หมดหวัง

  ขอเล่าเรื่อง การส่งผู้ป่วยจิตเวชมารักษากันต่อจากบันทึกที่แล้ว

หลังจากที่ต้องรอนานมาก ก็ไม่รู้ว่ารออะไร ที่แท้ก็มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า จิตแพทย์มาแล้ว ขณะนั้นเป็นเวลา ขาดอีกไม่กี่นาทีก็บ่าย ๒ โมง แต่พอกลุ่มเรา เข้าไปพบจิตแพทย์ ก็ปรากฏ มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง เข้าไปพบแพทย์คนนี้เหมือนกัน พวกเขาพาคนไข้จิตเวชมาเหมือนกัน แต่ผู้ที่พามาเป็นเทศกิจ อยู่นาจอมเทียน สัตหีบ มารอตั้งแต่เช้าเช่นกัน ต่างก็ไม่ได้สนใจกัน

   ในที่สุด ก็มีเหตุให้ต้องมาปรึกษาหารือกัน คนไข้ของเขา ใช้มีดไล่ฟันคนในตลาด กว่าจะจับมาได้ ก็แทบแย่ จึงมีความหวังว่า ที่นี่ น่าจะช่วยระงับประสาทให้คนไข้เขา โดยให้นอนพักสักระยะที่โรงพยาบาล ก็คงเป็นความคิดเดียวกันกับของเราด้วย

  คุณหมอก็ไมได้สอบถามอะไรเพิ่มเติมจากญาติ เพียงแต่บอกว่า ที่นี่คนไข้เต็ม จะให้ยากลับไปกินที่บ้าน ไม่ดีค่อยพามาใหม่ แล้วก็ถามคนไข้ว่า กินยานะ ฉีดยานะ แต่คราวนี้คนไข้เสียงแข็ง ไม่เอาไม่ฉีด กลัวเข็ม ไม่ได้เป็นอะไรนี่ ญาติก็พยายมสื่อสารว่า ไม่สามารถดูแลคนไข้ได้ คุณคนนี้ จึงว่า เดี๋ยวส่งไปศรีธํญญาก็แล้วกัน ว่าแล้ว ก็มีการโทรศัพท์ และเขียนใบส่งตัว จากนั้นก็เดินจากไป

    พยาบาลคนหนึ่ง รูปร่างใหญ่ เสียงดัง พูดจาโผงผาง บอกว่า หมอให้ไปรักษาที่ศรีธัญญา แต่ต้องเสียค่ารถนำส่งคนละ ๕,๐๐๐ บาท ค่าพยาบาลที่จะไปส่งต่างหาก และต้องจ้างรถคนละคัน เพราะคนไข้ไปด้วยกันไม่ได้จะเกิดปัญหาได้ แล้วไปที่นั่น ก็ไม่รู้นะว่าจะได้นอนพักไหม เพราะที่นี่หมอยังเห็นว่าไม่สมควรนอนพัก

  ห้าพันบาท ช่างมากมายเหลือเกิน ญาติจะเอาเงินที่ไหนหนอ จึงหันมาปรึกษากัน และต่อรองว่า ขอไปรถคันเดียวได้ไหม เพราะคนไข้ ก็มีอาการสลึมสลืออยู่แล้ว หรือจะใส่กุญแจมืออีกที ก็น่าจะช่วยได้ พวกเราจะรวมเงินค่ารถกัน พยาบาลบอกไม่ได้

  ผู้เขียนจึงโทรกลับโรงพยาบาลชุมชน ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะที่ศรีธัญญา ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะรับไหม ถ้าต้องเสีย ห้าพันฟรีๆ ถ้าหมอไม่รับ น้องประสานงานจึงโทรไปที่โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ และเมื่อแจ้งรายละเอียดแล้ว เขาพร้อมรับ พวกเราดีใจทั้งสองฝ่าย ก็คิดว่าจะไปบอกที่ห้องฉุกเฉินว่า เราขอไปที่สระแก้ว เพราะเขายินดีรับคนไข้

  แต่เราก็ไม่รู้ว่า ทำให้พยาบาลคนนั้น เขาอารมณ์ไม่ดียิ่งขึ้น และให้เราไปขอเปลี่ยนกับจิตแพทย์เอง ผู้เขียนและน้องเทศกิจ เดินเรื่องเอง สงสารญาติ ทางจิตเวชก็ว่า ฉุกเฉินก็เปลี่ยนสถานที่ส่งเองซิ กลับไปกลับมาอย่างนี้ เวลาก็คล้อยค่ำเต็มที

  ที่สุด พยาบาลห้องฉุกเฉิน ก็เขียนใบส่งตัวให้ใหม่ พร้อมกับบอกว่า ต้องไปกันเองแล้ว สระแก้วไม่ใช่เครือข่ายที่นี่ และพยาบาลก็จะไม่ไปส่งด้วย อ้าว ทำไมเป็นอย่างนั้น พยาบาลก็บอกว่า บอกแล้วว่าให้ไปศรีธัญญา ค่ารถ สามพันเอง แล้วหมอเขาก็ติดต่อให้แล้ว โอกาสได้นอนสูงอยู่แล้ว อยากเปลี่ยนเองนี่ มาเซ็นชื่อเลย ว่าจะไปสระแก้ว ผู้เขียนมองหน้าเทศกิจ แล้วก็ถอนใจ ทำไมเขาไม่บอกข้อมูลนี้แต่แรก เขาพูดให้หมดหวังตลอด แล้วตอนนี้ กลับบอกว่า หมอเขาประสานงานให้แล้ว อย่างไรก็จะได้นอนที่นั้น

  อีกครั้งสำหรับเทศกิจ แต่ผู้เขียนหมดกระจิตกระใจที่จะพูดแล้ว น้องเทศกิจขอร้องอีกครั้ง กับพยาบาลว่า ถ้ายืนยันอย่างนี้ พวกผม ก็คงไปศร๊ธัญญา ตามเดิม เพราะเราต้องการให้คนไข้ ได้นอนโรงพยาบาล กลับไปอาจก่อเหตุอีกได้

  พยาบาลได้ฟัง ก็ตามแบบฉบับ งั้นคุณก็กลับไปขอหมอจิตเวชใหม่ก็แล้วกัน ผู้เขียนและน้องเทสกิจไปตึกนั้นอีกครั้ง เขาก็ว่า จะส่งญาติมาทำไม ฉุกเฉินก็ติดต่อ และตัดสินใจได้ เรื่องราวประสานงาน ที่ไม่ได้เรื่องเป็นไปมาอย่างนี้ หลายรอบ จนรู้สึกอึดอัดเต็มที แล้วสุดท้าย ก็มาจบห้องฉุกเฉิน พบพยาบาลคนเดิม และบอกว่า ช้าเกินไปแล้ว ที่จะไปศรีธัญญา เพราะได้ยกเลิกการ ส่งต่อ ใบส่งต่อก็ขยำทิ้งไปแล้ว รถที่จะไปส่งก็ไม่มี คุณจะไปไหน ก็ไปกันเอง

 แล้วเธอก็ยื่นใบส่งตัว ให้คนละฉบับ เอ้านี่ใบส่งตัว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอกนะ เพียงบอกว่าเราทำอะไรให้บ้างเท่านั้น

   ญาติคนไข้จากนาจอมเทียน หมดความอดทนก่อน และพูดอย่างหมดหวังว่า ผมจะพาน้องกลับนครพนม ก็ในเมื่อไปที่ไหนก็ไม่ได้ รับตัวไว้ก็ไม่รับ ผมกลับอีสานดีกว่า แล้วเขาก็ควักเงินให้แม่เขา ๕๐๐ บาท เพื่อกลับนาจอมเทียนพร้อมเทศกิจ ส่วนเขา ก็พาน้องชายหอบหิ้วกันกลับนครพนม ด้วยรถโดยสารประจำทาง

   คนไข้กลับไปแล้ว แต่เทศกิจ ผู้มีใจเอื้ออารีย์ ก็ยังห่วงทางคนไข้ผู้เขียน ว่าจะเอาอย่างไร จะไปสระแก้ววันนี้ ก็ไม่มีรถ จะไปศรีธัญญา ก็ไม่มีรถ จะค้างที่นี่ ก็ไม่ได้ อย่าว่าแต่จะไปโรงพยาบาลเลย กลับบ้าน ก็ยังไม่มีรถเหมือนกัน เพราะผู้ที่มาส่ง ก็กลับกันหมดแล้ว เหลือเพื่อนบ้านอีกคน และผู้เขียน ที่อยู่เป็นเพื่อนสองคนแม่และคนไข้

  เขาเสนอว่า ไปขอให้รถตำรวจไปส่งบ้านไหม ไปโรงพักกัน ไปขอความช่วยเหลือ พวกเราซาบซึ้งน้ำใจเขามาก เขาเองก็บอกไม่เป็นไร หัวอกเดียวกัน ไม่คาดว่าจะเจอปัญหาอย่างนี้

  ในความเลวร้ายก็มักจะมีความงดงามแทรกมาเสมอ อย่างนี้ละมัง ที่ทำให้มนุษย์โลก ทนอยู่ในโลกนี้ได้ต่อไป 

  บันทึกต่อไป เป็นบันทึกจบของเรื่องนี้ แต่ร่องรอย แห่งความคับข้อง ยังไม่ลบเลือนไปจากใจผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด