นานๆผมจะมีโอกาสได้เขียนบันทึกสักครั้ง วันนี้ขอแวะมาอีกสักวัน เรื่องที่เขียนวันนี้อาจจะไม่ได้ความรู้หรือว่าสาระอะไร แต่สิ่งที่ผมอยากจะเขียน เป็นความรู้สึกของคน คนหนึ่ง ที่อยากจะส่งผ่านถึงอีกคนคนหนึ่ง อ่านแล้วไม่รู้ว่าเขาจะซึ้งหรือเปล่า

            ในช่วงวัยอย่างผม ก็ถือว่าเกิดมานานหลายปีพอสมควร เคยผ่านเคยเห็นอะไรมาพอสมควร มีบางอย่างที่ผมทำแล้วสำเร็จและมีบางอย่างที่ผมทำแล้วมันล้มเหลว แต่ก็ยังมีอีกหลายๆผมยังไม่มีโอกาสได้ทำ แต่ไม่รู้จะมีโอกาสไหม

            คุณเคยเชื่อเรื่องของพรหมลิขิตไหม หรือว่าเคยเชื่อเรื่องของบุญวาสนาหรือเปล่ามีคนเขาบอกว่าคนเราจะรู้จักกันได้แสดงว่าเคยทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน โดยความเชื่อส่วนตัวของผมแล้ว ก็มีส่วนจริงเหมือนกันนะครับ การที่เราจะได้รู้จักกับใครสักคนหนึ่งสงสัยเมื่อชาติที่แล้วเราคงเคยทำบุญร่วมกันเนอะ อิอิ จนวันหนึ่งผมมีโอกาสกับคน คนหนึ่ง เคยมีอะไรหลายอย่างที่ผ่านเข้า บางทีเราอาจจะไม่มีโอกาสมาจนถึงทุกวันนี้

            เวลาเรารู้จักใครสักคน ถ้าเราคุยกับเขาแล้วเรารู้สึกดี อยากจะคุยด้วยบ่อยๆ นั่นก็คงเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เราอยากจะคุยกับเขาคนนั้นอยู่เป็นประจำ บางทีพูดไปก็จะเหมือนเวอร์นะครับ แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง .....เวลาเราไม่ได้คุยกับเขาแล้ว เราจะรู้สึกกระวนกระวายใจ เกิดอาการนอนไม่หลับได้เลยละครับ....

            จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ยิ่งคุยนานวันเข้า ความผูกพันมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น....ผมเคยถามตัวเองว่าทำไมผมถึงหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนี้ และผมก็ได้ให้คำตอบกับตัวเองว่า เธอมีอะไรหลายๆอย่างที่เหนือกว่าผู้หญิงธรรมดาทั่วไปที่ผมรู้จัก สิ่งที่ผมประทับในตัวที่เธอที่สุด ก็คงจะเป็นนิสัยที่น่ารักแจ่มใสอยู่เสมอละครับ ผมคุยกับเธอแล้วผมรู้สึกดี และเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเธอก็อยู่ที่การพูดจานี่ละครับ แน่นอนว่าเธอต้องเป็นคนที่ค่อนข้างจะสุภาพแน่นอน ถ้าเกิดวันไหนผมได้ยินคำที่มันไม่น่าจะเป็นคำพูดของเขา ผมก็เลยรู้สึกแปลกไม่ค่อยชินเลยครับ

