ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย จะเน้นการลดอัตตาทั้งเด็กและผู้ใหญ่
วิทยากรที่เป็นคุณครูท่านหนึ่ง ได้ยกกรณีตัวอย่างการลดอัตตาของเด็กคนหนึ่ง เด็กคนนี้ เป็นเด็กที่มีความยึดมั่นในตัวเองมาก ไม่ฟังใคร
เด็กคนนี้ได้ทำโครงงานน้ำส้มคั้น แล้วนำไปขาย ปรากฏว่า “ขายไม่ออก” ก็เลยจำเป็นต้องยอมรับฟังคนอื่น เด็กคนนี้ สรุปองค์ความรู้ดังนี้ครับ
เปลี่ยนแผน - ไม่ผิด
ไม่รู้สิ่งที่ไม่แน่นอน - ไม่ผิด
ถ้าไม่เปลี่ยน - เสียโอกาส ไม่ประสบผลสำเร็จ
ถ้าไม่ปรับ - คนไม่ซื้อ
เป็นความคิดของ “เด็กประถม” เองนะครับ
ต่อจากนั้นมา เด็กคนนี้ อัตตาลดลงมาก ยอมรับฟังคนอื่น
ผมว่าองค์ความรู้ของเด็กคนนี้ เป็นองค์ความรู้ที่ "เยี่ยม" มากครับ
ผมถือว่าเป็นองค์ความรู้ ระดับ "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" เลยละครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
การยึดมั่นถือมั่นในตัวตน โดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
มากไป จึงไม่ก่อเกิดการพัฒนาตน ให้ดีขึ้น เพราะคิดว่า ตนเองเก่งแล้ว
ดีแล้ว จึงขาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่แสมอ
หากเราลด "อัตตา" ในตัวตนได้ ก็จะเกิด เป็นปัญญาปฏิบัติ (Action
Learning) โดยแท้ (ขอยืมคำเด็กข้างบ้าน นะคะ อิอิ ) ก็เกิดผลดีแก่ตนเอง
แก่งาน แก่ผู้คนรอบข้าง อย่างเด็กนักเรียนคนนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะท่านรอง มีความสุขกับงานนะคะ
ปัญญาปฎิบัติ คำนี้ผมเพิ่งเคยพบครั้งแรกนี่แหละครับ คงต้องขออนุญาตหยิบยืมไปใช้ในโอกาสสต่อๆไปนะครับ
ผมว่าการพัฒนาคุณธรรม เราน่าจะเน้นไปที่ปัญญาปฏิบัติ หรือ การช่วยเหลือผู้อ่าน ให้มากๆครับ
แทนที่จะไปเน้นแต่คุณธรรมในรูปแบบ (เข้าค่ายธรรมะ ทำบูญที่วัด นำพระมาเทศน์)
ผมว่าหัวใจของการพัฒนาคุณธรรม อยู่ที่การลดอัตตาภายในตนนี่แหละครับ
และ ปัญญาปฏิบัติ ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีนะครับ ในการลดอัตตา
ขอบคุณมากครับ
*ยิ่งอ่านยิ่งได้อะไรดีๆๆเยอะ
สวัสดีค่ะ
ได้ความคิดดี ๆ ค่ะ ขนาดเด็กประถมยังมีปัญญาขนาดนี้
คนไม่มีรากต้องพิจารณาตัวเองให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
เรียน ท่านรองฯ อีกครั้งครับ
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลาย ๆ รอบนะครับ เพราะผมเองกำลังสนใจในประเด็นที่ว่า ...การพัฒนาคุณธรรม เราน่าจะเน้นไปที่ปัญญาปฏิบัติ หรือ การช่วยเหลือผู้อ่าน ให้มากๆครับ แทนที่จะไปเน้นแต่คุณธรรมในรูปแบบ (เข้าค่ายธรรมะ ทำบูญที่วัด นำพระมาเทศน์)... (ถึงตอนนี้ผมเองก็ยังไม่มีคำตอบให้กับตัวเองในประเด็นนี้ครับ ผู้รู้หลายท่านอาจจะมีคำตอบแล้วก็เป็นได้) ผมค้นคว้าคำตอบแบบไม่ปะติดปะต่อได้นิดหน่อย ดังนี้ครับ
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประมาณนี้ก่อนเดี๋ยวจะเกินงามครับ อิ อิ
ขอฝากรากฝอยน้อยๆสักหนึ่งราก นะครับ
ขอบคุณครับ
ขออนุญาต ลปรร ตามความคิดของผมเองนะครับ ผมว่า
เรื่องของคุณธรรม ผมว่าต้องมีทั้ง "รูปแบบ" และ "เนื้อหา" ควบคู่กันไปครับ
ในรูปแบบ ก็ต้องมีเนื้อหา และ ในนื้อหา ก็ต้องมีรูปแบบ
ให้เชื่อมโยงสอดคล้องกลมกลืนกันไปเป็นองค์รวมครับ
พูดภาษาพระก็คือ ต้องได้ทั้ง ปริยัติ ปธิบัติ และ ปฏิเวธ ครับ
ปริยัติ คือ รูปแบบ พิธีกรรม คำเทศน์ การเข้าค่ายธรรมะ การไปทำบุญที่วัด
เมื่อมีปริยัติแล้ว ต้องนำ ปริยัติ ลงสู่ "การปฏิบัติจริง" ครับ ในส่วนนี้ ผมคิดว่าเป็นส่วนของ "เนื้อหา"
จะทำให้เกิด ปัญญาปฎิบัติ ที่เรียกว่า ปฎิเวธ ครับ
(ทั้งหมดนี่ เป็นแค่ข้อคิดเห็นนะครับ)
ขอบคุณครับ
คงจะให้ตามคำขอของท่านไม่ได้ล่ะค่ะ เพราะ....
