อ.แฟรงค์
นาย ไชยพงษ์ เรืองสุวรรณ

การเดินทางที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่...


สิ้นสุดลงที่ทุกข์ ดีกว่าทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด

ช่วงวันที่ 23-25 มกราคม 2552 เป็นการจัดค่ายดาราศาสตร์วิชาดาราศาสตร์ทั่วไปที่ผมเป็นผู้รับผิดชอบรายวิชานี้ ก็ได้กำหนดช่วงเวลาการเข้าค่ายไว้ตั้งแต่ต้นเทอม ซึ่งบังเอิญเหลือเกินที่ไปตรงกับช่วงตรุษจีน คุณภรรยาของผมซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ก็เลยไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมค่ายกับผมได้ เธอเลยหอบลูกชายไปร่วมพิธีที่จังหวัดบ้านเกิด...อุดรธานี ก็เลยมาค่ายอย่างเงียบเหงาครับ แต่ ความตั้งใจจริงของนักศึกษาทำให้เราสนุกสนานกับการถามและตอบคำถาม จนไม่ค่อยได้โทรหาหล่อนและลูกเท่าที่ควร

เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ภรรยาของกระผมตั้งครรภ์ แต่เนื่องจากไม่ได้วางแผนการตั้งครรภ์มาก่อน อีกทั้งเธอยังได้กินยารักษาสิว Roaccutane ซึ่งเป็นยาอันตรายและห้ามตั้งครรภ์ ก็กินไม่กี่เม็ดนะครับ และก็หยุดกินไปได้หลายวัน ก่อนตั้งครรภ์ ทีแรกก็สองจิตสองใจนะครับ กลัวเด็กพิการ ก็เลยกะจะเอาเด็กออก แต่พอไปอัลตราซาวด์ เห็นหัวใจเค้าเต้น มันก็ทำไม่ลงครับ ในเมื่อเค้าจะสู้...แล้วเราที่เป็นพ่อจะดูดายได้อย่างไร ก็เลยตัดสินใจดูแลให้ดีที่สุด...ก็ให้เค้าเป็นคนตัดสินใจก็แล้วกัน

วันอาทิตย์ที่ 25 ก่อนเดินทางกลับ ผมก็โทรหาภรรยาเพื่อตรวจสอบเวลาการเดินทาง เธอก็บอกว่า มีเลือดออก และออกมาก ... และยังไม่ได้บอกญาติทางนี้ ไม่อยากให้ตกใจ... ผมเงียบ... แล้วค่อยถามว่าจะเดินทางไหวหรือไม่ จะให้ไปรับไหม เธอก็บอกว่าน้องชายจะมาส่ง...ผมก็เบาใจ แม้ก่อนหน้านี้สักเจ็ดปี ..น้องชายเธออีกคนก็พาเธอกับลูกผมพุ่งตกถนนมาแล้ว... แต่นี่มันคนละคน และไม่น่าจะเกิดเหตุอะไรอีก

เืมื่อกลับมาจากค่าย และกุลีกุจอ เก็บข้าวของ รวมทั้งอุปกรณ์สังเกตการณ์เพื่อเตรียมสังเกตการณ์สุริยุปราคาที่จะมีในวันรุ่งขึ้นแล้ว ผมก็ไปรอภรรยาที่บ้าน เมื่อเธอมาถึง ประโยคแรกคือ "ไปเลย...ไป รพ. เลย" เราทั้งคู่เคยเจอภาวะนี้มาเมื่อปี 2539 ครั้งที่เธอ แท้งครั้งแรก....

