน่นอน

                ผู้ที่จะบวชน่าจะถามตนเองให้แน่ๆ ว่า บวชเพื่ออะไร ที่ว่าบวชให้แม่นั้นคืออะไร ต้องปฏิบัติอย่างไร

ในชั่วโมงเรียนครั้งหนึ่งของพระใหม่ที่วัดพระราม ๙ พระอาจารย์บอกว่า พระที่ทำผิดนั้น เป็นบาปยิ่งกว่าฆราวาสเสียอีก  การบวชนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาทำอะไรเล่นๆ

ช่วงเตรียมตัวก่อนบวช พี่สาวได้ให้หนังสือธรรมะผมมาเล่มหนึ่ง ชื่อว่า พระสงฆ์ดีอย่างไร  เรื่องประหลาดตรงนี้ก็คือ พี่สาวเล่าว่า พบหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนโต๊ะที่บ้านแม่ เมื่อวันก่อนที่เข้าไปเก็บของบางอย่างที่บ้านแม่แล้วจึงเห็นโดยบังเอิญ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเข้าบ้านแม่ไปหลายครั้งแล้วก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย 

พวกเราจึงคิดเอาว่า สงสัยแม่จะอยากให้ผมอ่านเล่มนี้ก่อนบวช

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยพระเทพโมลี (ฟื้น ปาสาทิโก) วัดราชบพิธ พิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ แต่ฉบับของผมเป็นพิมพ์ครั้งที่ ๔ ปี ๒๕๔๔ จึงนับเป็นหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง

แค่ขึ้นต้นเล่มก็ทำให้สะดุ้งสะเทือนทีเดียว

“เรานับถือพระพุทธศาสนากันมาแต่บรรพกาล แต่ก็น้อยคนที่จะรู้จักพระสงฆ์ เราเข้าใจคนที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ว่าเป็นพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์พวกนี้ หรือพระพวกนี้ไปประพฤติเลอะเทอะเข้า ก็เหมาว่าพระสงฆ์ไม่ดี พระสงฆ์เลวอย่างนั้น พระสงฆ์เลวอย่างนี้ เคยได้ยินคนพูดกันหลายคน เขาว่า เขานับถือแต่พระพุทธ พระธรรม แต่พระสงฆ์ เขาไม่นับถือ นี่ก็เพราะว่า ไม่รู้จักพระสงฆ์ จึงได้ไปเหมาเอคนที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ว่าเป็นพระสงฆ์ คนพวกนี้ก็ย่อมมีดีบ้าง เลวบ้าง ประพฤติตยเละเทะ จนหมดศรัทธาความเลื่อมใสของประชาชนก็มีมาก พวกนี้เองได้ทำให้คุณความดีของพระสงฆ์เหมือนกับถูกดินกลบ ไม่มีใครมองเห็น

“...เราไม่รู้จักพระสงฆ์ เราจึงได้แต่เอาลูกชาวบ้านที่นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นพระสงฆ์ นี่เป็นความคิดให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพระสงฆ์ไม่ดีไม่งาม ที่พูดวันนี้ก็ต้องการจะให้เรารู้จักพระสงฆ์ ภิกษุสามเณรก็น่าจะทำตนให้เป็นพระสงฆ์ถึงจะถูกจะชอบ...”

เขียนไว้กว่า ๔๐ ปีแล้ว  แต่ยังเป็นจริงอยู่ในทุกวันนี้นะครับ

ข่าวพระเกย์ข่าวพระตุ๊ดไม่กี่วันนี้ ทำให้หลายคนอาจเสื่อมศรัทธาในพระสงฆ์ แต่ถ้าใครได้อ่านเล่มนี้ จะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นว่า

“...ความเป็นพระสงฆ์นั้นมิได้เป็นขึ้นจากการอุปสมบทกรรมดังที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่ต้องประพฤติปฏิบัติตนเองให้ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยบริบูรณ์เท่านั้น จึงจะได้บรรลุถึงความเป็นสงฆ์...

