เราจะต้องรู้ว่า เราจะทำงานมิติต่างๆ ในชุมชนได้อย่างไร และเรื่องทั่วๆ ไปที่เราจะทำงาน ปรับบทบาทเรา เน้น provider เพิ่มบทบาทอื่นที่เรายังทำน้อยให้มากขึ้น

 

ชั่วโมงนี้ คุณหมอเกษม เวชสุทธานนท์ จาก สำนักบริหารการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ มา update ความรู้เรื่องต่างๆ ในปฐมภูมิให้เราได้ฟังกัน หลายเรื่องราว ก็ขอนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

เรามองเป้าหมายอย่างไร?

ที่ผ่านมา ... เราอาจมองผู้สูงอายุว่า เป็นภาระ และเป็นความรับผิดชอบของหน่วยบริการ แต่ concept ใหม่ เขาจะมองว่า ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรที่มีค่า มีประสบการณ์มาทั้งชีวิต จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต ... มองเหมือนกับสังคมตะวันตก เขาจะมองว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพ ทำอย่างไรให้เป็นภาระสังคมให้น้อยที่สุด ยืดอายุช่วงเวลาการทำงานให้นานที่สุด และช่วง retire จริงๆ หรือช่วงที่มีปัญหาให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ ของเรา เช่น คลังสมอง คลังปัญญา หรือชมรมต่างๆ ... ทำอย่างไรจะให้ผู้สูงอายุมาช่วยเราทำงาน รวมทั้งงานทันตสุขภาพ ที่ได้ไปนำเสนอใน Primary care ของผู้สูงอายุ ก็เป็นกำลังสำคัญ case ที่มาแสดง เป็นประธานชมรมผู้สูงอายุภาคเหนือ คุณพ่อกมล จังหวัดลำปาง สามารถที่จะมาช่วยคัดกรอง ตรวจฟัน ความสะอาดฟัน เพื่อที่จะดูว่า แปรงฟันได้ถูกต้อง สะอาดหรือไม่ โดยใช้สีย้อมฟัน ที่นำไปประยุกต์ใช้กับผู้สูงอายุ ซึ่งท่านทำได้ดี นั่นก็คือ มองผู้สูงอายุได้ใช้ศักยภาพ

ผู้สูงอายุมีหลากหลาย อย่างน้อยก็ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มที่มีศักยภาพสูง ไม่เป็นโรค ตรงนี้เราจะให้เขาได้มาช่วยเราอย่างไร กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่เขาเป็นโรค และยังช่วยตัวเองได้ กลุ่มนี้ เราจะมอบหมายศักยภาพเขาอย่างไร กลุ่มสุดท้ายที่เป็นปัญหา ที่เราบอกว่าเป็นภาระ คือ กลุ่มที่ช่วยตัวเองไม่ได้ และมีโรคเรื้อรัง เราก็ต้องมีวิธี appraoch คือ ไม่ได้มองเป็นกลุ่มที่สามเท่านั้น แต่มองกลับไปที่กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 ว่าเราจะเอาศักยภาพของเขามาใช้อย่างไร เพราะว่าเป้าหมาย ไม่ได้เป็นการดูแลรักษาอย่างเดียว แต่ต้องการทำให้เขามี active life เอาผู้สูงอายุออกมาจากบ้าน

แนวคิดการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ใช้หลักเวชศาสตร์ครอบครัว ในความคิดของเวชศาสตร์ป้องกัน และการสร้างเสริมสุขภาพ มิติที่เราดู

มิติแรก คือ การเข้าถึงบริการ (Accessibility) ... ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุสะดวก ง่าย ในการเข้าถึงบริการ เช่น หน่วยบริการ Primary care สอ. มี 2 ชั้น ทำอย่างไร การจัดกิจกรรมในชุมชน กับกลุ่มที่มาไม่ได้จริงๆ ผู้พิการ คนแก่ที่ถูกทอดทิ้ง เราจะมีวิธีการเข้าถึงอย่างไร จะต้องมี Mobile ทีมเยี่ยมบ้าน

มิติที่สอง คือ การดูแลอย่างต่อเนื่อง (Continuity of Care) จุดเด่นของ Primary care คือ การดูแลต่อเนื่อง ถ้าท่านไปโรงพยาบาล ท่านจะได้รับการดูแลอย่าง Radar syndrome คือ เข้ามาอยู่ในจอหมอ อยู่ในช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็ออกไป แต่ถ้าเป็น Primary care จุดเด่นจะรู้ตลอด ว่า ตั้งแต่ทะเบียน ประวัติ ตัวคนไข้ และครอบครัว การดูแลต่อเนื่อง รู้ทั้งตัว ... Primary care จะเอื้อมากกว่าการบริการที่โรงพยาบาล