            ถ้าพูดถึงความน่ารักสดใสของเธอ ผมบอกไม่อายเลยครับเรื่องนี้ ผมยกให้เธอหมดทั้งใจเลย ถ้าเกิดเราได้ให้ความรักที่มันถึงขั้นมากที่สุด ต่อให้มีคนที่ดีกว่าเธอ ผมก็จะยังคงเลือกรักเธอเสมอครับ...มีอยู่วันหนึ่ง ผมโทรหาเธอเสียงเธอร้องให้ฟูมฟาย พอผมถามว่าเป็นอะไร เธอก็ทั้งร้องให้ทั้งบอกว่าบอกว่าเพื่อนแกล้งผมคิดว่าเพื่อนต้องแกล้งแรงมากๆเลยครับ เธอร้องให้ฟูมฟายอย่างนัก ร้องๆๆๆ และก็ร้องตลอดเลย ผมขอเธอช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เขาบอกผมว่าเรื่องมันยาว ยิ่งทำให้ผมอยากรู้เข้าไปใหญ่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอถึงได้ร้องให้หนักขนาดนี้ เสียงเธอร้องสะอึกสะอื้นไม่ยอมหยุดเลยครับ แล้วเธอก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมได้รู้ ว่าทำไมเธอถึงได้ร้องให้หนักขนาดนี้....... โอ้โห!!! เรื่องมันยาวจริงๆด้วยครับ ผมฮาก๊ากเลย แต่ก็ไม่กล้าขำมากเพราะว่ากลัวว่าเธอจะโกรธเอา เพราะหนังเรื่องรัก 3เศร้านี่เองที่ทำให้เธอเศร้าหนักขนาดนี้ ......ดูเธอช่างไร้เดียงสา ผมไม่คิดว่าจะยังมีคนร้องตามหนังหนักขนาดนี้.... ผมอยากบอกว่าผมเป็นคนที่ปลอบใครไม่เป็นเลยครับผมรู้ว่าเวลาผมพูดปลอบใครแล้วคำพูดของผมคงไม่ช่วยให้เธอรู้สึกขึ้นหรอก ผมได้แต่ฟังสิ่งที่เธอเล่าไม่รู้ว่าจะสงสารหรือว่าขำเธอดี (เธอจะรู้ไหมครับว่าผมคิดไปไกลถึงไหนแล้ว ที่เธอเรื่องมันยาว น่ะ ฮิๆๆ)

            นั่นเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ผมไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างเธอนั้นจะหวั่นไหวได้ขนาดนี้....ดูภายนอกเธอไม่น่าจะใช่คนอ่อนไหว แต่พอผมเจออย่างนี้ผมก็รู้แล้วละครับว่าเธอเป็นอ่อนไหวง่ายขนาดไหน....ผมได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วครับว่าเธอเป็นที่มีเสน่ห์ตรงคำพูด...ผมว่าเธอเป็นที่มีหลายอารมณ์นะ บางครั้งเธอดูเฉยๆ เรื่อยๆ ออกแนวแข็งๆห้าวๆด้วยซ้ำ แล้วบทเธอจะขี้อ้อนอ่อนหวานก็เป็นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ...ผมชอบเวลาที่เธอเล่าเรื่องนั่นนี่ให้ผมฟัง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผมก็อยากให้เธอเล่า จะดีหรือว่าจะร้ายยังไงผมก็อยากฟัง ถึงบางเรื่องผมจะช่วยอะไรไม่ได้แต่ผมก็ดีใจ ที่พอจะเป็นที่ระบายของเธอได้บ้าง

