โรยรวงแห่งรัก

ภาพประกอบจาก www.sarakadee.com
แรงงานสร้างสันสัมพันธ์บ้านนา
อีสานบ้านนาภาพแห่งแดนดินถิ่นกันดารที่ผู้คนที่อยู่ทางภาคอื่นเข้าใจ
ภาพวันแห่งความรักความผูกพัน ภาพของคนหนุ่มคนสาวลงแขกเกี่ยวข้าว
หรือรวมกันทำกิจกรรมนวดข้าว(ตีข้าว) หรือมีกิจกรรมต่าง ๆ ตามวิถีชีวิตของชาวนา
เป็นชีวิตที่จุนเจือคอยช่วยเหลือกัน
หากวันนี้เพื่อนบ้านมีงานแล้วเราไปช่วยงานเพื่อนบ้าน
เมื่อถึงเวลาบ้านเรามีงาน
เพื่อนบ้านเราก็จะส่งคนมาช่วยงานเป็นการตอบแทนกันไป หรือเรียกกันว่า”ใช้แรงคืน”
จะช่วยงานกี่วัน ก็แล้วแต่ว่าเราได้ไปช่วยงานของเขามากี่วัน
**********************
ลงแรงปลูกรักในท้องทุ่งนา
เรื่องราวอันสวยงามได้เกิดขึ้นในชีวิตของวัยหนุ่มวัยสาว
หากเกิดไปหลงรักชอบพอสาวคนไหนในหมู่บ้าน
สิ่งที่ชายหนุ่มทุกคนที่จะต้องทำก็คือ การได้ไปช่วยงาน ในนาในไร่คนที่หมายปอง
เป็นการแสดงออกถึงความจริงใจ
และได้สร้างความใกล้ชิดเพื่อสร้างความสัมพันธ์เบื้องต้น
เหมือนว่าเป็นการดูนิสัยใจคอว่า จะมีความขยัน อดทน และเก่งงานแค่ไหน

ภาพประกอบจากภาพยนตร์เรื่องขวัญเรียม
**********************
ภาษารักแบบลูกทุ่งใสไร้มูลพิษเพื่อพิชิตใจจึงได้บังเกิด
งานกสิกรรมอันมีคนหนุ่มคนสาวเคียงข้างคู่กัน
พูดจาหยอกเย้าสานใยรัก ทักทอให้เกิดเป็นตำนานรักแห่งท้องทุ่ง
เพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกัน ต่างเป็นใจช่วยเป็นลูกคู่
พูดจาส่งเสริมให้ได้เขินอายทั้งชายและหญิง
อันความสุขส่งจิตให้สดใสเป็นผลผลิตอันมีคุณค่าทางใจยิ่งนัก
มันผลิดอกเบ่งบาน ส่งสร้างบรรยากาศในท้องทุ่งสีทอง
ให้กลับกลายเป็นท้องทุ่งสีชมพูไปได้อย่างบันดล
หัวใจโอบรับกับความชุ่มชื่นชุบสร้างชีวิตให้รื่นเริงนัก
แม้งานจะหนักสักแค่ไหน..
กำลังใจเกื้อหนุนกายไม่ให้รู้จักกับคำว่าเหน็ดเหนื่อย
เหงื่อทุกหยดที่ไหลรินลงผืนนา มันคือหยดเหงื่อแห่งรัก
โอ้..ความรักช่างเป็นสิ่งจรรโลงโลกมาเนิ่นนาน
จากรุ่นสู่รุ่น...ถ่ายทอดเผ่าพันธ์
ที่ไหนมีความรัก ที่นั้นมีความหวังสืบตกทอดมา
****************
จากบ้านนามาด้วยรัก
เมื่อคราเสร็จสิ้นจากงานนาเป็นเวลาว่างงาน
คนรักก็ต้องจากไปเพื่อหาเงินมาใช้ตามจุดประสงค์ของชีวิตในช่วงนั้น ๆ
นำแรงงานเข้าไปเล่ขายในเมืองใหญ่
เป็นภาพที่เห็นจนชินตาสำหรับคนในเมืองศิวิไว ที่ต่างเลิศหรูด้วยรสนิยม
คนบ้านนอกอย่างนั้น เค้ามองเห็นค่าแค่ขายแรงงาน
ตกเป็นคนเบี้ยล่างในสังคมเมืองใหญ่
ค่าแรงขั้นต่ำทำงานหนักเงินเดือนน้อย

