หากชาวไร่ชาวนาทำแบบ นาย ก นาย ข และนาย ค
ช่วงที่ยังไม่ได้ผลจะกินอะไร
โปรดดูคลิป ชีวิตพอเพียงของนาย ก นาย ข นาย ค
มีคนอ่านบล็อกก่อนหน้านี้ของผม ส่งคำถามมาว่า การทำแบบนาย ก นาย ข นาย ค ของเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาบ้านเรา มันไม่ใช่ของง่าย ถ้ามันทำไม่ได้ผล มันไม่พลอยจนกันไปใหญ่หรือ และระหว่างที่กำลังเริ่มต้น ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่จะกินอะไรกัน................เฮ่อ
- อย่างแย่ ๆที่สุด ผมก็คิดว่ากินอยู่แบบที่เคยกินเคยอยู่นั่นแหละ
- แต่ผมคิดว่าจะไม่แย่อย่างนั้น
- เพราะเมื่อจะคิดทำด้วยกันก็คงต้องคิดถึงปัญหาที่จะดำรงชีวิต ของแต่ละคน และแต่ละ
ครอบครัวด้วย ซึ่งน่าจะมีแนวทางมากมาย และแตกต่างกัน เช่น จัดตั้งกองทุนไว้สำหรับ
การกินอยู่ แต่ละครอบครัวมีการทำเกษตรเพือยังชีพของคนควบคู่ไป มีการหารายได้นอก
ภาคเกษตร นอกชุมชน ควบคู่กันไป ซึ่งตามปรกติก็ทำอยู่แล้ว - รับรองว่าไม่ล้มเหลว แต่ต้องทำอย่างเรียนรู้ มีความมุ่งมั่นสูง และต้องเท่าทันความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งกันในหมู่ชาวไร่ชาวนาที่หันมาทำร่วมกันต้องเกิดขึ้นแน่ คนเหล่านี้ต้องเป็นผู้ใหญ่พอ ไม่งอแงเป็นเด็ก ๆแบบที่เป็น ๆกันอยู่ จะต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขและพัฒนา หมายความว่าก่อนจะลงมือทำ แบบนาย ก นาย ข และนาย ค ชาวไร่ชาวนา ต้องยกระดับจิตใจของตนเองให้เป็นแบบนี้ก่อน คือ
-ชาวไร่ชาวนาเห็นความสำคัญของการหันเข้าหากัน
-เห็นความสำคัญของขาวนาด้วยกัน
-ยอมรับนับถือกันและกันจริงๆ
-มีจิตใจของผู้ประกอบการ
-มีสำนึกของคนเป็นนาย
4. การทำแบบนี้ต้องค่อยทำ ค่อยไป เริ่มจากเล็ก ๆก่อน เริ่มจากที่ไม่มุ่งกำไรก่อน คือเพื่อการพึ่งตนเอง
ให้ได้แก่อน ที่ในแนวการพัฒนาชุมชน เรียกว่าทำแบบวิสาหกิจชุมชน ก่อน หรือนายหลวง
ท่านทรงแนะนำให้ทำเป็นขั้นตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 เป็นแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมในระดับครอบรัว ที่สอดคล้องสมดุลกับระบบนิเวศวิทยา เพื่อให้พออยู่พอกินสมควรแก่อัตตภาพในระดับที่ประหยัดและเลี้ยงตนเอง หรือครอบครัวได้
ขั้นตอนที่ 2 การวมกลุ่มในรูปสหกรณ์ ร่วมมือกันในการผลิต จัดการตลาด และพัฒนาสวัสดิการของชุมชนในรูปแบบต่าง ๆ เป็นการสร้างความสามัคคีภายในท้องถิ่นและเตรียมความพร้อม ก่อนก้าวสู่โลกภายนอก
ขั้นตอนที่ 3 ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอกเพื่อจัดหาทุน วิชาการ
ความรู้ เทคโนโลยี่ จากธุรกิจเอกชน เช่น ธนาคาร บริษัท ห้างร้าน เอกชน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิต่าง ๆ มาช่วยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต
พิจารณาตาม 3 ขั้นตอนที่ในหลวงทรงแนะนำ การทำแบบนาย ก นาย ข และ นาย ค คือขั้นที่ 2 และเมื่อพัฒนาขึ้น ก็คือขั้นที่ 3
จะเห็นว่าต้องใช้เวลา
เวลาที่ต้องใช้เป็นเวลาที่จะต้องใช้ไปเพื่อการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อทำแบบนาย ก นาย ข และ นาย ค
และขั้นตอนที่ 2 และ 3 ก็เป็นการเรียนรู้ ที่ลึกซึ้ง กว้างขวาง ละเอียดอ่อนขึ้นเป็น
ลำดับ
การศึกษาจึง...เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแก้ปัญหาราคาข้าวโพด หรือราคาพืชผลเกษตรกร
...เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาเกษตรกรไม่ให้เป็นคนชั้นล่างของสังคมที่ถูก
กดขี่ ที่ตกเป็นเหยื่อ ที่จะถูกปลดจากการเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีไปเป็นแรงงานในไร่นาที่
ไม่แตกต่างอะไรจากวัวควาย
...เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพี่น้องชาวไร่ชาวนาให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
ที่เข้มแข็ง เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
คงไม่มีสถาบันใดที่จะมีศักยภาพมากพอที่จัดการศึกษาเพื่อวัตถุประสงค์และเป้าหมายดังกล่าวนี้ได้ดีเท่ากับผืนนาผืนไร่และกิจกรรมการเรียนรู้ในชีวิตจริง
ชาวไร่ชาวนา ผู้นำ และทุกฝ่ายในชุมชนท้องถิ่น ตลอดทั้งรัฐบาล จะต้องรู้จักที่จะใช้ชีวิตจริงเพื่อการเรียนรู้ และใช้การเรียนรู้เพื่อชีวิตจริง ๆกันแล้ว
paaoobtong
10/2/52
8:17
..ประสบการณ์และความพลาดผิด.สร้างชีวิตให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง...
......ไม่มีใครที่ล้มแล้วจะไม่พยายามรีบลุกขึ้น..ฉันใด...ประสบการณ์จะสอนทฤษฏีที่ยิ่งใหญ่ให้กับมนุษย์ได้รู้จักพัฒนาตนเอง...ฉันนั้น.....
......อย่าคิด..ให้เขาทำตาม...แต่จงคิดที่จะสอนให้เขารู้จักคิด..และทำตามความคิดของเขา.......