            จะให้เล่าโดยละเอียดผมว่าพิมพ์ทั้งวันทั้งคืนก็ไม่จบหรอกครับ เอาเป็นว่า ผมรักเธอตรงที่เธอเป็นเธอนี่ละครับ ถ้าจะลองนับระยะเวลาที่เรารู้จักกันมานี่ก็คงเป็นปีที่ 2 แล้วนะครับ เร็วเหมือนกันนะ ยิ่งคุยกันนานเท่าไรเราก็ยิ่งรู้คุ้นเคยมากขึ้นเท่านั้น รู้ว่าอะไรที่เธอชอบ และอะไรที่เธอเกลียดที่สุด ผมสัญญากับเธอหลายๆอย่าง และอะไรที่ผมบอกว่าผมสัญญาผมก็จะจำขึ้นใจครับ ไม่เคยลืม ผมสัญญากับเธอว่าผมจะรักเธอคนเดียวมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นจนกว่าเธอจะหมดรักผม ถ้าเธอบอกเลิกผมเมื่อไหร่เราก็คงจบต้องจบกันแค่นั้น อีกอย่างหนึ่งผมสัญญากับเธอว่าผมจะไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ หรือไม่มั่วอบายมุขนั่นละครับ เธอบอกว่าไม่ชอบของพวกนี้ ปกติแล้วผมดื่มแต่เหล้าอย่างเดียวครับนานๆครั้ง ตามโอกาสส่วนใหญ่ก็จะเป็นช่วงเทศกาลซะมากกว่า ตั้งแต่ผมสัญญากับเธอผมก็ไม่เคยแตะต้องมันเลยสักครั้ง ไปไหนกับเพื่อนผมก็จะปฏิเสธตลอดแค่น้ำเปล่ากับน้ำอัดลมเท่านั้น ผมก็รู้สึกว่าผมทำได้ถึงผมไม่ดื่มเหล้าผมก็ยังพูดคุยกับเพื่อนได้เหมือนเดิม....แต่ก็มีหลายที่ผมเกือบจะเผลอๆ ไม่ว่าจะด้วยโกรธหรือว่าผมกำลังน้อยใจเธอยู่ แต่ผมก็ห้ามใจได้ทุกครั้ง....จนวันหนึ่ง ผมก็โทรหาเธอปกติเหมือนทุกวัน เธอบอกให้ผมโทรมาปลุกตอน 7 โมง ปกติถึงเวลานี้ผมก็จะตื่นตลอด...แต่วันนี้แปลก ผมตื่นขึ้นมามองดูนาฬิกา 8 โมงพอดีเลยครับเลยเวลาที่เธอให้ปลุกมาตั้ง 1 ชม. ผมรีบกดเบอร์โทรหาเธอทันที เธอไม่รับสาย ผมก็คิดว่าเธอคงตื่นแล้วและคงไปอาบน้ำอยู่ เดี๋ยวก็คงโทรกลับมาเอง รอจนแปดโมงครึ่ง ไม่มีสายโทรเข้า ผมก็นึกว่าเธอคงจะงอนที่ผมไม่โทรปลุก แล้วเธอก็ไม่สายผมอีก ผมยังโทรหาเธอเรื่อยๆ จนเลย 9โมงไปแล้ว นี่มันเลยเวลาเรียนเธอมานานแล้ว ยังไงถ้าเธอยังไม่รับสายผมก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ ผมโทรหาเธอกี่ครั้งไม่รู้ มากกว่า 10 ครั้ง มากว่า 20 ครั้งด้วยซ้ำ จนเที่ยงจนบ่ายเธอก็ไม่ยอมโทรกลับมา ไม่ต้องบอกก็น่ารู้นะครับว่าความรู้สึกตอนนี้มันเป็นยังไง

            ก่อนที่ผมจะเข้าเรียนตอนบ่าย 2โมงผมก็ยังโทรๆๆๆและก็โทรหาเธออยู่ จนบ่ายสามแล้ว ถึงเวลาที่เธอจะเลิกเรียนแล้วครับ ผมว่าจะโทรอีกสักครั้งเห็นมีสายที่ไม่ได้รับ รู้ว่าเป็นเธอที่โทรกลับมาผมดีใจมากๆ ผมรีบโทรหาเธออีกครั้งแล้วเธอก็รับสายผมแล้วครับ แน่นอนว่าผมต้องถามว่าเธออยู่ไหน ทำไมไม่รับสายผม แทนที่จะได้คุยกันดีๆให้สมกับที่เป็นห่วงทั้งวันหน่อยเปล่าเลยครับ พูดไปพูดมาทะเลาะกันซะงั้น ผมจะหงุดหงิดมากเวลาที่คุยยังไม่รู้เรื่องแล้ววางสายไปก่อน ผมโทรไปอีกเธอก็เล่นตัดสายทิ้งตลอดยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดมากๆเลยครับ โทรกี่รอบๆก็ตัดสายทิ้ง จนผมได้รับข้อความจากเธอ ไม่เข้าใจทำไมจะต้องเป็นอย่างนี้ และผมก็ได้รับข้อความจากเธออีกครั้ง ผมก็ยังโทรเหมือนเดิม เธอก็ไม่ยอมสายเหมือนเดิม ผมเดินเข้าไปเรียนแบบอารมณ์ไม่ดีสุดๆ ตอนนั่งเรียนผมยังไม่ฟังอาจารย์สอนเลยครับ ผมคิดแต่ว่าทำไมผมโทรหาเธอทั้งวัน เมื่อตอนเธอรับสายทำไมไม่พูดดีดีกับผม ผมส่งข้อความกลับไปให้เธอคิดในใจ เออก็ได้ต่อไปนี้จะไม่คุยแล้วก็ได้.....

