เมื่อคนไร้กรอบมาเยือน มามือเปล่า แต่มาแจกข้อคิด เตือนใจ ให้มองย้อนดูตัวเราและคนรอบข้าง เป็ยของฝากที่ประทับใจ
สวัสดีครับ
วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวที่
คนไร้กรอบ (ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ) มาเยือน หน่วยรังสีวินิจฉัย ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านมาพร้อม รศ.นพ.จิตเจริญ ไชยาคำ ที่ปรึกษาสุดยอดของภาควิชารังสีวิทยา พวกเราบุคลากรทานอาหารเที่ยง พร้อมกับการรับฟังข้อคิดที่น่าสนใจจากอาจารย์ และนี่เป็นบางส่วนที่ผมเก็บไว้เป็นข้อคิดเตือนใจ

I in me ฉันอยู่ในฉัน ตอนแรก ผมฟังแล้วก็ งง...? คิดตามยังไม่ทัน อาจารย์ก็เริ่มชี้แจงถึง คนที่มีแนวคิดที่ว่า ... ฉันรู้ ฉันเข้าใจ ฉันเป็นฉัน ฉันคิด ฉันเห็น ฉันถูกเสมอ แสดงว่าว่าฉันเก่ง .... ใครคิดอย่างนี้ คิดผิด
I in it คำต่อมา ผมเริ่มคิดตามทัน ไม่ควรอยู่ในมุมมองจากตัวเราอย่างเดียว เปลี่ยนเป็นไปดูอย่างอื่นบ้าง คิดถึงใจเขา ใจเรา อาจารย์เขียน it ไม่มี s แต่ผมอยากเติม s จังเลย ดังนั้น ผมก็ขอเติม its นะครับ เพราะผมคิดว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเราหรือสิ่งแวดล้อมที่เราเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีแค่อย่างเดียว ... ฟังคนอื่นๆบาง คิดตามคนอื่นๆบาง หาทางอื่นๆบาง การมองแบบองค์รวม ไม่แยก เป็นส่วนๆ นี่หน้าที่ของฉัน นั้นหน้าที่ของเธอ ... อย่ายึดติด ยึดมั่น ถือมั่น ... และน่าจะมี I in You แต่อาจารย์ยังไม่พูดให้ฟัง
ตามมาด้วยวิวัฒนาการความคิดและคนที่เกิดในช่วงยุคหลังสงคราม
Baby boom มักจะเป็นพวกที่ได้รับปัญหามามากมายจากภาวะสงครามก่อนหน้านี้ ทำให้มีความคิดเป็นส่วนๆ ยึดติด มุ่งเป้าหมาย ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ต่อมาเป็น Generation X , X = cross พวกนี้ก็สับสน คิดอย่างหนึ่ง แต่อยากทำอีกอย่างหนึ่ง กล้าๆกลัวๆ แต่ก็ยังดี ที่เริ่มเห็นความคิดที่เปลี่ยนแปลง
Generation Y, Y = Why พวกนี้ชอบมีคำถาม กล้าสงสัย กล้าคิดมากขึ้น หลุดกรอบ พยายามหาคำตอบ
Generation Z, Z= see พวกนี้อยากสร้างความกระจ่าง พยายามหาหนทาง แต่อาจใช้ทรัพยากรมากมาย เพื่อหาความกระจ่างเหล่านั้น
แล้วความคิดของคนรุ่นต่อไปละ ... จะเป็นอย่างไร ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ ... ว่าจะใช่ M หรือ ไม่ M= Mental เพราะว่าต้องรับปัญหาตั้งแต่ Baby boom -> X,Y, and Z.
คนบางคน เกิดขึ้นต่างยุคต่างสมัย มีการรับรู้การเรียนรู้ การเลี้ยงดู แตกต่างกัน เมื่อมาอยู่รวมกัน ทำงานร่วมกัน ก็เกิดความแตกต่างได้ เหมือนตอนนี้ มีสีเหลือง มีสีแดง ทำให้สีอื่นๆวุ่นวายตามไปด้วย เพราะฉะนั้น การพูด การคุย การรับฟัง เป็นสิ่งสำคัญ มีคนคิดต่างก็มีทั้งดีและไม่ดี คิดเหมือนก็อาจมีทั้งดีและไม่ดี เช่นเดียวกัน (อยู่ที่ว่า เพื่อตัวเรา เพื่อพวกพร้อง หรือมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องหรือไม่) การให้อภัยกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคิดในการอยู่ร่วมกันนะครับ....
แล้วคุณละครับ คิดอย่างไรบาง...?
ลดอัตตาค่ะ ดีที่สุด ขอบพระคุณค่ะ
ฝากความระลึกถึงอาจารย์ไร้กรอบด้วยครับ รอดูต่อครับอาจารย์
อาจารย์มีญาติเป็นหมอไหมค่ะเนื่องจากที่รพ.หนูเค้าก็นามสกุลเดียวกันเป็นคน กทม. หน้าก็คล้ายกัน ...สงสัย
อยากให้ทุกท่านมีแนวคิดที่ดีเช่นนี้ค่ะ
I in it ก็พยายามมองๆอยู่ครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
เรียน อ.เพชรากรที่เคารพ
ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อคิด และการฝึกคิด ในหลายมุมมอง
เห็นด้วยค่ะ..การพูด การคุย การรับฟัง เป็นสิ่งสำคัญ มีคนคิดต่างก็มีทั้งดีและไม่ดี คิดเหมือนก็อาจมีทั้งดีและไม่ดี เช่นเดียวกัน..การให้อภัยกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคิดในการอยู่ร่วมกัน...
รู้สึกใจเงียบๆ ไม่มีเรื่องจะคิด จึงเปิดบันทึกเก่าๆ ของตนเองอ่านเล่นๆ... ไปเจอเรื่องฟุตบอล เจอลิงค์ที่อาจารย์ให้ไว้ จึงตามมาอ่านบันทึกของอาจารย์ได้ ๒-๓ บันทึกแล้วก็ทิ้งร่องรอยไว้...
เจริญพร
แวะมาเยี่ยมและทักทายค่ะ..แอบเก็ยความรู้เพื่อเติมเต็มสมองเล็กๆ..อิอิ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า และเรียนทุกท่านที่แวะมาเยี่ยม
ขอบคุณครับ
รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านได้เก็บเกี่ยวบางสิ่งจากเนื้อหาที่นำเสนอไปครับ
มาติดตามอ่านบันทึกที่ให้ข้อคิดจากอาจารย์ค่ะ