ความปรารถนาดี เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง ที่เราต่างตั้งใจมอบแก่กัน ดังนั้น เมื่อผู้รับ เปิดใจปิติกับสิ่งที่ได้รับเมื่อใด พลังนั้น ก็เชื่อมต่อ ด้วยแรงดึงดูด ให้เข้าหากันทันที และส่งผลตามแรงปรารถนานั้น

      หลังจากที่คุณสิริ นพไธสง อาสาสมัครที่ไปช่วยงานที่วัดไทยกุสินารา ด้วยความศรัทธา มาหลายปี เกิดเจ็บป่วย และกลับมารักษาตัว ที่โรงพยาบาลในประเทศไทย ทำให้ชาวGotoknow ได้แสดงน้ำใจ โดยการส่งกำลังใจผ่านบล็อกของผู้เขียน และได้อ่านเยี่ยมไข้ ให้คุณสิริฟังทุกวัน ที่อยู่โรงพยาบาล และมีการไปเยี่ยมจนถึงเตียงคนไข้ นำความปิติใจมาสู่คนไข้ เป็นอย่างมาก อาการดีขึ้น จนแพทย์ให้กลับไปพักที่บ้านได้

   ครั้งนั้นคุณสิริบอกว่า อาการขาและเท้าที่บวมยังมีอยู่ บวมเป่งเหมือนหลังเต่า รู้สึกหนักตัว แต่อาการอื่นๆก็ปกติ เมื่อพักที่บ้าน ฤทธิ์ของยาที่กินทุกวัน ทำให้รู้สึกง่วงทั้งวัน ทั้งคืน และปากขม กินอาหารไม่ค่อยอร่อย

 วันหนึ่งผู้เขียนได้โทรเยี่ยมสอบถามอาการ ได้รับทราบตามที่ท่านแจ้งข้างต้นนี้ และได้พูดคุยกันต่อไปในเรื่องที่ผู้เขียนคิดว่า อยากให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิล เพื่อท่านจะได้ มีความสุขสบายขึ้น ในเรื่องต่างๆที่คุยกัน มีเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าได้เล่าให้คุณสิริฟังหรือยัง  คือ คุณพลเดช วรฉัตร ได้เข้ามาโพส ว่า

 

P
15. พลเดช วรฉัตร
เมื่อ พ. 21 ม.ค. 2552 @ 18:48
1083716 [ลบ]

เชิญคุณสิริแวะไปเดลีบ้างครับ

จะได้ระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งทำงานที่สถานทูต

ยินดีต้อนรับครับ

  เมื่อเล่าจบ คุณสิริก็มีอาการดีใจมาก ฟังจากน้ำเสียง และว่า ท่านพลเดชเชิญผมจริงๆหรือครับ ฝากกราบขอบพระคุณท่านมากๆครับ ท่านเป็นคนมีน้ำใจเหลือเกิน ต่อจากนั้นก็ได้สนทนากันอีกสองสามเรื่อง และวางหูกันไป

  อีกสองวันต่อมา คุณสิริก็โทรศัพท์หาผู้เขียน เวลาประมาณ เที่ยงวัน ขณะนั้นผู้เขียนกำลังออกไปเยี่ยม คนไข้จิตเวช ที่มีปัญหา เมื่อคราวที่แล้วอยู่ คุณสิริส่งเสียงสดใส บอกด้วยความปิติใจว่า

  "คุณบุญรุ่ง เชื่อไหม มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นกับผม" เมื่อได้ฟัง ผู้เขียนก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย ท่านเล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่กำลังจะเข้านอน ภรรยาของท่าน ได้เรียกให้ดูโทรทัศน์ และว่า นั่นไง คุณพลเดช วรฉัตร กำลังรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ไปเยื่อนประเทศอินเดีย แต่เนื่องจากถอดแว่นสายตาแล้ว จึงมองไม่เห็นหน้าคุณพลเดช

  คุณสิริเล่าว่า พอได้ยินชื่อ พลเดช วรฉัตร รู้สึกปิติใจมาก อยากเห็น อยากพบ แต่ก็ดูภาพไม่ทัน คุณสิริปลื้มตั้งแต่ทราบว่า ขอเชิญให้ไปแวะที่ทำงานเก่า สถานทูต ณ กรุงนิวเดลี

  คุณสิริหลับไปพร้อมกับความรู้สึกปลาบปลื้มนั้น

จนกระทั่งเที่ยงคืน รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา รู้สึกเหมือนตัวเองเบาสบาย เหมือนหลุดจากการพันธนาการ จิตใจกระปรี้กระเปร่า ไม่หนักอึ้งเหมือนทุกวัน และที่สำคัญ เกิดรู้สึกหิวข้าว ครั้งแรกคิดว่าฝันไป จึงหยิกตัวเอง ก็เจ็บ เรียกภรรยาให้ตื่น และเล่าอาการให้ฟัง ต่อจากนั้น ก็เป็นการหาข้าวหาปลากินกันกลางดึก อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนเข้านอนอีกรอบหนึ่ง

 ตื่นเช้าขึ้นมา ก็อาการดีเป็นปกติ เหลือแต่เท้าที่บวมอยู่ จึงนำหมอนมาหนุนให้สูงและนอนให้ตัวต่ำกว่าเท้า ชั่วโมงเศษๆ ความอัศจารรย์ ก็เกิดขึ้น เมื่อเท้าและขา หายจากอาการบวม ยุบลงจนประหลาดใจ ที่เคยเป็นหลังเต่า กลับแฟ่บหายปกติ

  เป็นเรื่องตื่นเต้นของเช้าวันนั้น และสุขอย่างคนหายไข้

คุณสิริบอกว่า เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เพราะกลับบ้านมา สองสัปดาห์แล้ว อาการก็เหมือนเดิม แต่เพราะความสุขที่ได้รับทราบเรื่องราว ที่คุณบุญรุ่งเล่า ผมกลับมีอาการดีอย่างไม่น่าเชื่อ ผมมีความสุขมากครับ

  ผู้เขียนดีใจ จึงได้แจ้งข่าวให้ชาว Gotoknow ได้รับทราบทั่วกัน

และบอกกับคุณสิริว่า ถึงใครไม่เชื่อ แต่ผู้เขียนเชื่อในความปรารถนาดีที่เราส่งถึงกัน ความปรารถนาดี เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง ที่เราต่างตั้งใจมอบแก่กัน ดังนั้น เมื่อผู้รับ เปิดใจปิติกับสิ่งที่ได้รับเมื่อใด พลังนั้น ก็เชื่อมต่อ ด้วยแรงดึงดูด ให้เข้าหากันทันที และส่งผลตามแรงปรารถนานั้น

 ผู้เขียนไม่ทราบว่า เข้าใจถูกหรือไม่ แต่ผู้เขียน ก็ยังไหว้พระส่งความปรารถนาดี ให้คุณสิริทุกคืน

     ขอเป็นเรื่องเล่า ที่จะชวนให้ฝันดี ในคืนวันนี้นะคะ