“...ผู้ที่มีโอกาสบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาตามพระธรรมวินัย เมื่อได้ปฏิบัติตนตามไตรสิกขาและเดินตามปฏิปทาของพระอริยสงฆ์ แม้ไม่อาจปฏิบัติตามได้ครบถ้วน แต่มีความสังวรระวังตนให้ประพฤติปฏิบัติเป็นพระภิกษุโดยชอบ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้...”

หนังสือเล่มนี้ให้แง่คิดที่ดีแก่ผมมาก (หากมีโอกาสก็จะมานำเสนอต่อไปนะครับ) เป็นแรงบันดาลใจอีกอย่างหนึ่งให้ผมตั้งใจมากสำหรับการบวช   ก่อนวันบวช ผมจึงพยายามรักษากายรักษาใจให้บริสุทธิ์  ได้ไปไหว้พระพุทธรูปที่ที่ทางบ้านนับถือ ผมอธิษฐานว่าขอให้ผมตั้งใจอุปสมบทได้ผลสำเร็จด้วยเทอญ   ส่วนคืนก่อนวันบวช ผมงดอาหารมื้อเย็นเป็นการชิมลางว่าจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก็พบว่าร่างกายไม่ได้เรียกร้องอะไรอย่างที่กลัวๆ กัน

ขอย้อนกลับมาเรื่องการลาบวช สำหรับผมซึ่งปกติเป็นคนไม่ชอบพิธีรีตองนั้น ไม่ได้ทำตามประเพณีนิยมในการนำพานธูปเทียนกระทงดอกไม้ไปกราบขอลาบวชและขออโหสิกรรมจากญาติผู้ใหญ่  ผมใช้การบอกลาด้วยวาจาเฉยๆ   ญาติผู้ใหญ่บางท่านถ้าไม่มีโอกาสไปพบ ก็ใช้วิธีลาบวชทางโทรศัพท์  ยกเว้นพ่อตาแม่ยาย และพ่อของผมเท่านั้น ที่ผมตั้งใจไปกราบขออโหสิกรรมจากท่าน

                คืนก่อนวันบวช ผมไปขออโหสิกรรมจากพ่อ  และบอกท่านด้วยว่าการบวชของผมครั้งนี้ ผมไม่ได้บวชให้แม่เท่านั้น ผมตั้งใจบวชให้ป่าป๊าได้รับบุญด้วย เพราะผมทราบดีว่าพ่อของผมนั้นโดยพื้นฐานเป็นคนห่างวัดเหมือนผม      

                เสร็จจากลาป่าป๊าแล้ว ก็ไปจุดธูปลาม่าม้า อธิษฐานในใจบอกแม่ว่า ผมจะบวชแล้ว จะตั้งใจปฏิบัติให้ดีที่สุด ขอให้ม่าม้าได้รับบุญกุศลจากการบวชครั้งนี้ของผมด้วย

หมายเลขบันทึก: 240870เขียนเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2009 23:15 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 พฤษภาคม 2012 20:12 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)

ขออนุโมทนาสาธุค่ะ ชื่นใจท่มีพระสุปฏิปันโนอีกรูปแล้ว สาธุ กราบค่ะ

ขออนุโมทนา แล้วก้อดีใจแทนหลวงตา(ฟื้น ปาสาทิโก) ที่ยังมีคนอ่านหนังสือและเห็นคุณค่าของหนังสือที่หลวงตาเขียนขึ้น แม้ว่าจะเป็นเวลาล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม ตอนนี้กำลังรวบรวม หนังสือที่หลวงตาได้เขียนขึ้นมาค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(หลานหลวงตาค่ะ)

ผมได้อ่าน หนังสือของท่าน ปฎิบัติ ตาม ทางสู่อรหันต์ ได้พบเห็นความอัจฉริยะของพระพุทธเจ้าด้วยจิตนี่แหละ อยากเห็นรูปหลวงพ่อครับ ท่านผู้ใดเมตตาส่งให้ด้วยครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี