คนไทยเก่งๆ มีเยอะ แต่ที่น่าแปลกที่คนไทยไม่ค่อยเปิดเผยโค้ด เป็นคำพูดจากเพื่อนที่อยู่แดนไกลถึงประเทศอินเดีย เขาชอบประเทศไทยเพราะคิดว่าการทำงานด้านซอฟต์แวร์กับคนไทยสบายใจมากกว่าการ พัฒนาซอฟต์แวร์กับคนประเทศอื่นๆ ผมไม่ทราบว่าทำไม แต่คำถามที่เพื่อนของผมมักถามจนผมมองเห็นว่าเป็นประเด็น คือ พัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สทำไม? นั่นสิ คำตอบคงหลากหลาย บ้างก้อว่า เอามันส์ ทำเป็นงานอดิเรก ทำเพื่อการค้า หวังรวย ฯลฯ ทุกๆ คำตอบที่ได้ยินมาไม่เห็นมีคำตอบไหนที่โดนประเด็นและจุดมุ่งหมายของการพัฒนา ซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สเลยสักคำตอบเดียว คุณล่ะพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สทำไม?
เบื้องหลังซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สส่วนใหญ่พัฒนามาจากนักพัฒนาหลายคน อย่างมากก็นับพันคน โครงการใหญ่ๆ อย่าง Linux Kernel, Debian, Fedora เป็นต้น ขอยกตัวอย่างเฉพาะ Real Open Source Software นะครับ ด้วยกระแสการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบนี้หลายคนมองเห็นข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป ลองไปอ่านในหนังสือ The Cathedral and the Bazaar ของ ESR ดูนะครับ จะพบว่าการเปลี่ยนแปลงจาก propietary เป็น open source มันมีเหตุผลที่หนักแน่นชัดเจน ส่วนใหญ่เหตุผลเหล่านี้มักถูกลืมเลือน ทุกวันนี้คำว่าโอเพนซอร์ส (Open Source) กลายเป็นจุดขายทางการตลาด เอาจุดเด่นของโอเพนซอร์ส มาสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งคุณค่าเหล่านี้เป็นกระแสเสียมากกว่า แล้วคุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร?
คำตอบของผมเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วเปิดเป็นโอเพนซอร์สนั้นง่ายมาก "ผมอยากให้มีคนมาช่วยผมเขียนโปรแกรม ผมอยากเห็นซอฟต์แวร์ของผมพัฒนาไปเรื่อยๆ ในวิถีของโอเพนซอร์ส" อาจจะดูบ้าๆ บอๆ แต่ผมได้ทดลอง ทดสอบ ในหลากหลายวิธีการ แต่ก็มีหลายคนแย้งว่า "ความคิดแบบนี้ ใช้กับปัจจุบันไม่ได้" เพราะเดี๋ยวนี้ "Software as a Services" หรือ "SaaS" ทุกๆ ค่ายก้อพยายามที่จะลดรายจ่ายในเรื่อง up-front investment นั่นหมายความว่า "ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์ประเภทเดียวที่สามารถลดราจ่ายในเรื่อง up-front investment " หากมองในแง่ของธุรกิจซอฟต์แวร์นั่นเป็นความจริง เพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีใครขายซอฟต์แวร์เดี่ยวๆ แล้วไปรอด ต้องพัฒนาออกมาในรูปแบบของโซลูชั่น หรืออะไรสักอย่าง นั่นหมายความว่า ซอฟต์แวร์ ไลบรารี และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อกับโอเพนซอร์สจะถูกฝังเข้าไปอยู่ในโซลูชั่นที่ปิด ไม่ได้เป็นโอเพนซอร์สอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ? แล้วจุดมุ่งหมายของการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สล่ะคืออะไร?
ผมคิดว่าเรามาดูเนื้อหาในเพลง Free Software กันดีกว่า คุณจะเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และอาจจะเข้าใจแนวคิดที่ออกจะหักดิบของ Free Software ด้วย เนื้อเพลงมีดังนี้
Join us now and share the software;
You'll be free, hackers, you'll be free.
Hoarders may get piles of money,
That is true, hackers, that is true.
But they cannot help their neighbors;
That's not good, hackers, that's not good.
When we have enough free software
At our call, hackers, at our call,
We'll throw out those dirty licenses
Ever more, hackers, ever more.
Join us now and share the software;
You'll be free, hackers, you'll be free.
ประเด็นหลักของซอฟต์แวร์เสรีและโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ คือ การช่วยเหลือกันในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แบ่งปันและแจกจ่ายซอฟต์แวร์ให้กับคนอื่น ให้สิทธิ์ในการเข้าถึง แก้ไข ดัดแปลง และแจกจ่ายกับคนอื่น นี่คือใจความที่ซ่อนอยู่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบซอฟต์แวร์เสรี และอยู่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส กลับมาที่คำถาม คุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร?
