นักเรียนชั้น ป.4 อ่านหนังสือไม่ได้หลายคน
วันต่อมาเป็นวันที่สองของการเป็นครู ผมไปโรงเรียนแต่เช้า เมื่อเด็กเห็นผมเขาไม่วิ่งขึ้นอาคารเรียนเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว ส่วนใหญ่เด็กจะนั่งเล่นอยู่หลังอาคารเรียนซึ่งเป็นลานดินทราย เด็กผู้หญิงเล่นกระโดดยางอยู่หลายกลุ่ม ส่วนเด็กผู้ชายเล่นหมุนลูกข่าง เสียงดัง "แป๊ก" และเสียงเฮลั่นเป็นช่วงๆ ไม่มีใครเล่นฟุตบอลหรือวอลเลย์บอลเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีลูกฟุตบอล ลูกวอลเลย์บอลให้เด็กได้เล่น
จนเวลาแปดโมงสามสิบนาที ผมไปหาระฆังเพื่อจะตีให้สัญญาณเข้าแถว ผมเดินหาระฆังบนอาคารเรียนตั้งแต่ท้ายอาคารด้านหนึ่งไปจนสุดท้ายอาคารอีกด้านหนึ่ง ไม่เจอระฆัง เห็นมีแผ่นเหล็กประมาณฝ่ามือผูกห้อยอยู่ พร้อมทั้งมีน็อตยาวขนาดหนึ่งคืบเสียบอยู่บนห่วงที่แขวนแผ่นเหล็กนั้น ผมคิดว่ามันคงเป็นระฆังจึงใช้น็อตนั้นตีลงที่แผ่นเหล็ก เสียงมันดังกังวานดีมาก เมื่อเด็กได้ยินพวกเขาก็รีบวิ่งไปเข้าแถวหน้าเสาธง
วันนั้นกระบวนการเรียนการสอนโดยครูคนเดียวสอนสี่ชั้น ผ่านไปด้วยความสนุกสนานของเด็กๆ ส่วนผมถึงแม้จะเหนื่อย แต่ก็สนุกไม่น้อย
แน่ละทุกชั้นได้เพียง ทำเลข อ่านและคัดไทย ก็หมดเวลาแล้ว ซึ่งวันนั้นผมได้รู้จักเด็กมากยิ่งขึ้น และรู้ว่านักเรียนชั้น ป.4 อ่านหนังสือไม่ได้เลยอยู่หลายคน ผมจะช่วยเขาอย่างไรดี
จริงๆรอลุ้นอ่านของอาจารย์เปลวเทียนนะคะนี่เวลาเข้าระบบ ขอบคุณนะคะที่ใจดีเขียนให้อ่าน
สวัสดีครับ คุณดุจดาว
ผมก็ฟังนิทานจากคุณปู่ครับ (จริงๆ แล้วต้องบอกว่า หลวงปู่) ตอนผมอายุ 10 ขวบ ผมไม่ชอบอ่านหนังสือหรอก แต่หลวงปู่เล่าเรื่อง ทศชาติให้ฟัง (ตอนนั้นเป็นลูกศิษย์วัดครับ) เล่าตั้งแต่พระเตมีย์ จนจบพระเวสสันดร ผมจำไม่ได้แล้วว่าใช้เวลากี่วัน แต่จำได้ว่า สนุกมาก และทำให้ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับชาดก และวรรณคดี หลายเล่ม สำหรับเรื่องสั้น จำได้ว่าเรื่องสั้นของเรียมเอง อ่านแทบทุกเรื่องครับ
