ขันโตก วิถีพื้นบ้าน สู่การรับประทานอาหาร

ประเพณีการเลี้ยงขันโตกของชาวล้านนา ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิถีที่งดงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่น จนตราตรึงใจแก่แขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมาเยี่ยมเยียน
ขันโตก หรือภาษาพื้นบ้านโบราณเรียกว่า สะโตกนั้น เป็นภาชนะชนิดหนึ่งที่ชาวไทยล้านนาใช้วางสำรับกับข้าวกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผลิตจากไม้สัก หรือไม้กระดานที่หนาๆ นำมากลึงให้เป็นแผ่นกลม สูงประมาณ 12 นิ้ว ศาสตราจารย์เกียรติคุณมณี พยอมยงค์ หรือพ่อครูมณี ศิลปินแห่งชาติชาวล้านนา เล่าว่า ขันโตก นั้นแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ขันโตกใหญ่ ขันโตกฮาม และขันโตกน้อย ซึ่งก็มีลักษณะการใช้งานในแต่ละชนิดแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม
ขันโตกนั้น ถ้ายังไม่ได้วางถ้วยอาหาร จะเรียกว่าขันโตก แต่เมื่อวางถ้วยอาหารแล้วก็มักจะเรียกว่า ขันข้าว หรือ สำรับอาหาร อาหารที่นิยมรับประทานในขันโตกนั้น มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายชนิด ล้วนแต่เป็นอาหารพื้นเมืองทั้งสิ้น เช่น แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง รับประทานคู่กับผักเคียง อย่างผักต้มหรือผักนึ่ง ไส้อั่ว แหนม น้ำพริกหนุ่มที่มักรับประทานกับแคบหมู รวมไปแกงแค แกงอ่อม และลาบด้วยค่ะ
ขันโตก นอกจากจะใส่สำรับอาหารแล้ว ยังมีประโยชน์ใช้สอยอื่นๆ บ้างก็นำไปใช้ใส่ดอกไม้ธูปเทียนแทนขันดอก ใส่เครื่องคำนับแทนขันตั้ง หรือใส่ผลหมากรากไม้เพื่อใช้ในงานพิธีต่างๆ เช่น การบวงสรวงเทพยดา หรือ ดำหัวผู้ใหญ่ในเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้นค่ะ ขันโตก จึงนับเป็นภาชนะที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวล้านนาอย่างขาดไม่ได้
ในขณะทุกวันนี้ การรับประทานบนโต๊ะอาหารแบบตะวันตก นั้นเป็นที่นิยมและได้เข้ามามีบทบาทแทนที่วัฒนธรรมการกินแบบพื้นบ้านของบรรพบุรุษ จนทำให้ในปัจจุบัน เยาวชนรุ่นหลังสามารถพบเห็นการรับประทานอาหารแบบขันโตก ได้แต่เพียงในเทศกาลสำคัญๆ หรือในสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดไว้ในรูปแพคเกจทัวร์ จนทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่เป็นห่วง เกรงว่าวัฒนธรรมอันดีงามนี้จะเลือนหายไป ในโลกยุคที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและกระแสสังคมที่ปฏิเสธไม่ได้ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าดั้งเดิม กับการก้าวไปสู่การดำเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่จึงเป็นทางหนึ่ง ที่จะช่วยสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์แห่งรากเหง้าดั้งเดิมแห่งชาวไทยล้านนา ให้คงได้อยู่สืบไป

ขอบคุณความรู้ ดีดี จาก http://www.fm100cmu.com/blog/Lanna/content.php?id=292
เป็นคนหนึ่ง ที่ชอบทานอาหารแบบขันโตกมากเลยค่ะ ทั้งสวย มีเ อกลักษณ์เฉพาะตัวแ ละ ทั้งอร่อย
1. Sasinand
เมื่อ จ. 09 ก.พ. 2552 @ 22:15
เป็นคนหนึ่ง ที่ชอบทานอาหารแบบขันโตกมากเลยค่ะ ทั้งสวย มีเ อกลักษณ์เฉพาะตัวแ ละ ทั้งอร่อย
..........................................
ขอบคุณนะค่ะ..ที่แวะมาชมค่ะ..ใช่ค่ะ..อาหารขันโตกเป็นสัญลักษณ์ของคนเมืองเหนือค่ะ..
ผักกาดจอ - จรัล มโนเพ็ชร
สำรับนี้ น่าทานมาก ที่เห็นนั่นใช่ แกงฮังเล ไหม ของโปรด ทำให้น้ำลายสอทั้งที่ดึกแล้ว
ควรจะใช้กันมากขึ้น เพราะนอกจากอนุรักษ์ความสวยงามของวัฒนธรรมแล้ว จะได้อนุรักษ์อาชีพผลิตขันโตกด้วย
4. พันคำ
เมื่อ จ. 09 ก.พ. 2552 @ 23:38
สำรับนี้ น่าทานมาก ที่เห็นนั่นใช่ แกงฮังเล ไหม ของโปรด ทำให้น้ำลายสอทั้งที่ดึกแล้ว
ควรจะใช้กันมากขึ้น เพราะนอกจากอนุรักษ์ความสวยงามของวัฒนธรรมแล้ว จะได้อนุรักษ์อาชีพผลิตขันโตกด้วย
..............................................