**********************
วิถีชีวิตที่เรียบง่ายต่างก็มีเงินมาเกี่ยวพันอย่างหลีกหลบไม่พ้น
งานคือเงิน
เงินคือสิ่งที่บันดาลสิ่งไหนตามต้องการ
สมัยแห่งวัตถุนิยมในทุกสังคมจึงหนีไม่พ้นจากระบบทุนเสรี
เงิน..สามารถจับจ่ายใช้ซื้อสิ่งของตามต้องการได้จริง
เงินถูก...ส่งไปซ่อมบำรุงสิ่งที่ขาดหลายอย่างในชนบท
บ้างก็เก็บไว้เป็นทุนทำนาทำไร่
เงิน..
ใช้ส่งผ่อนซื้อเครืองมือทางการเกษตร ซึ่งลำพังการทำเกษตรคงไม่พอที่จะส่ง
บ้างก็ส่งไปให้พ่อแม่ทางบ้านจับจ่ายใช้สอยตามภาระหน้าที่ อันมีน้อง ๆ ที่ต้องดูแล
สมัยที่เงินมีค่ายิ่งกว่าความอบอุ่นที่จะสานสร้างสายใยของคำว่าบ้าน
ซึ่งมันถูกแลกเปลี่ยนมาด้วยความเสียสละของผู้ห่างบ้านมาเพื่อหาเงินในเมือง
ความห่วงหาอาธรทางบ้าน และ ความโดดเดี่ยวในเมืองเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้
ตราบใดการกระจ่ายรายได้ยังมีปัญหาอยู่ในบ้านนี้เมืองนี้
สังคมชนบทย่อมจะถูกดูดกลืนได้โดยง่าย
แรงงาน...แลกเงิน....และเงิน..คือประโยชน์
บ้างส่วนถูกแบ่งเพื่อแลกซื่อปัจจัยที่ไม่ใช้ปัจจัย 4
ล้วนเป็นปัจจัยที่สนองความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์
การแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่คิดว่านั้นคือสิ่งที่ทันสมัย
อยากเห็นในสิ่งที่เขาเห็น และเป็นอยู่ในสังคมที่แตกต่าง
อาจจะเป็นแรงจูงใจให้คนใฝ่หาชีวิตที่ฉายภาพเพียงเปลือกนอก
ใช่..ทุกสังคมย่อมมีการแข่งขัน..ดีกว่า..เก่งกว่า..เด่นกว่า
ข้าวของทันสมัยก็เป็นแรงบันดาลใจให้อยากได้อยากมีอย่างปุถุชน
บ้านที่ชนบท ทีวี ตู้เย็น วีซีดี สเตอริโอ แมงกะไซค์ รถยนต์ สิ่งที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ
สิ่งเหล่านั้นล้วนต่างเล้าโลมกิเลสให้ทวีความอยากได้ยิ่งขึ้น
นำมันเข้ามาให้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอันตั้งห่างไกลจากความศิวิไล
บ้างก็ช่วยผ่อนคลายได้ ในยามเหน็ดเหนื่อยเหมื่อยล้าจากงานนา งานไร่
เป็นความสุขที่พอหาได้ในยามพักผ่อนก่อนเข้านอน
เรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ สิ่งสวยงาม ๆ ได้ถูกส่งผ่านสื่อมาให้เสพถึงบ้าน
เกิดค่านิยมใหม่ ๆ จากการเสพสื่อ
รายการบันเทิงจากต่างประเทศ
ต่างก็มุ่งตรง ไหลบ่าเข้าสู่สังคมคนชนบท
และนั้นคือ...หนทางที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยมที่ใช้เปิดทางสู่ชนบท
เพื่อเป็นการสร้างค่านิยมใหม่ให้กับสังคมชนบท
ลองมาคิดดูเล่น ๆ
ว่า..อะไรคือสาเหตุ
มีสิ่งหนึ่งที่พอจะใช้ยืมยันได้จากการเฝ้าสังเกตุการณ์ความเปลี่ยนแปลใหม่ ๆ
เกิดค่านิยมที่เรียนแบบดาราในประเทศและต่างประเทศ
ค่านิยมของคนหนุ่มสาวในชนบทก็แปรเปลี่ยนไปตามกระแสนิยมที่สื่อส่งถ่ายทอดให้
เป็นเหตุให้สาวสวยในท้องทุ่ง เกิดค่านิยมเปลี่ยนไป
จากเดิมมีแต่หนุ่มนาหน้าบ้าน ๆ เรียงแถวมาให้เลือก
ค่านิยมเธอกับแปรเปลียนหันเหไป ตามยุคตามสมัย
สมัยนี้ค่านิยมเกาหลี่มาแรง
ทำให้ไอ้หนุ่มนา หน้าบ้าน ๆ ต้องปรับลุคเปลี่ยนโฉม
กลายพันธ์เป็นหนุ่มนา หน้าไทบ้านสไตส์เกาหลี..เกาหลี่...
(อันที่จริงเนื้อหาสาระในการดำเนินชีวิตของหนังเกาหลี่ถือได้ว่าให้ข้อคิดดี ๆ ได้)

