ช่วงสงกรานต์ของทุกปี พี่เม่ยจะชวนสมาชิกในครอบครัวไปกลับไปเยี่ยมบ้านที่จ.อุตรดิตถ์  แต่สงกรานต์ปีนี้แตกต่างค่ะ เราไม่ได้ไปอุตรดิตถ์ด้วยเหตุผลแรกก็คือคุณแม่ท่านไม่อยู่แล้วค่ะ และเหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือเป็นห่วงเจ้ามอม(หยิบถูก)กับเจ้าแมม(หยิบผิด) ที่เพิ่งมาเป็นสมาชิกของบ้านเราได้ไม่นาน
ทำให้สงกรานต์ปีนี้ พี่เม่ยมีโอกาสได้ เที่ยวสงกรานต์ ที่อ.หาดใหญ่ (หลังจากอยู่มายี่สิบกว่าปี แทบไม่เคยได้เที่ยวเลยค่ะ) ปีนี้เขาจัดงานใหญ่โตค่ะ นัยว่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียให้เข้ามาเที่ยวมากๆ...ครอบครัวเราเริ่มต้นด้วยการเข้าไปชมขบวนรถสวยงามที่แห่รอบเมืองเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 เม.ย....
   พอถึงวันนี้ (13 เม.ย.) หลังอาหารเที่ยง จึงขอให้คุณพ่อบ้านขับรถพาพวกเราเข้าไปเที่ยวในย่านการค้า แถวๆถนนนิพัทธ์อุทิศ 1-3 ปรากฏว่ามีผู้คนเล่นน้ำตลอดทางเลยค่ะ ส่วนใหญ่นิยมนั่งท้ายรถกระบะ มีถังน้ำใหญ่ๆไว้ตักน้ำสาดรถคันอื่น (แถวบ้านพี่เม่ยเรียกว่า "รถสู้") น่าสนุกสนานมากเลยค่ะ เสียดายที่พี่เม่ยไม่ได้นำกล้องถ่ายรูปไปด้วย จึงไม่มีภาพมาฝากให้ชมกัน แต่ตามไปชมกันได้ในบันทึกของคุณ nidnoi นะคะ...การที่ได้เห็นความสุข สนุกสนานของทุกๆคนแล้วใจเราก็เป็นสุขไปด้วย...
รถของเราติดอยู่แถวสาย 1, 2 และ 3 นานประมาณ 2 ชั่วโมง พอหลุดออกมาได้ก็ต่อไปดูประเพณีการ "แข่งเรือยาวที่คลองอู่ตะเภา" ซึ่งมีการจัดปีนี้เป็นปีแรก นอกจากการแข่งเรือยาวแล้วก็มีกิจกรรมทางน้ำอื่นๆด้วย  ช่วงที่พี่เม่ยไปถึงกำลังมีการแข่งขัน "จับเป็ด" โดยการปล่อยเป็ดลงไปในคลองแล้วให้เด็กๆว่ายน้ำลงไปแข่งกันจับ ใครจับได้ให้นำเป็ดมาขึ้นเป็นเงิน 300 บาทแถมได้เป็ดกลับบ้านไปด้วย 
   นอกจากได้ดูอย่างสนุกสนานแล้ว ก็ได้มีโอกาสศึกษาการดำเนินรายการแบบมืออาชีพอย่างยิ่ง คือนอกจากครู (ผู้ดำเนินรายการท่านเรียกแทนตัวเองค่ะ)จะเป็นผู้ประกาศเชิญชวนได้แบบสนุกสนานแล้ว ยังสามารถควบคุมการดำเนินกิจกรรมต่างๆให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี  คอยดูแลผู้ร่วมกิจกรรมตลอดเวลา เช่น...เมื่อจะเริ่มปล่อยเด็กลงน้ำ ท่านก็ยังเป็นห่วงเรื่องกางเกงยีนส์ที่จะใส่ลงน้ำว่าอาจจะหนักเกินไป  จึงห้ามไม่ให้ใส่กางเกงยีนส์ลงไป และประกาศย้ำตลอดเวลาว่า ผู้เข้าแข่งขันคนใดหมดแรงให้ยกมือขึ้นทันทีนะ  พอเริ่มการแข่งขันท่านก็คอยพากย์อย่างสนุกสนาน และคอยดูด้วยว่าเด็กคนไหนไปไกลเกิน ท่านก็เรียกเรือยางให้ไปประกบเด็กด้วย พวกเราดูอยู่ริมฝั่งด้วยความสนุกสนานและอบอุ่นใจค่ะ...
   แล้วก็ถึงเวลาแข่งขันเรือยาวแบบ 7 ฝีพายรอบชิงชนะเลิศ เรือทั้งสองลำแข่งกันมาแบบคู่คี่สูสีมากค่ะ แล้วพี่เม่ยก็พบสิ่งที่ประทับใจมากๆ...ก็คือเมื่อเรือของทีมแรกพายเข้าเส้นชัยปุ๊บ!..เรือลำที่ตามมาก็หยุดการพายทันทีและทุกคนบนเรือก็ปรบมือแสดงความยินดีให้กับผู้ชนะอย่างพร้อมเพรียงกัน ช่างเป็นการแข่งขันกีฬาที่เป็นกีฬาอย่างแท้จริงค่ะ
   และในระหว่างเชียร์เรือยาวอยู่นั้นเอง น้องยิ้ม(ลูกสาวคนโต)ก็หันมาบอกพี่เม่ยว่า ยิ้มเห็นเรือลำที่ชนะเขาจัดระบบการนั่งของฝีพายแบบ 4-2-1 ส่วนลำที่แพ้จัดระบบการนั่งแบบ 3-3-1 ...ข้อสังเกตนี้จะมีเหตุผลน่าเชื่อถือได้หรือไม่ก็ตาม แต่พี่เม่ยก็ได้กล่าวชื่นชมน้องยิ้มทันทีในการที่รู้จักสังเกต และกล้าที่จะพูดออกมาทันทีโดยไม่กลัวว่าจะผิดพลาด....
บ่ายสี่โมงกว่าๆ เราก็กลับกันมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะอากาศร้อนอบอ้าวมากๆ สักพักก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก....สงกรานต์ปีนี้ให้ความทรงจำที่มีคุณค่ามากมายค่ะ..