“ไม่มีราก เพราะตัดราก จากกิเลส
สุดวิเศษ ไม่พะวง บ่วงสงสาร
นี้คือพร ซ่อนลึก ในพฤกษ์พนานต์
ทุกปีกาล สวัสดี นิรันดร"
(^___^)ต้องขออภัยอย่างสูงเลยนะครับ ที่ตัดรากแล้ว ผมยังอุตส่าห์จะนำรากไปฝากอีก
เป็นความหวังดีประสงค์ร้ายครับ..555
ขอบคุณครับ
ขออนุญาตเขียนถึง คนไม่มีราก ผ่านบันทึกนี้นะครับท่านรองฯ
สวัสดีอีกครั้งครับ
ผมเคยนำเด็กเข้าค่ายธรรมะ ใช้หลักสูตรจากค่ายหนึ่งที่ผมไปดูมาดูแล้วชอบใจ จึงขออนุญาตนำมาใช้
หลักสูตรเข้าค่ายธรรมะของผม จะเน้นการปฏิบัติครับ ตั้งแต่หุงข้าวหุงปลาเอง ให้เงินไปซื้อกับข้าวเอง วางแผนการกิน การนอนกันเอง โดยมีข้อแม้ว่า ห้ามนักเรียนพกเงินมา
ตอนแรก มีหลายคนค้านว่า "เด็กจะทำได้หรือ" เพราะเป็นเด็กประถม ผมว่าลองทำดูก่อน
ถึงเวลาจริง เด็กประถม ทำได้ครับ วางแผนการอยู่ค่ายธรรมร่วมกันในตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งเรื่อง การกิน การนอน การอาบน้ำ การซักผ้า การทำกิจกรรม การทำความสะอาด ฯลฯ
เสร็จแล้ว จากการทำกิจกรรม ผมให้นักเรียน "ถอดบทเรียน" ครับ
ปริยัติ ที่ได้ ได้มาจากการถอดบทเรียน จากการปฏิบัติ ครับ
เป็น ปัญญาปฏิบัติ
การปฏิบัติทุกอย่าง เป็นธรรมะ เป็นคุณธรรม หมดครับ
เสร็จแล้ว ก็นำปัญญาปฏิบัติ ส่งลูกต่อ ให้พระมาเทศน์ เสริมเติมเต็มอีกที
ผมประเมินดูแล้ว เด็กสนุก เกิดเรียนรู้ธรรมะจากการปฏิบัติ ทั้งเนื่อหาจากการปฏิบัติจริง และ ต่อยอดด้วยรูปแบบ จากพระสงฆ์
ขอท้วมๆแค่นี้ก่อนครับ
มีหน่วยงานหนึ่ง ฝึกวิปัสนาจากการปฏิบัติงานครับ
นั่นคือ ต้องมีการทำงานเป็นทีม และ ทุกคนต้องฟังกัน
คนจบเกียรตินิยมมา อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง ต้องฟังคนอื่น
ใครเรียนจบเรื่องใดมาก็ตาม ต้องไปทำงานเรื่องอื่นได้
เรื่องพวกนี้ ถ้าใครไม่ผ่าน เขาจะไม่รับเข้าทำงานครับ โดยให้เวลาฝึกวิปัสนา 4 เดือน
ผมคุยกับพี่เลี้ยงวิปัสนา เขาบอกว่า คนที่อยู่ที่นี่ได้ ต้อง "อัตตาต่ำ" ครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
อัตตา นึกว่า พิมพ์ผิดส่ะอีก
อ๋อ
อัตตา นึกว่าพิมพ์ผิดอย่างไรหรือครับ
ไม่ทันบอก อ๋อ ซะแล้ว
อ๋อ นึกว่าจะลดอัตราเด็กค่ะ
ที่แท้ก็อัตตาเด็กนี่เอง
อิอิ