รากเหง้าเขา
รากเหง้าของเรา
มีความขยันอดทน มีผิวสีเหลือง ดำๆ คล่ำ ๆ หน้าเผ่าพันธ์บรรพบุรุษ
เสปค..สเปค..จะสเปคไหน ๆ แล้วใครคือเรา และเรานั้นคือใคร
หันมาหลงใหล หันมากรี้ด ๆ กับความเป็นไทบ้านเฮาจะได้บ่
หรือว่าจ้าวอายไผที่เป็นหมู่เฮา...???
หากจ้าวอายใครแล้วทำไมจ้าวถึงไม่อายตนที่หลงผิดคิดลืมอ้าย..อะฮา..
อย่างไร...ก็ไม่โทษจ้าวหรอก...
มันเป็นธรรมดา...อ้ายเข้าใจ..
ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว......เลิศหรู..ศิวิไล....
หรือว่า...ปลาแดก...กระท่อมเถียงนา...
จ้าวจะเรียกสิ่งใด..??
คำตอบ..อ้ายรู้อยู่แก่ใจ...โชคดี..โชดดี....
************************

งามแท้ๆ แม่คนงาม
******************
มนุษย์มีถิ่นฐานกำเนิด มีหลากหลายเผ่าพันธุ์บนโลกใบนี้ ทุกชีวิตมีกิเลสเป็นที่ตั้ง
ชอบหลงใหลในสิ่งสวย ๆ งาม ๆ มีมาตรฐานของสิ่งนี้คลาย ๆ กัน
มันต่างเป็นเรื่องธรรมดา
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามแต่งแต้มสีสันให้ทุกชีวิตให้ดูสดใส
ตรงกันข้ามหากเกิดรักครุยสุดซ้ำขึ้นมาเมื่อใด
ความผิดพลาดหรืออุบัติเหตุต้องเกิดขึ้นกับรักอย่างแท้และแน่นอน
เฉกเช่นนิยายรักโรแมนติกจากโรมิโอ และ จูเลียต ของ เช็คสเปียร์อันโด่งดัง
มาจนถึงขวัญเรียม(แผลเก่า)ของไม้เมืองเดิม อันเป็นที่เล่าขานกันอย่างไม่รู้จบ
ทุกยุคทุกสมัยเงินทองช่างมีค่าและก็หาได้อย่างยากเย็นยิ่ง
มันช่วยสร้างมูลค่าให้ผู้ที่ถือครองมันให้ดูยิ่งใหญ่ เฉิดฉายได้อย่างบันดล
และ ปัจจุบัน!!!!!
มันก็เป็นตัวอุปสรรคอย่างหนึ่งในความรักของคนหนุ่มคนสาว
ความรักล้วนต่างก็มีอุปสรรค
เกิดเกมรักเกมหัวใจในที่สุด
โดยมีความสมหวังผิดหวังเป็นเดิมพัน
การแข่งกันจีบสาวคนสวยยอมเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เพศชาย
ดอกไม้งามย่อมมีหมู่ภมรหมายดอมดม (อุปมายังไงยังงั้น)
หากบ้านไหนมีลูกสาวสวยมักจะมีหนุ่ม ๆ ไปช่วยงานอยู่อย่างไม่ขาดสาย หัวกะไดไม่เคยแห้ง
มีผู้สมหวังต้องมีผู้ผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา
สิ่งที่จะทำให้สมหวังในรักในสมัยนี้
บุคลิคหน้าตาต้องดูดีเป็นพลัง ที่สำคัญต้องมีเงินเป็นเขี้ยวเล็บ
เหมือนเสน่ห์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในสังคมมนุษย์ในปัจจุบัน
สมัยที่ยกย่องความรวยมากกว่าความดี
เมื่อก่อนพละกำลังความแข็งแรงคือเสน่ห์
เดี้ยวนี้กับไม่ใช่...
รวยกว่าฉลาดกว่า และ หล่อกว่า..นั้นมันเท่ห์เล้าใจสาว ๆ เป็นยิ่งนัก
ยุคสมัยที่แสวงหาบารมี...ด้วยอำนาจ...ด้วยเงินตรา

**************
อิ..อิ
วันนี้บ่นไปเรื่อย ๆ
เหมือนอารมณ์ต่าง ๆ มันพริ้วไหวโดยสัญชาตญาณสัตว์
ที่หลบอยู่หลังฝูงเฝ้าคอยสังเกตุทุกอย่างที่เคลื่อนไหวความเป็นไปในฝูง
ทำได้แค่คีย์ ๆ กด ๆ ลงบนแป้น เพื่อจดบันทึกไว้ในใบลานหน้าจอแก้ว
กดเก็บไว้เป็นสมุดบันทึก ในห้องสมุดใหญ่แห่งยุคสายไซเบอร์
**************
ขอบคุณที่มาของภาพประกอบทุกภาพ
ข้าพเจ้าไม่ได้คิดล่วงเกินทุกท่านด้วยเจตนาบริสุทธิ์
เพียงแต่จับแต่งมาตามความเป็นจริงในทุกสถานะภาพของผู้คนในสังคมมนุษย์
ต่างก็รับบทบาทบนเวทีละครแห่งโลกใบกลม ๆ
สนุกกันบ้างป่าวครับ..ท่านผู้ชม...???
