Gotoknow ส่งอีเมล์ไปเตือนความจำผมหลายครั้งว่ามีคนติดต่อมา พร้อมกับต่อว่าการหายหน้าไปจาก Blog หลายครั้งที่จะกลับมาเขียนต่อ ก็พบกับขีดจำกัดต่างๆนานาสุดที่จะกล่าวอ้าง  แต่ข้ออ้างที่ดูจะสมเหตุผลที่สุดคือ ความเพิกเฉยของผมเองบนพื้นฐานสังขารและจิตใจที่ขึ้นๆลงๆของผม  หลังจากโครงการฯที่ช่วยประคับประคองชีวิตความเป็นอยู่แก่ผมและครอบครัว ผ่านทางองค์กรพรพ. ถึงวันต้องสิ้นอายุขัยลง  ผมเองยังคงทำงานแบบเดิมๆชนิดที่พอจะเรียกว่า ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อองค์กร  โดยการตระเวนไปให้กำลังใจกับน้องๆตามเครือข่ายในภาคเหนือแบบไร้ค่าตัว  เครือข่ายนับสิบที่ผ่านมาในห้าปีก็ลดทอนจำนวนลงตามการสิ้นสุดของโครงการฯอย่างน่าใจหาย  ผมเหลือเพียงเป้าหมายเล็กๆว่า ระหว่างที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังวังชาก็เริ่มถดถอย  ผมมีแค่ ทรัพย์สินในปัญญาจำนวนหนึ่ง ที่ซึึ่งผมขโมย หรือครูพักลักจำจากโรงพยาบาลนับร้อยแห่งตลอดห้าปีที่ผ่านมา เ่พื่อผ่องถ่าย สู่พี่ๆน้องๆที่มีโอกาสได้พูดคุยกันอย่างไม่ปิดบังอำพราง

สิ่งที่ยังคงเป็นกำลังใจแก่ผมคือ เครือข่ายสี่ห้าเครือข่ายที่ยังคงเดินหน้าด้วยความรักที่จะเรียนรู้ร่วมกัน แม้ในวันที่ไม่มีผมไปร่วมงานด้วยในบางครั้ง  อีกทั้ง รพ.จำนวนมากทีเดียวที่ยังคงขอให้แวะเวียนไปเยี่ยมดูใจเมื่อว่างหรือผ่านทางไป ซึ่ง กลายเป็นว่า น้องๆเหล่านี้นี่แหละที่กระตุ้นความรู้สึกดีๆ และคุณค่าที่เหลืออยู่ของผม แม้ว่าผมจะไ่ม่ได้มีความสามารถที่เพียงพอที่จะช่วยให้เขาผ่านการรับรองคุณภาพได้  แต่น้องก็ยังกระตือรือล้นที่จะสานเสวนาเรื่องที่หลากหลายกับผม ทั้งยังเลี้ยงดูอาหารกลางวันทุกครั้ง บางทีน้องรู้ว่าระยะทางไกลและรู้ว่าผมมักจะขับรถไปได้ แต่ขากลับมักต้องแวะพัก ก็ยังอุตส่าห์มารับมาส่ง ตรงนี้ก็ขอขอบคุณจริงๆ

ช่วงที่ห่างหายไปนั้น มีโอกาสได้เข้าไปทำงานใหม่สองงาน งานใหญ่แรก คืองาน Humanized Health Care ซึ่งพี่ชายที่แสนดีของผมคนหนึ่งที่จากไปแล้ว (พี่สงวน) ได้ทิ้งความฝันไว้ให้ พรพ.ช่วยสานต่อ (ในขณะเดียวกันในสปสช.ก็มีส่วนงานที่มีความชัดเจนเรื่องการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนเช่นกัน) วันก่อนสุดท้ายที่แกจะสิ้นลม ผมได้มีโอกาสสั้นๆเข้าไปกระซิบที่ข้างหูแกว่า  ขอบคุณพี่มากๆ แม้ผมไม่มีโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับพี่ในสปสช.เหมือนที่เคยสัญญากันไว้ตั้งแต่ร่วมงาน สปร.และบัตรสุขภาพ ราวสิบปีก่อนออกจากราชการ  แต่ผมจะทำงานนี้ต่อไป โดยเห็นเป็นเฉกเช่นหนทางสว่างไสว ที่ผู้คนจะได้แบ่งปันความสุขและใช้สรรพกำลังเพื่อให้ผู้ป่วย ผู้ทุกข์ยาก และครอบครัว ได้เป็นสุขมากขึ้น ผ่านทางโลกทัศน์และกระบวนทัศน์ที่ค่อยๆคลี่คลายและเปลี่ยนไปของบุคลากรสาธารณสุข