แต่ตอนนี้...ผมซื้อหนังสือดีๆ มาหลายเล่ม เช่น บารัค โอบามา ผมลิขิตชีวิตตนเอง กล้าหวัง กล้าเปลี่ยน มอง ซี อี โอ โลก ยังไม่ได้อ่านเลยครับ (กำลังทำอารมณ์....ฮ่า ฮ่า)
ขอบคุณนะครับที่รออ่าน
สวัสดีครับ ท่านศรีกมล
จากแผ่นเหล็ก ต่อมาเป็นปลอกลูกปืนใหญ่ครับ ผมเจอที่โรงเรียนหนึ่งแถวชายแดนลาว เสียงดังกังวานดีมาก ๆ เชียวครับ (ตีไป..ก็กลัวไป....ฮ่า ฮ่า)
ขอบคุณครับ
มีเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัล ซีไรต์ ปี ๒๕๒๔ ชุด "ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง" โดย อัศศิริ ธรรมโชติ ผมได้อ่านในห้องสมุดโรงเรียน เขียนดีมาก แต่หาใน internet ปรากฎว่าหมด น่าเสียดาย อยากเก็บไว้อ่าน
จริงๆ แล้วคุณดุจดาวก็เขียนดีมากครับ ผมแอบไปอ่านหลายครั้งแล้ว จะติดตามต่อไปครับ
อย่าชมค่ะอาจารย์เปลวเทียน ดิฉันคงถนัดอ่านมากกว่าค่ะ เขียนไม่น่าอ่าน เขียนยังดูสับสน วกวนไปมา
วกวนไปมา เหมือนหนังฝรั่งไง....หนังจบแล้วยังต้องคิดว่า เอ.....ทำไมพระเอกมันถึงเดินหว่า...คิดตั้งนานค่อยรู้ว่า อ้อ....เพราะมันมีขานี่...มันเดินได้...ฮิฮิ...
แต่ตอนนี้...ผมซื้อหนังสือดีๆ มาหลายเล่ม เช่น บารัค โอบามา ผมลิขิตชีวิตตนเองกล้าหวัง กล้าเปลี่ยน มอง ซี อี โอ โลก ยังไม่ได้อ่านเลยครับ (กำลังทำอารมณ์....ฮ่าฮ่า)
เอ้า!ตลกกันอยู่แค่ สองคนเท่านั้นหรือ ไม่ต้องทำอารมณ์หรอก นั่งหน้าคอมก็กินเวลาไปเป็นหลายๆชั่วโมงแล้ว อีกหน่อยพอเปิดทำงานก็จะห่างหายการเม้นท์กันไปเป็นรายๆ เอา ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มสุดๆ ตอบให้หมดนะ
มิน่า คนชอบอ่านหนังสือ เป็นเช่นนี้เอง เหมือนน้องดุจดาวว่า เปี๊ยบเลย
จริงๆแล้วการจะเขียนหนังสือได้น่าอ่านต้องเคยอ่านหนังสือมาเยอะๆค่ะ รอบรู้มาเยอะหรือไม่งั้นก็ต้องมีประสบการณ์ชีวิตที่เยอะ และสุดๆก็มีจินตนาการสูงค่ะเห็นจะจริงอาจารย์เปลวเทียนชอบอ่านหนังสือมากๆนี่เอง(น้องดุจดาวว่ามา)เดี๋ยวจะเข้าไปเยี่ยมน้องดุจดาวบ้าง
คนอะไรน่ารักจริงๆ
คนอะไรน่ารักจริงๆ
ใครน่ารักครับ ผมเหรอ.... ใช่ครับ ผมน่ารักมานานแล้ว ฮิฮิ
แค่น่ารัก... ไม่รักสักที แป่ววววว...