มิติของการบริการแบบผสมผสาน (Integrated care) คือ การให้บริการแบบไม่ได้เน้นมิติใด มิติหนึ่ง ในเรื่องของการรักษา ป้องกัน ควบคุม หรือฟื้นฟูสภาพ เป็นการผสมผสาน ... การที่จะครบอย่างนี้ได้ ก็ต้องมีใจ หรือ awareness เวลาที่เราไปเจอคนไข้คนหนึ่ง ก็อาจจะต้องดูสภาพอื่นๆ ของเขาด้วย อนาคตเราอาจจะต้องมี เรื่องการดูแลแบบ chronic care และการดูแลระยะสุดท้าย end of life care ก็สำคัญ

มิติการดูแลแบบองค์รวม (Holistic care) เป็นมิติที่หลากหลาย รวมทั้งงานทันตสุขภาพ ปัญหาที่พบบ่อย คือ โรคเรื้อรัง การใช้ยา เยอะมาก ถ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยม ก็จะมีตู้ยาอยู่ข้างฝาบ้าน คนไข้ก็จะไปเหน็บไว้ มียาเยอะมาก บางที่เราไป ให้เภสัชไปคำนวณยา ประมาณ 30,000-40,000 หมอที่โรงพยาบาลจ่ายยามา คนไข้ไม่รู้ ไปถึงก็แกะรวมใส่กระป๋องใหญ่ๆ เขาบอกว่า ง่ายดี ถ้าให้ไปเป็น foil ก็จะแกะหมด และไปรวมกัน และยาบางอย่างก็เม็ดคล้ายๆ กัน หรือเปลี่ยนบริษัทยา ก็อาจจะ double dose บ้าง กินบ้างไม่กินบ้าง ตอนหลังเราต้อง pack เสร็จ เป็น daily dose และ max ใส่ปฏิทิน เรียกว่า มีนวัตกรรมกินตามปฏิทิน ฉีกแบบขนมซอง เพราะว่าเทคโนโลยีของเราไม่ match กับชาวบ้าน

เรื่องปัญหาต่างๆ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ก็เยอะ เรื่องเพศก็เยอะ โดยเฉพาะเรื่องโรคเรื้อรัง ถ้าไม่ถามก็ไม่เจอ ก็อาจทำให้มีปัญหา เรื่องพลัดตกหกล้มก็เยอะ ... บางที่ก็ดีมาก นอนชั้นล่าง มีปัญหาเรื่องการเข้าห้องน้ำ เขาก็ทำห้องน้ำไว้ใต้เตียง เอาเสื้อน้ำมันทับส้วม รื้อออกมา คนไข้เป็น palalyze เดินไม่ได้ พอปวดท้องที เขาก็รื้อเสื้อน้ำมันออกมา ก็กลายเป็นส้วม แบบประยุกต์ ชาวบ้านทำเอง หรือราวไม้ไผ่ ที่ต้องการให้คนไข้จับ ก็เหมือนราวสำหรับช่วยเดิน เรื่องปัญหาจิตใจซึมเศร้าก็เยอะมาก เรื่องเศรษฐกิจ คนถูกทอดทิ้ง ด้อยโอกาสเยอะมาก

มิติของการประสานการดูแล (Co-ordination of Care) เป็นจุดอ่อนของระบบ เพราะว่าแบ่งปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และจะมีปัญหาตรงรอยต่อ คือ คนไข้ก็ทัวร์ไปเรื่อยๆ ที่ควรเป็นก็คือ คนที่หน่วยบริการปฐมภูมิ จะต้องประสานบริการ ไม่ใช้เฉพาะในเรื่องของบริการสุขภาพ แต่อย่างเดียว อาจจะเรื่องสังคม วัฒนธรรม หรืออื่นๆ และความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งส่งไป และรับกลับด้วย

มิติสุดท้าย คือ การเสริมพลังชุมชน (Community empowerment) เป็นจุดเด่นของ Primary care ... ทำอย่างไรให้ชุมชน ครอบครัว และตัวผู้สูงอายุ มีศักยภาพมากขึ้น ที่บอกว่า เขาก็มีศักยภาพ ไม่ใช่มารับบริการอย่างเดียว ให้บริการก็ได้ด้วย เจ้าหน้าที่ของเราบางหน่วยให้คนแก่มาช่วยคัดกรอง ค้นบัตร มาร่วมบริการได้ บางที่ก็ Self service เพราะว่าเจ้าหน้าที่อยู่กัน 2 คน ไม่มีเวลาบริการ

บทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการจัดการปัญหาผู้สูงอายุภาพรวม

