การนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
เคยมีคำถามเหมือนกันว่าหลักคำสอนทางศาสนานั้นล้าสมัยแล้วหรือจึงมีสังคมที่ยุ่งเหยิง มีความแตกแยกกันในกลุ่มชนมีเสื้อเหลืองเสื้อแดง มีการประท้วงกันในทุกภาคส่วนของประเทศไทย และคำสอนทางศาสนาไม่ได้ฝังรากลึกอยู่ในชีวิตจิตใจของคนไทยแล้วหรือจึงก่อเกิดการฆาตกรรมฉกชิงวิ่งราวข่าวเศร้าข่าวร้ายกันอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านั้นก็เป็นคนไทยด้วยกันหรืออาศัยทำมาหารับประทานกันอยู่ในผืนแผ่นดินไทยด้วยกันยังทำกันได้ลงคอ
ข่าวการล่วงละเมิดศีลห้านี้มีกันทุกวันทั้ง ๆ ที่เมืองไทยถือว่าคนส่วนมากนับถือพระพุทธศาสนาหรือนับถือกันแต่ปากโดยจิตใจหานับถือไม่แม้แต่ผู้คนที่นับถือในศาสนาต่าง ๆ ก็มักเป็นเฉกเช่นเดียวกัน หรือว่าหลักธรรมในศาสนาที่ตนเองเคารพนับถือไม่ได้สถิตอยู่ในดวงใจของผู้ที่บอกว่าตนมีศาสนา
อันที่จริงนั้นผมอาจจะผิดก็ได้นะที่มองอย่างนี้คือว่า หลักคำสอนของทุกศาสนานั้นไม่เคยล้าสมัยเลย ถ้าเราสนใจใฝ่รู้จนเข้าใจให้ถ่องแท้แล้วนำเอาหลักธรรมคำสอนนั้นมาปฏิบัติอย่างน้อยเราก็ไม่ละเมิดอย่างศีลห้าข้อ ถ้าเราทำได้เราก็มีความสุขกายสบายใจในตัวตนของเราเอง โดยนำหลักธรรมในทุกศาสนามาปฏิบัติให้เกิดผลดี
แท้จริงสิ่งสูงสุดของทุกศาสนาเป็นสิ่งเดียวกัน พระพรหมมีอยู่ในทุกสิ่ง พระพุทธเจ้าหรือพุทธภาวะมีอยู่ในทุกสิ่ง พระเป็นเจ้าก็มีอยู่ในทุกสิ่ง เอกองค์อัลลอฮฺมีอยู่ในทุกสิ่ง และทรงเป็นอยู่นิรันดร์ทั้งนั้น
คนที่รู้เข้าใจสิ่งที่กล่าวนี้จะไม่มีความรู้สึกแบ่งแยก การแบ่งแยกเป็นการขัดกับหลักคำสอนทางศาสนา เพราะทุกสิ่งแท้จริงคือสิ่งเดียวกัน ดังนั้นการรักตนเองก็คือการรักคนอื่นด้วยเหมือนกันนั้นเอง