นี่.. ถ้าคุณสุไม่เขียนถึงนะ ผมคงไม่ได้อ่านหนังสือพวกนั้นแน่ๆ (วานนี้ก็ซื้อมาอีกสองเล่ม ชื่อว่า "กวาดขยะความคิด ชีวิตก็ยิ้มได้" กับ "คู่มือคนใช้รถ รอบรู้ แลเป็น" จะเปิดอู่ตอนแก่ครับ ฮ่า ฮ่า)
สงสารคุณดุจดาว ป่านนี้ จามร้อยตลบละมั๊ง
จะเอาเวลาไหนไปอ่านคะ แต่ก็สะสมไว้เถอะ มันก้เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ ระดับหนึ่ง แต่ย่าว่า ปู่ไม่เหงาหรอก เพื่อนตรึมเลย ดี ดี ดีมาก
หนังสือก็วางอยู่บนโต๊ะนี่แหละ บารัค ก็ยิ้มเผล่อยู่ข้างๆ
จริงๆ ไม่เหงา
ตอนสี่ทุ่มครึ่ง ผมออกไปเก็บรถ (ขับเข้าที่จอด) เดือนสวยมาก กระจ่างฟ้า เห็นกระต่ายบนดวงจันทร์ชัดเจน ที่ขอบฟ้าตะวันออก มีดาวดวงหนึ่ง น่าจะเป็นดาวเสาร์ เหนือศรีษะมีดาวฤกษ์เปล่งแสงระยิบระยับ แต่มีเพียงห้าดวง กระจัดกระจาย เมฆสีขาวเลือนลางเป็นทางริ้วแหลม
สรุปว่าสวยมาก จันทร์ที่บ้านคุณสุ สวยไหมครับ
ก็จันทร์ดวงเดียวกันนั่นแหละ สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ ถ้าคิดถึงคนรัก ก็มองขึ้นไปบนดวงจันทร์ มันจะสื่อความคิดถึงกันได้
และก็มี คืดถึงกัน วิ่งผ่านเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี
เริ่มฟังเพลงแล้ว คล้อยตาม
คนทั้งสองก็จ้องไปยังดวงจันทร์ดวงเดียวกันเพื่อ สื่อใจถึงกันได้ ก็อยากกลับไปเป็นอดีต ใช้สูตรสมัยเก่า มองดวงจันทร์เมื่อคิดถึงกัน
เอ ! วันไหนเหงาๆ ยามค่ำคืน จะลองมองดูดวงจันทร์ เพื่อคิดถึงใครบางคน แล้วก็คลอเพลง คิดถึงพี่หน่อยนะกลอยใจพี่ ห่างกันแค่นี้ น้องคิดถึงพี่บ้างไหม
คิดว่า แม้ท้องฟ้าจะมืดสลัว แต่ยังคงเหลือแสงจันทร์บ้าง(คิดๆ)คงต้องขอร้องแสงจันทร์ อย่าหายไปนะ
แสงจันทร์คงต้องขอร้องเมฆอีก อย่ามาบดบังเลย.... คืนไหนข้างแรม น้องคงมองหาดาวประจำเมือง มาดูแทนจันทร์ ให้ได้
ฝากใจกับจันทร์ฝากฝันกับดาว เพื่อฝากหัวใจคิดถึงกัน
พี่ตรมพี่เหงาเพราะคิดถึงเจ้า เชื่อไหม
ฝากใจกับจันทร์ฝากฝันกับดาว ทุกคราวก็ได้ เราต่างสุขใจเมื่อคิดถึงกัน
ห่างกันอย่างนี้น้องคิดถึงพี่บ้างไหม
ว่าตัวห่างไกลแต่หัวใจ คิดถึงกัน
ทุกคราวเราฝันถึงกันเนืองๆ
เราสบตากันในแสงเรื่อรือง
จะเข้ามาฟังเพลงนะคะ ถ้าคิดถึง อาจจะไม่บอก ว่ามา
ไพเราะ เพราะ พอๆกัน กับแรงใจรายวันเลย
วันไหนคิดถึงก็ไปฟังเพลงแรงใจรายวันบ้างก้ได้นะ
ไปฟังเพลง พระธรรมของน้องอิงจันทร์อีกเพลง นั่นก็เพราะ
เพลงจับแต่ใจความที่มีความหมาย มีความหมายเกือบหมด ซึ้งจริงๆ
วันที่ผมย้ายออกจากบ้านคำบาก
เถิงกับเหรียญไปส่งผม
ก่อนจากกัน เถิงบอกผมว่า
"เราไม่ห่างกันหรอกนะ หากคิดถึงเราให้มองไปที่ดวงเดือน แล้ว...เราจะพบกันที่นั่น...."
ตอนนั้น ผมเฉยๆ เพราะคิดว่า เจ้าเถิง หมอแคน มันคงได้ยินหมอลำเขาลำ แล้วจำมาพูด
ตอนนี้... ผมรู้แล้วว่า คำพูดนั้น ออกจากใจจริงๆ