ย้อนกลับไปสัปดาห์ก่อนที่เราได้รับมอบหมายให้เป็นผู้วัดความยาวของพื้นที่เพื่อที่จะ “วางท่อ...”

วันนั้นเราได้วัดพื้นที่โดยแบ่งออกเป็นของส่วนคือ
หนึ่ง วัดตามแนวกำแพงจากมุมด้านหนึ่งไปมุมอีกด้านหนึ่ง โดยได้พื้นที่ยาว 55.20 เมตร
สอง วัดจากมุมกำแพงด้านทิศใต้มาจรดปากท่อที่รอดใต้ถนนด้านทิศเหนือ และได้พื้นที่ยาว 11 เมตร
รวมความยาวทั้งหมดจึงเท่ากับ 66.20 เมตร
เมื่อได้ความยาวดังนั้น เราจึงวางแผนที่จะสั่งท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 ซ.ม. และยาวท่อละ 1 เมตรจำนวน 63 ท่อ โดยอีก 3 เมตรที่ขาดไปนั้นจะเป็นพื้นที่ของบ่อพักจำนวน 3 ช่อง ช่องละ 1 เมตร เมื่อรวมกันแล้วจะได้เท่ากับ 66 เมตรพอดี

แต่ครั้นเมื่อได้วางท่อจริง ๆ แล้วปรากฎว่า “ท่อเกิน” ไปเป็นจำนวน 8 ท่อ เราจึงมีโอกาสที่ได้กลับมาขบคิดถึงสาเหตุว่าทำไมท่อถึงได้เกินมากมายขนาดนี้
โดยเมื่อได้ตรวจดูและวิเคราะห์ถึงสาเหตุแล้วพบว่ามีสาเหตุสำคัญอยู่ 5 ประการ คือ
1. ตอนสั่งท่อนั้นเราเผื่อท่อไว้กรณีที่ขาดหรือแตก จำนวน 1 ท่อ
2. การขุดร่องเพื่อวางท่อนั้น มิได้ขุดตามแนวกำแพงหักมุมตามแนวที่เราวัดตอนแรก คือ ขุดเป็นแนวโค้งจากปากท่อด้านทิศเหนือตรงไปยังแนวกำแพงซึ่งเป็นทางออกของท่อระบายน้ำอีกฟากหนึ่งด้านทิศใต้ จึงทำให้พื้นที่สั้นลงไปจำนวนมาก
3. การเว้นช่วงสำหรับบ่อพักนั้น มีจำนวนมากขึ้นกว่าที่วางแผนไว้คือ จากเดิม 3 เพิ่มเป็น 4 ช่อง
4. ขนาดของบ่อพักมีขนาดที่กว้างกว่าที่กำหนดไว้ (ที่กำหนดไว้ช่องละ 1 เมตร) เราได้ลงไปวัดขนาดของบ่อพักแล้วพบว่า บ่อแรกมีความยาว 1.10 เมตร บ่อที่สองมีความยาว 1.45 เมตร บ่อที่สาม 1.05 เมตร และบ่อสุดท้ายตรงปลายอีกด้านหนึ่งยาวถึง 2 เมตร รวมความยาวที่เกินทั้งหมดคือ 2.60 เซนติเมตร
5. รอยต่อของท่อไม่สามารถทำให้สนิทพอดีได้ ซึ่งรอยต่อระหว่างท่อต่อท่อที่วางวันนั้นมีช่องว่างประมาณช่องละ 2-3 เซนติเมตร เมื่อคิดโดยคำนวณจากจำนวนท่อทั้งหมดที่วางลงไปคือ 56 ท่อน จะทำให้กินพื้นที่รวมประมาณ 1.20 เมตร

ด้วยสาเหตุหลักทั้ง 5 ประการดังกล่าว ทำให้การวางแผนในการสั่งท่อครั้งนี้มีท่อเกินเป็นจำนวน 8 ท่อด้วยกัน
และแม้ว่าเมื่อมีการรื้อท่อเมื่อวางใหม่อีกครั้ง (จากบันทึก... ) โดยลดจำนวนของบ่อพักลงให้เหลือเพียง 3 บ่อและขนาดของบ่อพักลงให้เหลือประมาณ 80 เซนติเมตร ก็ยังมีท่อเหลืออีกจำนวน 3 ท่อ (อีกท่อหนึ่งแตกขณะรื้อหรือยกขึ้น)
ดังนั้นการคำนวณท่อที่จะต้องใช้สำหรับการวางท่อระบายน้ำในคราวหน้านั้น จากเหตุและปัจจัยที่พบในครั้งนี้ จึงสรุปได้ว่าควรจะสั่งขาดหรือสั่งให้น้อยกว่าความยาวจริงประมาณ -3% โดยสาเหตุหลักที่ต้องลดลงนั้นจะมาจากสาเหตุในข้อที่ 5 เป็นหลัก คือ ช่องว่างระหว่างท่อ ที่อย่างไรเราก็ไม่สามารถทำให้สนิทโดยไม่ให้มีช่องห่างได้ คืออย่างน้อยที่สุดจะต้องมีรอยห่างประมาณ 2 เซนติเมตร เนื่องจากพื้นดินข้างล่างไม่สามารถทำให้เรียบสนิทได้ ความสูงต่ำของดินแม้เพียงนิดเดียวก็ทำให้ปากท่อหรือรอยต่อนั้นอ้า
และถ้าการวางท่อนั้นมีความโค้ง หรือแนวท่อมีความโค้ง เราจะต้องสั่งท่อให้ขาดหรือน้อยกว่าความยาวถึงประมาณ -5%

โดยหลักการคำนวณนี้ ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลักที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ความสามารถและประสบการณ์ของผู้วางท่อ
ซึ่งถ้าเราวางกันเองอาจจะต้องเผื่อสำหรับท่อที่แตกหรือชำรุดขณะที่วางด้วย
การจะสั่งท่อขาดหรือเกินนั้นยังจะต้องขึ้นอยู่กับอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ “ร้านตัวแทนจำหน่าย”
ถ้าหากเราตกลงกับเขาได้ว่า เกินแล้วสามารถคืนได้ ตัวนี้สั่งเกินไว้ก็จะเป็นการดี แต่ถ้าหากซื้อแล้วเขาไม่รับคืน อันนี้ต้องคำนวณให้พอดีหรือขาดไว้หน่อย โดยถ้าหากร้านอยู่ใกล้ ๆ เรามีรถที่สามารถขนได้สะดวก ขาดไปท่อสองท่อวิ่งไปเอาทีหลังจะดีกว่า เพราะว่าถ้าหาก “ท่อเกิน” นั้นนอกจากจะเสียเงินไปแล้ว ยังจะต้องมีภาระหาพื้นที่เก็บที่เหลือไว้ใช้ โดยทั้งหมดทั้งปวงนี้คือ “ต้นทุน (Cost)”
การวางแผนทำงานก่อสร้างนั้นมีเหตุมีปัจจัยหลายประการ
สำหรับเหตุการณ์ที่วิเคราะห์นี้เป็นเพียงกรณีศึกษาเหตุการณ์หนึ่ง ที่เราเองได้พบและประสบจึงขอโอกาสถ่ายทอดมาให้ทุกท่านได้ฟังเพื่อที่จะเป็นข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับใช้ในการตัดสินใจของท่านในงานต่อไป...
