ความรักชาติมิใช่อยู่ที่การยืนตรงเคารพธงชาติวันละสองเวลา แต่อยู่ที่การไม่เจาะรูบนกำแพงกั้นน้ำของเราเอง

x

x

(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/ef/Hans_Brinker_Madurodam.jpg)

 

เรื่องราวของเด็กชาย Hans Brinker ผู้เอานิ้วอุดรูรั่วของเขื่อน เป็นเรื่องที่ Mary Elizabeth Mapes Dodge (1831 - 1905) นักเขียนชาวอเมริกัน แต่งขึ้น ทว่าเชื่อว่าเขียนขึ้นจากเรื่องจริงจากเหตุการณ์เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เนื่องจากที่ประเทศเนเธอร์แลนด์สมีอนุสาวรีย์ของเด็กชายผู้อุดนิ้วที่กำแพงกั้นน้ำ

 

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง ที่เมืองฮาร์เล็ม ประเทศเนเธอร์แลนด์ส เด็กชายวันแปดขวบไปเยี่ยมคนแก่ตาบอดที่รู้จักกันดี เมื่อนำอาหารไปให้แกแล้ว เขาก็เดินกลับบ้าน

พ่อของเด็กชายเป็นคนเฝ้าเขื่อนกั้นน้ำ ดูแลการเปิดปิดของเขื่อน เพื่อรักษาระดับน้ำในเขื่อนให้ถูกต้อง

พื้นที่ครึ่งหนึ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์สเป็นน้ำและอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลหลายเมตร (เนเธอร์แลนด์สมาจากคำว่าดัทช์ "neder" แปลว่า "ต่ำ" ปกติหมายถึงพื้นที่ของประเทศเบลเยี่ยมและลักเซมเบิร์กด้วย) จึงต้องป้องกันด้วยกำแพงกั้นน้ำเกือบทั้งประเทศ

ระหว่างทางกลับ ฝนเทลงมา ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนสูงขึ้น เด็กชายได้ยินเสียงน้ำไหล นึกสงสัยว่าเสียงนั้นมาจากไหน พลันแลเห็นรูเล็ก ๆ ที่กำแพงกั้นน้ำ ทุกชีวิตในเมืองนี้รู้ว่ามันหมายถึงอันตราย แรงดันน้ำมหาศาลสามารถขยายรูเล็ก ๆ นั้นในเวลาอันสั้น เมื่อกำแพงทลายน้ำจะเททะลักเข้าท่วมเมือง ทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า และอีกหลายร้อยหลายพันชีวิตที่อาจต้องสูญสิ้น

เด็กชายตัดสินใจปีนขึ้นกำแพง ยัดนิ้วมือของเขาเข้าไปอุดรูรั่วนั้น เขาหวังว่าจะมีใครสักคนผ่านมาตรงนั้น แต่ไม่มีใครมา


ความมืดโรยตัวคลี่คลุมพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็ว อากาศเย็นลงทุกขณะ เด็กชายรู้สึกหนาว แต่ไม่กล้าปล่อยนิ้วจากรูนั้น เขาร้องตะโกน "แม่ พ่อ มีใครได้ยินผมไหม?" แต่ไม่มีใครได้ยิน

เด็กชายรู้ดีว่า เมื่อไม่เห็นเขากลับบ้าน แม่ของเขาคงไม่ออกมาตาม เพราะเชื่อว่าเขาคงนอนค้างคืนในบ้านของคนแก่ตาบอดเช่นที่เคยมา

เด็กชายตัวเปียกหนาวจนตัวสั่นสะท้าน แต่เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก็ไม่กล้าดึงนิ้วออกมาจากรูนั้น ภาพเมืองทั้งเมืองจมน้ำทำให้เขายืนหยัดสู้ต่อไป

ครั้นเวลาเช้าตรู่ บาทหลวงผู้หนึ่งผ่านทางมาพบเด็กชายหนาวตัวสั่น ใบหน้าซีดเผือด เด็กชายรอดมาได้ และเมืองนั้นก็รอดมาได้

 

วินทร์ เลียววาริณ ผู้เล่าเรื่องและเรียบเรียง ได้กล่าวเชิงเปรียบเทียบต่อการพังทลายของประเทศชาติไว้ว่า

 

ประวัติศาสตร์ยาวนานของเมืองไทยเราเต็มไปด้วยผู้ใหญ่ที่ช่วยกันเจาะรูบนกำแพงกั้นน้ำ ไม่ว่าจะมองไปที่ด้านใดของกำแพงประเทศ ก็เห็นรูใหญ่รูเล็กมากมาย แต่ละรูมีน้ำไหลเข้ามาตลอดเวลา จนไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากกำแพงนั้นทลายลงมา

ตัวอย่างมีมากมายและชัดเจน กำแพงของเพื่อนบ้านของเรา เช่น เวียดนามใต้ถูกแทะทำลายจากคนภายในจนพังทลาย สิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน แม้แต่คนที่เจาะรูบนกำแพงก็ไม่เหลือแผ่นดินให้อยู่

แต่พวกเขาก็ยังคงเจาะรูต่อไป ราวกับไม่มีใครแยแสว่า หากไม่มีใครช่วยเอานิ้วอุดรู วันหนึ่งในเวลาอันสั้น สายน้ำแห่งหายนะจะมาเยือน

ความรักชาติมิใช่อยู่ที่การยืนตรงเคารพธงชาติวันละสองเวลา แต่อยู่ที่การไม่เจาะรูบนกำแพงกั้นน้ำของเราเอง