ผมยังคงเชื่อมั่นว่า การที่โรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพที่แท้จริง อย่างค่อยเป็นค่อยไป และไม่ละทิ้งแนวคิดการพัฒนาคุณภาพ เป็นเป้าหมายที่ รพ.แบบไทย มีพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นกลมกลืน  ยิ่งในกระแสสองปีหลังที่ มีงาน Humanized Health care (ต่อจากนี้ของย่อว่า HHCก็แล้วกัน ไม่ใช่ Home health care นะครับ) หรือที่บางคนเรียกยาวๆว่า การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ซึ่งบางคนก็เกิดอาการแง่งอนเล็กๆว่า  ที่ผ่านมาไม่ได้บริการแบบมนุษย์ หรือพวกเราไม่ใช่มนุษย์หรือ  ก็คงต้องวิงวอนให้มองโลกในแง่ดีนะครับ ว่า คงไม่มีเจตนาจะว่าใคร คงเป็นมุมมองภาพสะท้อนจากความรู้สึกของผู้รับบริการจำนวนหนึ่งมากกว่า  ปลาป่วยปลาเน่าเลยกลายเป็นภาพลักษณ์ไว้วิพากษวิจารณ์ เป็นธรรมดา เหมือนที่ว่า การจะ้ขึ้นเป็นข่าวนั้น เรื่องร้ายๆจะลงฟรี เรื่องดีๆต้องเสียตังค์ อย่างนั้นแหละครับ  พวกเราคงรู้สึกเองว่าบางครั้ง แต่ละวันทำงานจิตใจบางครั้งหรือหลายๆครั้งไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว  วันๆหมดกับระบบ วินัย ความเกร็ง ความกลัว และงานประจำ อ้อ พัฒนาคุณภาพด้วย  กอปรกับผู้รับบริการก็ไม่ใช่น่ารักเสมอไป ไม่รู้ว่าไก่เกิดก่อนไข่หรือไข่เกิดก่อนไก่  พวกเราส่วนหนึ่งจึงเกิดอาการจิตตกตลอดเวลา  ตรงนี้เลยห่างความเป็นมนุษย์ตามคำจำกัดความดั้งเดิม เพราะ มนุษย์ แปลว่าผู้มีจิตสูง  ตรงนี้ไม่ได้หาเหตุผลอธิบายหรอกครับ เป็นเพียงคิดเ่ล่นๆเพื่อคอยเตือนตัวเองต่างหากครับ เพราะจิตตกคงไม่ได้ตรงข้ามกับจิตสูง  คนจิตสูงก็จิตตกได้  คนจิตนิ่งไม่ตกอาจเป็นจิตต่ำไม่ใช่จิตสูงก็ได้ใช่ไหมครับ งง แฮะ

อีกงานที่เจ้านายให้ช่วยทำคืองาน LEAN ฟังแล้วน่ากลัวนะครับ  ยิ่งเห็นปีนี้ LEAN and Seamless เป็นหัวเรื่องนำforum HA ปีนี้  หลายคนแอบถามว่า พรพ.อ่อนตัวลงด้วยการผลักดันมุมมอง HPH แล้ว คลี่คลายมาเป็น Living Organization สุดท้ายปีที่แล้ว ถึงจุดสมดุลย์ด้วย Humanized Health care ปีนี้ จะมากลับมาเป็นคุณภาพเชิงวิทยาศาสตร์สุดๆ ด้วย การบีบรีดให้องค์กรผอมไร้ไขมันมุ่งลดทอนสิ่งไม่จำเป็นจนไร้เอวไร้รอยตะเข็บเลยหรือ  ผมขอเรียนว่า คำว่า LEAN ดูเหมือนจะเป็นคำที่มีภาพลบในกระแสพัฒนาคุณภาพ ที่ว่าลบคือลบและเป็นศัตรูกับ Living organize และ Humanized health care  ตรงนี้ขอเรียนชี้แจงแต่ต้นว่า คงเป็นการมอง LEAN และการทำไปใช้อย่างไม่รอบคอบ หรือมีเจตนาแอบแฝงมากกว่าครับ  ที่จริงแล้ว LEAN เป็นเครื่องมือเชิงบวกนะครับ  เอาไว้จะค่อยๆเล่าไปเล่ามา ตลอดเท่าที่จะไม่เกิดอาการเพิกเฉยต่อการเีขียนblog ขึ้นอีกนะครับ 

จากนี้ไปก็จะเขียนทั้งสองเรื่องที่อยู่ในงานที่ว่านี่แหละครับ กลับไปกลับมาก็แล้วกันจะครับ ตามอารมณ์และความรู้สึกว่าจะ in กับเรื่องไหนวันไหนนะครับ  อย่างไรทั้งสองเรื่องก็ขอยืนยันว่ายังอยู่ใน ข่ายเรื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพด้วยกระบวนการคุณภาพนะครับ   เอาว่าถ้าเพี้ยนหนักเมื่อไหร่ก็จะขออพยพไปที่อื่นอีกที ค่อยว่ากันนะครับ

วราวุธ