( Love from your Buddhism )

เก้าวันของเดือนกุมภาพันธ์แล้ววันนี้ก็มาโดนใจในวันพระใหญ่ขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสามงามดวงจันทร์ยามค่ำคืนที่ผ่านมาลอยเด่นเหนือขุนเขาคอหงส์ทางทิศตะวันออกของเมืองหาดใหญ่ช่วงสองทุ่มผมเดินผ่านไปมองขึ้นเบื้องบนเห็นดวงเดือนเลื่อนลอยขึ้นสุกสกาวขาวงามยามท้องฟ้ามืดมิดมีดาวดวงเด่นส่องแสงสะท้อนอยู่บ้างเพียงบางเบา

และวันนี้ก็เข้าเขตมาฆะฤกษ์แล้ว  ช่วงที่อยู่เมืองอินเดียผมชอบเดินชมพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ตามริมฝั่งน้ำคงคาเมืองพาราณสีแม้ยามยามค่ำคืนนี้จะมีชาวภารตะลงมาอาบน้ำบูชาเทพเจ้าเนื่องในวันที่ตรงกับศิวาราตรี 

 เหตุนี้กระมังที่พระสงฆ์ยุคพุทธกาลเดิมนับถือศาสนาพราหมณ์ก่อนมาบวชเป็นพระสงฆ์  เมื่อถึงวันนี้เลยพากันไปพบพระพุทธองค์ที่วัดสวนไผ่  นอกประตูเมืองราชคฤห์ถ้าเดินออกมาจากเมืองจะเจอสถานที่อาบน้ำแร่มีชื่อว่าตะโปธารามแล้วเดินผ่านเข้าไปวัดสวนไผ่ที่มีกระรอกกระแตเยอะ ๆ พระสงฆ์ที่มารวมกันโดยไม่ได้นัดหมายนั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ 1250 รูป  ทุกรูปล้วนพระพุทธเจ้าบวชให้  และวันนั้นก็ตรงกับมาฆะฤกษ์คือวันเพ็ญเดือนสามหรือวันศิวาราตรีหรือวันวาเลนไทน์ทางพระพุทธศาสนา ( Love  from  your Buddhism )

 เมื่อคณะสงฆ์มาพร้อมเพรียงกันอย่างนี้ที่ลานสาวไผ่ท่ามกลางเดือนแจ้งพระพุทธเจ้าจึงประกาศหัวใจพระพุทธศาสนาที่ว่า ชาวโลกควรทำดี  ละชั่ว  และทำจิตใจให้ผ่องใส  ผมว่า แท้จริงพระพุทธศาสนาไม่ใช่ถือเอาประโยชน์เพื่อตนเอง  ในตัวตนของพระพุทธศาสนานั้นว่างอย่างยิ่ง  หากแต่เพื่อก่อเกิดประโยชน์สุข สะอาด  สว่าง  สงบ  เย็น  ของชาวโลกทั้งนั้น 

 เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเช่นนี้ได้แง่คิดว่า...สูญเสียอะไรไปได้  อย่าสูญเสียปัญญา...การเพิ่มพูนสิ่งที่เลิศสุดคือการเพิ่มพูนทางปัญญา...และในทุกสิ่งที่เราสามารถถือเอาได้ในทุกโอกาสคือการถือเอาประโยชน์ทางปัญญา.