อยากจะเขียนและบันทึกเช่นกัน...ครับ
แต่สำหรับผมนั้น ก็เพียงได้แค่คิดมั้ง หรือ ว่า วันหนึ่งจะมีเวลาว่างให้กับการเขียนบ้าง เพียงแต่ตอนนี้คงเขียนได้แค่เพียง วรรณกรรมชีวิต เท่านั้น....และ จะเรียกได้มั้ยครับว่า ผมรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก ผมอ่านหนังสือประเภท วรรณกรรม เรื่องสั้น วรรณคดี ภาษาไทย ต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าหนังสือประเภทดังกล่าวผมอ่านจนหมดห้องสมุด ร.ร.วัดทะเลน้อย สมัยนั้น กว่าจะจบ ป.6 และอ่านในห้องสมุด ร.ร.พนางตุง อีกเนื่องจาก ผมคิดว่า การอ่านหนังสือ คืออีกโลกหนึ่งของชีวิต เป็นโลกที่ให้ความอบอุ่น ผมสามารถสร้างจินตนาการขึ้นมาได้ เพื่อปลอบประโลมชีวิตจริง ของตัวเองที่เป็นอยู่ ตอนนั้น (พอดีชีวิตลำเค็ญ ครับ เป็นครอบครัวที่แตกแยก ก็เลยอาศัย ปู่ ย่า มาจนโต ภายใต้การเลี้ยงดูตามประสาแบบบ้าน ๆ เท่าที่ปู่ ย่า ท่านมอบให้ได้)
ผมเริ่มห่างการอ่าน เมื่อเข้า ปวช.(เทคนิคพัทลุง อิเล็กทรอนิกส์ ) เพราะชีวิตวัยรุ่น มีอะไรหลายอย่างที่เข้ามา แต่ก็มิได้ทิ้งการอ่านเสียทีเดียวนะครับ แต่ผมเรียกว่า...ห่างหาย
พันธนาการของชีวิต ที่จำเป็น ต้อง หิว ....อิ่ม และก็...หิว อีก ผมได้อาศัยวัดภูผาภิมุข ตรงข้ามเทคนิค อยู่กับตาหลวง
พันธนาการของการเรียน ที่จำเป็นต้องมี หนังสือ สมุด สำหรับการเรียน และค่าเทอมที่ต้องจ่าย รองเท้าใหม่ที่อยากได้ตามประสาวัยรุ่น ทำให้ผมจำเป็นต้องรับจ้างเป็นกรรมกร แบกไม้ บ้าง สังกะสี บ้างแล้วแต่ ท่านนายหัวจะใช้ครับผม
ว่าแต่วิชาภาษาไทย ตั้งแต่ ประถม มัธยม ปวช. ผมได้เกรด 4ตลอด
ได้เรียนต่อ ปวส. ครับ (ราชมงคล วิทยาเขตภาคใต้สงขลา) ด้วยความอนุเคราะห์ของคุณลุง เนื่องจากลุงเห็นถึงความพยายามและตั้งใจ เรียกว่า...ห่างหายเช่นกันครับ เพราะชีวิตเริ่มจำเป็นต้องเป็นอยู่ และเริ่มหาเส้นทางเดิน....เดิน...เดินออกไป เพื่อให้พ้นจากความคิดที่ว่า แต่ละมื้อ ที่เป็นอยู่นี้ ของวันนี้ จะทำยังไงให้ท้องอิ่ม
เมื่อจบ ปวส. ผมได้งานทำทันทีครับ รับเงินเดือน ๆ แรก ผมซื้อหนังสือสองเล่มคือ...เดินป่าเสาะหาชีวิตจริง..กับ..เพลงเอกภพ..ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
และตั้งแต่นั้นมา สำหรับผม..จะเรียกว่า...เสพ...วรรณกรรม...ด้วยความอิ่มใจ....มาตลอด เพราะผมหามาเสพได้โดย ไม่ยากเย็นนัก ต่างจากเมื่อก่อนที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายเท่านั้น