            พอเลิกเรียนเพื่อนโทรมาหาผมว่าวันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนไปฉลองด้วยกันไหม เห็นว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันผมก็ตกลงไปกับเพื่อน ผมอยู่กับเพื่อนก็คิดถึงเธอตลอดเลยครับอยากโทรไปหา...นึกไปนึกมาเธอยังไม่ง้อผมเลยแล้วจะให้ผมโทรไปทำไม อยู่กับเพื่อนจน 1 ทุ่ม 2ทุ่มผ่านไป มีเพื่อนคนหนึ่งเสนอความคิดเห็นว่าอยากดื่มเบียร์ขึ้นมา ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนสั่งมาก็ให้เขากินไป แล้วผมก็ไปเข้าห้องกลับมาปรากฏว่าเพื่อนมันเปลี่ยนเป็นแก้วเบียร์เรียบร้อยแล้วครับ ครั้งแรกผมปฏิเสธไปว่าผมไม่กิน แล้วเพื่อนมันก็ถามผมขึ้นมาว่า มึงคบเพื่อนกี่เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ตอบอะไร สิ่งแรกที่ผมนึกถึงก่อนที่ผมจะดื่มมันเข้าไปคือสัญญาของผม 3 ทุ่มแล้วครับเธอคงไม่คิดจะโทรหาผมจริงๆ ผิดจากผมที่อยากโทรหาตลอด ผมนั่งอยู่กับเพื่อนจนถึง 5 ทุ่ม ผมมีอาการมึนมากๆ แล้วเพื่อนมันก็ชวนกันไปเที่ยวบาร์ต่อ เรื่องเที่ยวเทคเที่ยวบาร์ผมไม่ชอบเลยครับผมขอถอนตัวก่อนเลยแล้วก็มีเพื่อนอีกสองสามคนไม่ไปเหมือน ผมแยกกับเพื่อนกลับห้องเลยครับ

            ถึงผมจะมีอาการมึนมากๆแต่ผมก็ยังมีสติดีอยู่ ผมยังจดจำทุกอย่างได้ดี ผมอยากรู้ว่าถ้าผมไม่โทรไปแล้วเธอคิดที่จะอยากโทรมาหาผมบ้างไหม แต่ก็ไม่มีเลยครับ......สุดท้ายเที่ยงคืนผมก็เป็นคนทนไม่ไหวเอง ผมโทรหาเธอ แต่ว่าเธอก็ไม่รับสายผมอีกแล้ว ผมไม่รู้ว่าผมผิดอะไรแล้วยังผมที่ง้อเธออีก เธอตัดสายผมทิ้งหลายครั้ง ยิ่งไม่รับผมยิ่งอยากรู้ทำไมถึงไม่อยากรับสายกันนัก...ไม่รู้เพราะเธอรำคาญหรือว่าก้อยากกับผมด้วยเหมือนเธอยอมรับสายผม...เหมือนผมจะยังมีสติดีนะครับ แต่ว่าจำไม่ค่อยได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้าง...สิ่งที่ผมรู้ก็คือผมเสียความรู้สึกกับเรื่องวันนี้มากๆ....จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องเลยครับไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน

            ผมตื่นขึ้นมาก็ตี 5 แล้ว อาการเมาส่างไปเหลือแต่ปวดหัวมากๆเลยครับ ผมนึกขึ้นมาได้พอดีว่าเมื่อคืนผมโทรหาเธอแล้ว ผมอยากรู้ว่าเธอโกรธผมหรือ ผมก็เลยโทรหาเธออีกครั้ง.....

            เรื่องนี้ผมรู้ครับว่าผมผิด ที่ผิดสัญญากับเธอ ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ สิ่งนั้นผมก็ได้ทำผิดพลาดไป อยากให้เธอรู้ว่า ผมผิดไปแล้ว คำแก้ตัวของผมก็คือคำขอโทษ โกรธผมได้แต่อย่า ตัดเยื้อใยกับผม...ถ้าไม่ได้คุยกับเธอผมคงทนไม่ได้จริงๆ รักเธอมากจริงๆ ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายจะไม่มีอีกแล้ว