Care Provider ... เจ้าหน้าที่มักจะคุ้นกับบทบาท พี่มีแต่ให้ คิดแต่จะไปบริการให้เขา จะลืมนึกไปว่า การทำงานปัจจุบัน โดยเฉพาะมิติการสร้างเสริมสุขภาพ มันจะเป็น provider ไมได้ provider คือ บริการสุขภาพ กับ Biomed เพราะว่าเราเป็น technical professional เราก็ต้องให้บริการ แต่ตอนนี้ สถานการณ์โลก มันเปลี่ยนไป เรากำลังสร้างเสริม หรือว่าจัดการกับโลกที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม เราก็ต้องเปลี่ยนเป็น Manager เป็น Supporter เป็น Coaching มิติการเป็น Change manager เราไม่ต้องทำเอง เราบริหารจัดการ

Case manager ก็คือ จัดการให้คนมาช่วยทำงานเรา ต่อยอดคนที่เขาทำงานดีอยู่แล้ว และแหล่งทรัพยากรต่างๆ เป็นผู้จัดการสำหรับ Case โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง คือ คนที่คอยบอกว่า ให้เขาไปตรงไหนได้ และควรจะไปทางไหน ถึงจะได้รับบริการที่เหมาะ ตรงกับเขา

Advocate and empowerment เป็นการเสริมศักยภาพให้กับทั้งผู้สูงอายุ ผู้ดูแล ผู้นำชุมชน ให้มามีบทบาทหลัก ต่อไปปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆ เราจะไม่ได้มาเป็นคนเริ่มแล้ว ตัวผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเป้าหมาย ให้เขาจัดการตัวเองให้ได้ และหน่วยงานรอบข้างของเขา โดยเฉพาะหน่วยงานที่อยู่ในชุมชน ควรมีบทบาทหลักในการจัดการ

บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในงานผู้สูงอายุ

Law enforcement สวัสดิการให้กับผู้สูงอายุที่เป็นผู้พิการ ด้อยโอกาส รวมทั้งผู้สูงอายุทั่วไป

Resource support ... ท้องถิ่นก็ต้องมีแนวทางปฏิบัติ คุ้มครอง และท้องถิ่นต้องมีเรื่องงบประมาณมาช่วยเหลือกิจกรรม ประเทศถ้าประชานิยมมากๆ อีกหน่อยก็จะเกิดสิ่งที่ดี อาจจะมีการเที่ยวสวนสนุกครึ่งราคา หรืออื่นๆ มีฟรี ขึ้นรถฟรี

Social welfare ... บทบาทของบริการสวัสดิการสังคม ท้องถิ่นก็ต้องจัดเรื่องสภาพแวดล้อม สวนสาธารณะ ให้เหมาะสม ทำให้เหมาะกับทุกวัย ดูให้มีอุปกรณ์ที่ผู้สูงอายุต้องการ เขาต้องการ space ที่มากขึ้น และที่ปลอดภัย เรื่องการส่งเสริมอาชีพ

ชุมชน (รวมถึงผู้ดูแล และครอบครัว) มีบทบาท / การเรียนรู้ ... ในเรื่องการทำความเข้าใจผู้สูงอายุของคนในสังคมว่า มีหลายแบบ เรื่องการสร้างความมีส่วนร่วมการเป็นเจ้าของปัญหา เรื่องการระดมความช่วยเหลือจากชุมชน กองทุนต่างๆ

บทบาทของผู้สูงอายุ

คงจะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนสูงอายุ ผู้สูงอายุต้องเข้าใจตัวเองด้วย มีการปรับตัว และต้องรู้แหล่งในการหาความช่วยเหลือ

สรปทั้งหมดนี้ก็คือ ... เราจะต้องรู้ว่า เราจะทำงานมิติต่างๆ ในชุมชนได้อย่างไร และเรื่องทั่วๆ ไปที่เราจะทำงาน ปรับบทบาทเรา เน้น provider เพิ่มบทบาทอื่นที่เรายังทำน้อยให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้เห็นทางออกของปัญหาสุขภาพของพี่น้อง และเห็นสถานการณ์ที่ขาดแคลนกำลังคนอย่างมาก เราจะทำงานอย่างไร ให้ทำงานน้อย ได้ผลมาก ก็ต้องใช้เทคนิคที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะการทำงาน Partnership ความร่วมมือ สร้างการมีส่วนร่วม เมื่อก่อนเราใช้ปนกัน การมีส่วนร่วมเราใช้ อสม. และให้เขาทำตามที่เราบอก ปัจจุบัน ถ้าเป็นความร่วมมือ มันต้องระดับเท่ากัน ไม่ได้คิดให้เขาหมด ให้เขาได้มีส่วนร่วมคิดด้วย

ส่วนหนึ่งของบทบรรยาย จาก อ.หมอเกษม ละค่ะ

 รวมเรื่อง 1 ปี โครงการฯ สิทธิประโยชน์ ผส.