เกิดอะไรขึ้น ในความพยายามเพื่อก่อเกิดความหวังดี อาจจะได้อะไรกลับไปโดยไม่คาดคิดก็ได้โดยเฉพาะที่เป็นด้านลบ เหมือนครั้งหนึ่งมีการสร้างถนนวงเวียนรอบนอก รอบกรุงลอนดอน เพื่อลดการจราจรภายในเมือง ทั้ง ๆ ที่ได้มีการวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อสร้างเสร็จ ถนนสะดวกสบายมากขึ้น คนรอบนอกก็ซื้อรถกันมากเพราะถนนสะดวก และการเข้าเมืองก็ทำได้ง่าย รวดเร็ว สะดวกมาก โดยรถส่วนตัว ผลสุดท้ายการจราจรในกรุงลอนดอนเป็นอัมพาตอย่างแสนสาหัส หลังถนนวงแหวนรอบนอกเปิดใช้ได้ 6 เดือน เหตุการณ์นี้ได้บอกอะไรในกาลต่อมาเยอะมาก โดยเฉพาะผลกระทบด้านลบที่เรามักจะมองข้าม เพราะเห็นแต่สิ่งเลิศหรู

     เช่นเดียวกันกับการเขียน Blog ใน GotoKnow.org บันทึกนี้จึงมุ่งหวังให้ให้แรงใจขาประจำที่อ่าน Blog ผมทั้ง 9 Blogs อย่าได้ท้อแท้ คนที่กำลังจะเริ่มเขียนบันทึกลง Blog บ้าง แต่ยังรีรอ หรือ...อยู่ ก็อย่าได้หวั่นไหว เขียนมาเถอะครับ ผมจะอ่านเองแม้ใคร ๆ บอกว่าไม่น่าอ่าน ผมและเครือข่ายจะอ่าน เราอ่านจริง ๆ รวมถึงการเข้าไป ลปรร.ด้วย เราไม่ให้ท่านเหงาหรอกครับ จริง ๆ แล้วสำหรับประเด็นนี้ผมเคยเขียนไว้ในหลาย ๆ บันทึก และเน้นชัด ๆ แบบฟันธงที่บันทึก เมื่อเริ่มคิดถึงเกณฑ์ ก็เริ่มขาดอิสรภาพ

     อีกท่านหนึ่งที่เขียนไว้ ไม่ใช่ใครที่ไหน หนึ่งในทีมผู้พัฒนา GotoKnow.org คือ อ.ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ เขียนบล๊อกอย่างไรให้สนุก (และได้ประโยชน์ด้วย) ผมได้เคยอ่านแล้วชอบมาก ผมลองคัดมาในตอนสรุปของท่านนะครับที่กล่าวว่า

          "เขียนเถอะครับ เขียนอะไรก็ได้ เรื่องเล็กเรื่องน้อย เรื่องใหญ่เรื่องไม่ใหญ่ ก็เขียนได้เต็มที่ให้ “อิสระ” และ “สนุก” มาสร้างบล๊อกใน GotoKnow แล้ว ไม่ต้องเขียนเรื่อง KM ครับ เพราะการเขียนเรื่องความคิด การทำงาน หรือประสบการณ์ต่างๆ มันก็เป็นเรื่อง KM อยู่ในตัวอยู่แล้ว แล้วความคิด การทำงาน หรือประสบการณ์ต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันอีก ถ้าเหมือนกันหมดมันก็ไม่ได้เรื่อง KM อีกนั่นล่ะ"

ผมจะสรุปให้เป็นกลอนไฮกุสักหน่อยก็จะได้ว่า

“จะ KM ต้องไม่ KM
ถ้า KM ก็ไม่ KM
สูดหายใจ ได้ KM”

     กูรู KM ของไทยเรา ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช ก็ได้บันทึกไว้ที่ KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ : 27(2). บล็อก ผมว่าอ่านแล้วเข้าใจนะครับ ว่าการบันทึกควรจะบันทึกอย่างไร ในแง่ที่เป็นบันทึกที่ดี และอาจารย์ยังเน้นเช่นกันครับว่า "ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ว่าต้องเขียน/บันทึก ในบล็อกอย่างไรจึงจะถูกต้อง ไม่มีถูก ไม่มีผิด เป็นอิสระของผู้เขียน จะเขียนไว้อ่านคนเดียวก็ยังได้ แต่เป้าหมายหลักเอาไว้แลกเปลี่ยนกับผู้สนใจเรื่องเดียวกัน

     อีกท่านหนึ่งใน สคส.คือพี่ธวัช หมัดเต๊ะ ท่านได้บันทึกไว้ที่ ไดอารี่...บันทึกที่ไร้รูป ไร้ร่าง แต่ไม่ไร้ซึ่งความหมายภายใน ผมว่าพี่ธวัชเขียนไว้ชัดเจนมากในประเด็นที่เป็นความอิสระในการเขียนดังประโยคที่ว่า "เพราะผมเชื่อว่า ความรู้ฝังลึกต้องอาศัย ความเป็นอิสระโดยธรรมชาติของมนุษย์ภายในจิตใจจริง ๆ แล้วมันจะค่อย ๆ ออกมา"

     สำหรับผมยังขอยืนยันว่าจะยังเขียนตามที่เคยเขียน เคยบันทึกไว้ที่ เขียน Blog แนว rave, rant, musing & reminiscence คืออยากเขียนก็เขียน ไม่ต้องวางโครงร่างก่อน เพียงแต่ นึก-คิด-เห็น-ลองทำดู-สรุป-พิเคราะห์ อย่างใด อย่างหนึ่ง หรือหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ก็เขียนตามมุมของเรา ตรงไปตรงมา (ตามเรา ไม่ได้ตามใคร) เป็นงานศิลป์ที่อยู่ในรูปตัวอักษร หรือ text โดยส่วนตัวผมจะเขียนให้เป็น reminiscence หรือเขียนไว้เป็นข้อระลึกที่บ่งบอกอารมณ์ขณะนั้นได้ด้วย เวลากลับมาอ่านเองก็จะได้นึกถึงอารมณ์นั้นด้วย ได้อรรถรสกว่าอ่านบทคัดย่องานวิจัยตัวเองที่ภาคภูมิใจเป็นไหน ๆ เพราะไร้ซึ่งอารมณ์ ทั้ง ๆ ที่กว่าจะได้มาแต่ละชิ้นมีอารมณ์ไม่รู้สักกี่แบบที่เกิดขึ้นมากมาย ขอยืนยัน...นิ