สรุปคุณค่าอภิปราย ข้อเสนอแนะ
คุณค่าอภิปราย
การถอดบทเรียนครั้งนี้ทำให้มองเห็นคุณค่าและศักยภาพของชมรมที่กำลังช่วยเหลือตนเองให้ได้แล้ว และชมรมกำลังจะก้าวเป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งในชุมชนที่จะต้องให้การช่วยเหลือชมรมอื่นที่ประสบปัญหาใกล้เคียงกัน ทั้งการช่วยเหลือทางด้านจิตใจหรือการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คิดค้นบริการที่เหมาะสมกับความต้องการของเพื่อนผู้สูงอายุในชุมชนนั้น ๆ ซึ่งอันจะเป็นประโยชน์ต่อชมรม ชุมชน และสังคม หมายรวมถึงสมาชิกชมรมแลผู้เกี่ยวข้องกำลังอย่างน้อย 5 ประการดังนี้
1. ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเองและชมรม มีความเป็นกลุ่มก้อน มีเอกลักษณ์ของชมรม มีทัศนคติที่ดีในทิศทางบวกต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ท้อแท้ หมดหวังกับสภาพปัญหา มีกำลังใจที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้วยความคาดหวังถึงการทำให้ เพื่อนผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- การมีความรู้สึกร่วมในความเป็นชุมชน อาจเป็นด้วยชุมชนในมิติเชิงพื้นที่ คือ มีพื้นที่ชุมชนอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ผูกพันกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือในมิติของประวัติศาสตร์ที่ชุมชนมีความเก่าแก่และอยู่กันมายาวนานหรือมีสิ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน เช่น บรรพบุรุษ สิ่งศักดิ์สิทธิ์
- ต่าง ๆ เป็นต้น ทำให้คนในชุมชนมีความรัก ความสามัคคี เอื้ออาทร และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2. เกิดความเชื่อมั่นในประสบการณ์ที่สั่งสม กระบวนการจัดการความรู้และการถอดบทเรียนอย่างสม่ำเสมอจะเสริมสร้างพลังอำนาจและจะเป็นการเปิดพื้นที่ประสบการณ์ที่จะสามารถถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์กับบุคคลอื่นได้ เพื่อเป็นการปลุกจิตสำนึกร่วมกันระหว่างสมาชิกในชมรมที่ประสบปัญหาใกล้เคียงกัน
กระบวนการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ เป็นกระบวนการทางสังคมที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ของคนในชุมชนผ่านกลุ่มต่าง ๆ ทำให้สามารถสร้างระบบการบริหารงานประสบการณ์และความเชี่ยวชาญให้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันกับความร่วมมือและให้อภัยกัน รวมทั้งการเรียนรู้จากความผิดพลาดของการพัฒนาอื่นๆที่ผ่านมาและเรียนรู้จากชุมชนหรือกลุ่มชมรมอื่นที่ประสบความสำเร็จแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับตนเอง นอกจากนั้น การเสริมสร้างการศึกษาและสารสนเทศให้แก่คนในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนได้เรียนรู้จักทั้งตนเองและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง การดำรงชีวิตแบบพอเพียงและ แนวทางการพัฒนาแบบพึ่งตนเอง (Self-Reliance) จึงเป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการในการพัฒนาของชุมชนด้วย
3. เกิดความรู้และทักษะในการคิดอย่างมีเหตุผล เมื่อผ่านกระบวนการจัดการความรู้ รวมทั้งการเรียนรู้บทเรียนที่ได้ จะทำให้สมาชิกของชมรมจะสามารถคิดวิจารณ์อย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับสภาพปัญหาหรือปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปัญหา และการค้นหาทางออกอย่างสร้างสรรค์
4. สามารถพัฒนากลยุทธวิธีการปฏิบัติงาน สรรหาทรัพยากร ความรู้ และทักษะที่จำเป็นและมีผลต่อการพัฒนากิจกรรมให้ต่อเนื่อง สมาชิกชมรมและผู้ทีส่วนเกี่ยวข้องจะเกิดการเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อการลงมือปฏิบัติการและมีความพยายามที่จะร่วมมือกับเครื่อข่ายอื่นๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของชมรมและกิจกรรมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชุมชนได้อีกด้วย
- มีทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการที่เหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนจะเป็นอีกปัจจัยที่สามารถทำให้คนในชุมชนมารวมตัวกันได้ โดยเริ่มจากการสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรชุมชน รวมทั้งเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากร ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนช่วยกันจัดการกับปัญหานั้น ๆ กรณีที่มีคนรุกล้ำทรัพยากรของชุมชน คนในชุมชนก็จะต้องมีการกำหนดบทลงโทษให้ถือปฏิบัติร่วมกัน และอาศัยคนในชุมชนช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพยากรในชุมชนของตนด้วย
- 5.มีการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมและแก้ปัญหาร่วมกัน คนในชุมชนมีการรวมกลุ่มคิดแก้ปัญหาในลักษณะประชาคม โดยใช้ทรัพยากรและฐานความรู้ที่มีอยู่เดิม ผนวกกับลองผิดลองถูกในการบริหารจัดการ หรือไปศึกษาดูงานจากที่อื่นแล้วมาลองทำเอง โดยมีพื้นฐานจากการช่วยเหลือกัน เช่น ร้านค้าชุมชน กองทุนต่าง ๆ เป็นต้น "ไม่ว่าการจะทำอะไรก็ตาม สิ่งที่เน้นมากคือ การทำในลักษณะกลุ่ม เพื่อให้คนที่แข็งแรงสามารถมาอยู่ร่วมกับคนที่อ่อนแอกว่า และช่วยให้คนที่อ่อนแอสามารถยืนด้วยขาของตนเองได้" (คำกล่าวของนายจำนงค์ จันทร์จอมผู้ใหญ่บ้านสามขา)
- คนในชุมชนยอมรับและให้ความร่วมมือ เมื่อมีการดำเนินงานต่าง ๆ ผ่านชุมชนและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม ทำให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมดำเนินการ และร่วมตรวจสอบ เมื่อมีปัญหา คนในชุมชนก็จะมีการพูดคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สร้างจิตสำนึก ทำประชาคม กำหนดกฎเกณฑ์ให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมกำหนดกฎเกณฑ์นั้นคนในชุมชนก็จะเพิ่มความร่วมมือกันปฏิบัติตามกฎที่ร่วมกันวางเอาไว้อย่างเต็มใจมากขึ้น
- ข้อเสนอแนะ
- ควรจัดให้มีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ อาจจะเป็นการสื่อสารกับคนในชุมชนผ่านเวทีประชาคม โดยใช้วิทยุกระจายเสียงหรือระบบเสียงตามสาย หรือผ่านการจัดกรรมทางศาสนาวัฒนธรรมต่าง ๆรวมทั้งการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย การจัดให้มีระบบการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ทำให้คนในชุมชนทุกคนมีการรับรู้ถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แนวทางการพัฒนาและติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของชมรมตลอดเวลา กลายเป็นพลังร่วมที่ขับเคลื่อนให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนของตน
- เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น จังหวัด อำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ ร่วมมือกันกับคนในชุมชนด้วย
- มีระบบติดตามประเมินผลและตรวจสอบ โดยอาจจะมีผู้นำชุมชนเป็นผู้นำในการตรวจสอบและคนในชุมชนให้ความร่วมมือ ทำให้สภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนน่าอยู่ ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
- มีการจัดกิจกรรมเยี่ยมเป็นกลุ่ม เมื่อมีการดำเนินงานต่าง ๆ ผ่านระบบกลุ่มนอกจากจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม การเยี่ยมแบบทีมทำให้คนในกลุ่มบ้านเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมดำเนินการ เมื่อมีปัญหา คนในชุมชนก็จะมีการพูดคุยให้ข้อมูลของผู้สูงอายุ สร้างจิตสำนึก ทำประชาคม กำหนดกฎเกณฑ์ให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เมื่อคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมกำหนดกฎเกณฑ์นั้นคนในชุมชนก็จะเพิ่มความร่วมมือกันปฏิบัติตามกฎที่ร่วมกันวางเอาไว้อย่างเต็มใจมากขึ้น
- น้ำใจ และความงดงามในสังคมยังมีอยู่เสมอ หมอใบไม้
เรื่องนี้มีคุณค่ามากคะ สำหรับบทเรียนที่ได้ถอดมานี้เอาไปใช้ในกลุ่มอื่นๆต่อได้ไหมคะ
ขอให้หมอใบไม้ มี่กำลังใจที่ดี มีสุขภาพที่ดีในการทำงานดีดี อย่างนี้ตลอดไปคะ