ใช่ค่ะ..เห็นแล้วอยากกิน..อิอิ
มาแอ่วเมืองเหนือคราวหน้าอย่าลืมซื้อขันโตกนะค่ะ..
Venus&Jupiter ยังไม่เคยเข้าไปอยู่ในวงขันโตกเลยค่ะ อาจารย์ปุ้ย
แล้ว ผักกาดจอ ก็เคยแต่ได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้ว่าคืออะไรน่ะค่ะ
http://www.imeem.com/people/lLRVfwt/music/bSld9xgM/charas_butterfly/
6. Moon smiles on Venus&Jupiter
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 00:47
อ้าว..หรอ??
เด่ววันหลังนำเสนอเมนูผักกาดจอ..อิอิ..
8. ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 10:59
ขอบคุณค่ะ..คุณขจิต ฝอยทอง ปุ้ยจะสรรหานำมาให้ทุกคนอ่านนะค่ะ..
เราจะต้องอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองไปนานๆๆ ค่ะ..
10. ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 11:11
ค่ะ ๆๆ ได้ค่ะ.. ปุ้ยมีโปรมแกมนี้แล้วค่ะ..แต่ก็ใช้นะค่ะ..แต่ย่อเหลือ 600 ค่ะ..
ありがと。
ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องราวของ ขันโตกดินเนอร์ ที่ผมเคยคุ้นเคยมาหลายปีที่ผ่านมา
ยังจำได้นั่งขันโตกครั้งแรกใน มช. ตอนเป็นน้องปี 1. ครับ
ตอนนั้นนุ่งกางเกงกุยเฮง ใส่เสื้อม่อฮ่อม
นั่งล้อมวงกันบรรยากาศดีมากครับ
มีรำน้อยไจยา,มุ้ยเชียงตา
ดูฟ้อนเทียน ฟ้อนเล็บที่ นศ.หญิงปี 1 มาแสดงให้ชมยังจำได้ครับ
ขอบคุณมากครับที่ทำให้ความทรงจำเก่าๆกลับคืนมา
12. สุวัฒน์ กอไพศาล (ไม่มีชื่อกลาง)
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 11:25
ขอบคุณค่ะ..ที่แวะเข้ามาทักทายบรรยากาศล้านนา..อิอิ
13. ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 11:25
ที่ไหนอ่ะค่ะ??
อยากไปเหมือนกัน..แต่ตอนนี้ไม่ว่าง..มหาลัยเปิด วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้..
บอกมาก่อน..แล้วจะหาเวลาว่างไป...อิอิ
น่าสนุกดี...ชอบ ๆ ๆ ๆ
哇哦,北部的文化越来越有意思了~~
这是泰国北部人经常吃的吗?呵呵~~看起来很清淡很健康的样子,很少有油水的~~
怪不得泰国北部的女孩子比较白和瘦了,正所谓“一方水土养育一方人”啊~~
16. davidhoo
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 15:06
对了,davy. 呵呵~~~
16. davidhoo 先生
อยากอ่านที่คุณเขียนภาษาจีนมานี้จังเลย แต่ยังต้องเสียเวลานับขีดดูศัพท์น่ะ ค่ะ ก็เลยรู้เรื่องบ้าง ไม่ได้อ่านบ้าง ช่วยหาวิธีทำให้ Venus&Jupiter คุยกับคุณได้ก็จะดีนะ ขอบคุณค่ะ อิอิ
อาจารย์ปุ้ยคะ ในรูปอาหารที่ถ่ายมานี้ มีผักกกาดจอมั๊ยคะ
Venus&Jupiter ยังโบราณอยู่น่ะค่ะ ถึงไม่รู้จัก ฮือๆๆ
18. Moon smiles on Venus&Jupiter
เมื่อ อ. 10 ก.พ. 2552 @ 16:26
สู้ ๆ ๆ แต่ถ้าอยากอ่าน..ก็บอก..เด่วปุ้ยแปลให้ฟัง..อิอิ
哇(wā)哦(ò),北(běi)部(bù)的(de)文(wén)化(huà)越(yuè)来(lái)越(yuè)有(yǒu)意(yì)思(si)了~~
เขาบอกว่าวัฒนธรรมของภาคเหนือน่าสนใจมากๆๆ
这是泰国北部人经常吃的吗(zhèshìtàiguóběibùrénjīngcháng)?呵呵(hēhē)~~
ขันโตกคนภาคเหนือใช้วิถีการกินแบบขันโตกใช่ใหม? เหอ ๆ ๆ
看起来很清淡很健康的样子(kànqǐláihěnqīngdànhěnjiànkāng),很少有油水的(hěnshǎoyǒuyóushuǐde)~~
ดูแล้วมาคุณค่าทางอาหาร, ไม่มีน้ำมันเยอะ..
怪不得泰国北部的女孩子比较白和瘦了(guàibudetàiguóběibùdenǚháizǐb),นึกไม่ถึงเลยว่าสาวเหนือค่อนข้างผิวขาวและผอม