บนกำแพงของเรา เต็มไปด้วยซากศพของเด็กชายที่ใช้นิ้วอุดรูรั่ว ทว่าต่อให้มีเด็กชายคนนี้อีกสักกี่ล้านคน ก็ไม่สามารถอุดรูหายนะของเราได้ตลอดไป หากไม่มีคนยอมหยุดสร้างรูบนกำแพง

 

อ่านจบ ... ผมมองเห็นภาพผู้ใหญ่เจาะรูกำแพงกั้นน้ำของประเทศมากมาย

  • ผมมองเห็น ... นายทุนจ้างชาวบ้านตัดไม้ไปทุกวัน ๆ วันละ 5 ท่อน 10 ท่อน เลือกตัดแต่ไม้ชั้นดี ไม้สัก ไม้แดง ไม้ประดู่ เจ้าหน้าที่ก็เหนื่อยหน่ายจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ส่วนใหญ่ได้แต่ของกลาง ถ้าจับได้ก็ได้แต่คนรับจ้างเท่านั้น รู้ว่าผิด แต่จะทำ อ้างว่ายากจน ... แล้วไม่คิดหรือครับว่า สักวัน ประเทศไทยจะไม่มีต้นไม้ให้ตัดอีกแล้ว เกิดวาตภัยที่รุนแรงเพราะไม่มีอะไรมายับยั้ง เกิดน้ำป่าไหลหลากพัดบ้านคนพวกนี้อย่างรุนแรง เพราะไม่มีแรงต้านจากป่า ... ประเทศไทยยังจะเหลือซากให้ชื่นชมอีกหรือไม่ ... ผู้ใหญ่เจาะรูพรุนไปหมด
  • ผมมองเห็น ... ผู้บริหาร ข้าราชการไทย คอยหาช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ทำให้ตนเองร่ำรวยและเจริญก้าวหน้ามากกว่าคนอื่นที่เขาไม่เลือกใช้วิธีการนี้ ทุก ๆ หน่วยงานจะมีนิติกร ผู้ชำนาญการด้านกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่หาช่องโหว่ของกฎหมายให้ผู้บริหารพวกนี้ เรียกตามภาษาราชการว่า คอรัปชั่น โกงบ้านโกงเมืองในภาษาชาวบ้าน แล้วประเทศชาติจะเหลืออะไรให้โกงกันอีกหรือไม่ในอนาคต ประเทศชาติกำลังพัฒนา ก็ยังกำลังพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันสิ้นสุด ... ผู้ใหญ่เจาะรูของประเทศ พรุนไปหมด
  • ผมมองเห็น ... นักการเมืองคอยยุยงประชาชนให้เข้าข้างตนเอง เพื่อยังผลประโยชน์ของตัวเอง หรือพวกที่ตัวเองอุปโลก์ว่าเป็นพวกกับตัวเองด้วย บอกว่า เราเป็นคนเหนือต้องรักคนเหนือด้วยกัน เราเป็นคนอีสานต้องรักคนอีสานด้วยกัน เราเป็นคนใต้ต้องรักคนใต้ด้วยกัน แล้วไหง คนเหนือ คนอีสาน คนใต้ ไม่ใช่คนไทย อดีตชาติสยามที่บูรพกษัตริย์และบรรพบุรุษของเราเคยรักษาไว้ด้วยชีวิตหรือไหง ถึงมีแต่ข่าว นักการเมืองอีกพวกมาพื้นที่ของนักการเมืองอีกพวก ต้องมีแต่ข่าวว่า เราไม่ต้องการนักการเมืองพรรคนี้ เพราะมันเป็นอีกพวก บ้าหรือเปล่า เอาสมองที่ไหนมาคิด หรือไม่มีสมอง ก็ไม่เข้าใจ เรื่องง่ายที่อยากเสนอก็คือ รัฐที่ตัวเองไม่ชอบเค้าทำอะไร ตัวเองก็ไม่ต้องรับสิ เค้าประชานิยมให้เงิน ก็ไปบอกกับทางการเลยว่า ผมเนี่ยไม่ขอรับ เพราะมันคนละแนวทางก็เสร็จ เค้าจะได้นำเงินส่วนเนี่ยไปพัฒนาประเทศด้านอื่น ... เหลือความสามัคคีของคนในชาติไหม ความหวาดระแวงเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า บ้านเมืองพัฒนาไม่ได้ ประเทศชาติล่มจม เพราะนักการเมืองชั่ว ๆ พวกนี้ ... มันมาเจาะรูกำแพงกั้นน้ำของประเทศจนพรุน ฟื้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
  • ฯลฯ ท่านมองเห็นอะไรอีกไหมครับ

 

 

บนกำแพงประเทศของเรา เต็มไปด้วยซากศพของเด็กชายที่ใช้นิ้วอุดรูรั่ว ทว่าต่อให้มีเด็กชายคนนี้อีกสักกี่ล้านคน ก็ไม่สามารถอุดรูหายนะของเราได้ตลอดไป หากไม่มีคนยอมหยุดสร้างรูบนกำแพง

 

สะท้อนใจชะมัด แล้วคุณคิดกันอย่างไร ?

ขอบคุณครับ :)

 

 


แหล่งอ้างอิง

วินทร์  เลียววาริณ.  อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก.  กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ 113, 2551.

winbookclub.  http://www.winbookclub.com/basket_detail.php?id=90.  (18 พ.ค.52).

 

ป.ล. ค้นหาภายหลังพบว่า คุณวินทร์ เลียววาริณ ได้นำบทความนี้ขึ้นเว็บไว้แล้ว ดังอ้างอิง ครับ