พี่เทพหรือเทพพิทักษ์ การุณบุญญานันท์ เป็นบุคคลตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า คุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สคืออะไร? หากคุณใช้ debian หรือ ubuntu คุณจะพบว่าภาษาไทยบน debian และ ubuntu แสดงผล พิมพ์ มีฟอนต์สวยๆ มากกว่า linux distribution อื่นๆ นี่แหละ คือคุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส ยกตัวอย่างอีกสักตัวอย่างหนึ่ง เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว (2008) blognone, L10n และนักพัฒนาอิสระ รวมตัวกันในชื่อ House 2.0 เพื่อสร้างสรรค์ผลงานการ contribute ภาษาไทยเข้าไปในโครงการเว็บเบราว์เซอร์ที่มีจำนวนผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่าง firefox ของ mozilla foundation จากการรวมพล เพียงไม่กี่เดือน FireFox 3.0.1 ก้อมีแพคเกจภาษาไทยออกมาให้ดาวน์โหลด และปัจจุบัน FireFox 3.0.5 กำลังจะขึ้น 3.0.6 ก้อมีเวอร์ชั่นภาษาไทยมาให้ใช้กันแล้ว คุณค่าของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สมันเกิดตรงนี้ คุณค่าแอบแฝงจากการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส ในกรณีของ House 2.0 คือ ทุกคนรู้จักกัน รวมตัวกันทำกิจกรรมอื่นๆ นอกจากงาน contribute เข้า mozilla ทำกิจกรรมและช่วยเหลือกันในเรื่องอื่นๆ ได้ เช่น เล่น Wii หรือทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมได้ เป็นต้น กลับมาที่คำถามคุณพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม?
ผมถามเพื่อนของผมกลับไปว่าทำไมถึงซอบโอเพนซอร์สนัก แล้วคุณพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม? เพื่อนของผมตอบสั้นๆ ว่า "ถ้าไม่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ก้อไม่เข้าใจว่าโอเพนซอร์สเป็นยังไง" อืมม ตอบสั้นๆ กำกวมๆ เหมือนจะไม่ได้คำตอบ หากคุณพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สอยู่ หรือเป็น contributor อยู่คุณล่ะพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำไม?
สวัสดีครับ อาจารย์อนุชิต
ขออนุญาตเรียก "อาจารย์" นะครับ
เพราะเท่าที่ติดตามสิ่งที่ท่านได้เขียนมา
สักพักนึงแล้ว รวมทั้งบันทึกนี้
ทำให้ผมคิดว่าสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากและไม่กระดากใจ
ปัญหาที่อาจารย์ถาม
ผมคิดว่ามันน่าสนใจมากครับ
ครั้งหนึ่งผมก็เคยคิดนะ
คิดแบบคนไม่เข้าใจว่า
มีด้วยเหรอคนแบบนี้
ที่ทำอะไรให้คนใช้กันฟรีๆ
แต่หลังจากที่ผมเริ่มโต
เริ่มเรียนรู้อะไรดีๆ
เช่น สุนทรียสนทนา (Dialogue)
ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง Knowledge Management
รวมทั้งได้รับเกียรติให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Gotoknow แห่งนี้
ทำให้ผมคิดว่าผมเริ่มมองโลกในแบบที่ต่างไปจากอดีต
ผมว่าคีย์หลักของเรื่อง Open Source
ก็คือ คนที่ทำนั้นต้อง Open Mind ครับ
หากปราศจากจิตใจที่เปิดกว้าง
หากใครไม่เคยเรียนรู้การมีความสุขจากการให้
หากใครที่คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ เงินๆ ทองๆ
พวกนี้ไม่สามารถ Open Source ได้หรอกครับ
ผมคิดว่าต้องระดับคนที่มี "ปัญญา"
และมีสภาพจิตถึงระดับนึงเท่านั้นแหละ
จึงจะทำได้
และผมก็นับถือทุกคนไม่ว่าจะคนไทย
หรือฝรั่งที่มีหัวใจเป็น Open Source
อย่างแท้จริง
แต่ก็ยกเว้นไม่นับพวก ปากว่า ตาขยิบ แบบ "Open Mount แต่ Close Mind"
นะครับ
ผมชอบคีย์เวิร์ดอีกคำในเนื้อเพลงครับ
"อิสรภาพ" - Free
เพราะมันจะช่วยให้เราไม่ถูกจองจำ
และไม่ถูกเรียกค่าคุ้มครอง
จาก Microsoft หรือ Oracle
แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้นได้คง
ยากและเหนื่อยหน้าดู
แต่คิดว่าคงไม่ยากเกินไป
หากสร้างคนไทยหัวใจ Open เยอะๆ
จริงมั๊ยครับ...อาจารย์
ขอบคุณครับที่เปิดประเด็นให้ชวนคิด
:)
ปล. ไว้โอกาสหน้า จะขอปรึกษา
เรื่อง Software ที่จะมาขึ้น Blog
เช่นตัว WordPress Mu หน่อยนะครับ
เพื่อไม่ให้ผมต้องมาเสียอารมณ์ กับการต้องไปซื้อแแผ่นผีมาลงเครื่อง พอเปิดโปรแกรมมา เมนูบางตัวดันหาย ซะงั้น มั๊งครับ
โหลดจาก sourceforge ดีกว่าเยอะ