ราว 1700 ไปถึงห้องฉุกเฉินของ รพ.ศรีนครินทร์ ทีมหมอก็ประสานงานดีมาก ส่งเข้าตรวจที่ห้องคลอดอย่างรวดเร็วและทำการอัลตราซาวด์ เจ้าลูกชายอายุ 9 ขวบเดินตามเตียงที่เข็นแม่ไปมาอย่างงงๆ ก็คงยังโมโหที่เรารับปากว่าพอได้อังเปาแล้วจะพาไปซื้อของเล่น ...แต่ดันมาโรงพยาบาลซะนี่ ระหว่างที่ภรรยาเข้ารับการตรวจที่ห้องคลอดนั้น ผมและลูกเข้าไปไม่ได้จึงพาลูกไปหาอาหารกินเพื่อจะได้ไม่โมโหหิวรวมเข้าไปด้วย และถือโอกาสอธิบายว่า "เราอาจจะต้องเสียน้องนะลูก"

กลับมาที่ห้องคลอด ภรยาของผมถูกย้ายไปแล้ว....เรารีบเดินตามไปที่ห้องฉุกเฉินอีกครั้ง พบพยาบาลตะโกนหาญาติของภรรยาผมพอดี.... เค้าให้ผมพบกับหมอเจ้าของไข้... คุณหมออธิบายถึงเหตุการณ์ และวิธีการรักษา... ครับ เด็กหัวใจไม่เต้นแล้ว ...และแท้ง ตอนนี้หมดจะทำการดูดส่วนที่เหลือ และขูดมดลูก... หมออธิบายถึงผลกระทบของยาที่ให้ ผลสิ่งต่างๆที่อาจจะเกิดตามมา ...ถึงตอนนี้ ก็ต้องรักษาชีวิตคนที่ยังอยู่ ขอบใจลูกที่ทำให้ชีวิตช่วงหนึ่งสั้นๆของเรามีความหวังเล็กๆ แม้ตอนนี้ลูกจะสู้ไม่ไหวแล้ว แต่เราก็จะคิดถึงลูกเสมอ

ถึงตอนนี้เจ้าลูกชายดูเหมือนจะเข้าใจ แล้ว เข้าไปเจอแม่นอนเตียงเลือดเปื้อนขาเป็นทางยาว ก็เข้าไปหอมแก้มแม่เบาๆ บอกแม่ว่าไม่เป็นไรนะครับ เลี้ยงเค้าคนเดียวก็ได้ เค้าจะเสียสละยอมเป็นลูกคนเดียวเอง (แหม เสียสละตรงไหนเนี่ย) ระหว่างที่ผมได้ดำเนินการด้านเอกสาร เจ้าลูกชายก็เฝ้าแม่ไม่ห่างเลย ก็แน่ละ เราก็มีกันแค่สามคน(แล้ว)นี่นา ...จนประมาณ 20.00 น. หมอก็อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ และให้สังเกตอาการต่างๆ

เจ้าลูกชายยังคงหงอย ในขณะที่แม่เค้าก็ปลอบว่าของเล่นค่อยซื้อวันหลังนะ...แหม ยิ้มทันที

กลับถึงบ้านหลังจากอาบน้ำแต่งตัว ผมก็เร่งให้เธอพักผ่อน แต่เธอไม่...ครับ เปิดคอมพิวเตอร์ จะเตรียมการสอน... ผมก็ต่อว่าทันที แต่...เธอบอกผมว่า ตอนนี้เราเสียลูก แต่เราก็ยังต้องดูแลลูกของคนอื่นๆที่กำลังศึกษากับเรา เราจะทอดทิ้งเค้าไม่ได้... ผมเลยบอกว่าเอาแค่สั่งงานก็พอ จะไปทำให้ ไม่ต้องไปสอนเองหรอก ไว้แข็งแรงแล้ว เราก็จะได้ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ต่อไป...เธอก็รับปาก...สั่งงานผม แล้วจึงพักผ่อน...

ครับ... ตอนนี้เราทั้งคู่ก็ ยังทำงาน ดูแลลูกๆ ของ ท่านที่ไว้ใจส่งมาเรียนกับเรา อย่างดี...สุดกำลังชีวิตของเรา...

คำสำคัญ (Tags): #ภาวะแท้ง
หมายเลขบันทึก: 238082เขียนเมื่อ 28 มกราคม 2009 10:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 04:48 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)

ประทับใจครับ อาจารย์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี