วันนี้ได้รับโทรศัพท์โทรมาจาก บริษัทสำนักข่าวไทยมุสลิม จำกัด...คุยไปคุยมาจะให้เขียนเรื่องงสั้นให้เป็นคอลัมภ์สอนอิสลามผ่านเรื่องสั้น เพื่อเปิดพื้นที่กลุ่มผู้อ่านในกลุ่มเยาวชน คุยไปคุยมากลัวจะเขียนให้ไม่ทันทุกเดือน บรรณาธิการเลยขอเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ทั้งหมดใน "บันทึกเรื่องเล่าจากคนต่างถิ่น"
เล่มนี้ครับ...
ขอบคุณภาพจาก ( Mr.Direct )
เพื่อตัดต่อเป็นตอนๆให้ผู้อ่านติดตาม ด้วยความที่เกรงใจคนทำงานด้วยกันก็เลยตอบตกลงครับ ถ้าจะเอาเรื่องที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้เขียนใหม่ อันนี้ต้องพิจารณาดูก่อนครับ เพราะอารมณ์นักเขียน (อิอิ) มันไม่ได้มาตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ ก็อัลฮัมดุลิลละฮฺครับสำหรับการตอบรับ กับอีกก้าวหนึ่งของมิติแห่งการรังสรรค์สร้างด้วยกับความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้าที่ได้ประทานให้มาครับ
ความจริงนิตยสาร "ริสกี" นิตยสารธุรกิจในรูปแบมุสลิมก็ติดต่อมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับให้ช่วยเขียนคอลัมภ์ เรื่องสั้นเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ปฏิเสธไปครับ เพราะกลัวเขียนให้ไม่ทัน ก็อย่างที่บอกเหตุผลข้างบนนั่นแหละครับ แต่ทาง "ริสกี" ก็ให้ทยอยส่งให้เรื่อยๆก็ได้ บอกตามตรงครับด้วยกับความเกรงใจคนทำงานด้วยกันครับเลยไม่ค่อยได้ปฏิเสธ แต่มารอบนี้ไม่ปฏิเสธไม่ได้แล้วครับเพราะงานยุ่งมากครับ กลัวจะไม่ทันไม่ดีสักอย่างครับ
ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสมา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกันนะครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนทุกๆการงานนะครับ
ขอเป็นเสียงเล็กๆในพื้นที่ ขอเป็นคนธรรมดา แต่เป็นคนที่มีค่าในสังคมดีกว่าครับ...สบายใจกว่าเยอะเลย
น้องชาย
เรียนเชิญมาสนุกด้วยกันที่ เราชาวโกทูโน..มาทำอะไร..สนุกๆในวันตรุษจีนกันนะ
ขอบคุณมากครับ
อ.ดร.ขจิต ฝอยทอง
สมกับเป็นเสือปืนไวจริงๆครับ
ตอนนี้ก็สบายดีครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
ขอบคุณครับ
ครูอ้อย แซ่เฮ
และขอบคุณพี่ ขจิต ฝอยทอง มากครับที่ตอบรับในเบื้องต้นครับ ถือว่าเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์เลยนะครับเนียะ สำหรับค่ายติวเอ็นท์ของผมรอบนี้
ดีใจด้วยที่ปฏิเสธเป็น ฮิฮิ
ขอบคุณครับ...อาจารย์จารุวัจน์
ปีนี้คงต้องฝึกปฏิเสธคนให้บ่อยขึ้นครับ เพราะมีความฝันมากมายรออยู่ครับ อิอิ