ทั้ง ๆ ที่อินเดียเองพยายามถือนโยบายไม่ฝักฝ่ายใดก็ตาม

การพัฒนาประเทศอินเดียสมัยนายกรัฐมนตรีคนที่ 5

ทันทีที่นางอินทิรา  คานธีจบชีวิตลง  เขาก็ถูกเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดีย  เขาเกิดที่เมืองบอมเบย์  เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม  พ. ศ. 2487  คุณตาเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย  เขาได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีมีการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกล  ทั้งจากเคมบริดจ์และที่ลอนดอน  เขามุ่งสู่ถนนการบินและได้เป็นนักบินสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์

ช่วงอยู่ที่เคมบริดจ์ได้พบรักกับโซเซีย  มาอิโน  ชาวอิตาลีและทั้งสองตกลงแต่งงานกันมีบุตรสองคนคือ  ราฮุลและปรียางก้า

ต่อมาน้องชายเขาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี  พ. ศ. 2523 ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนชีวิตหันเข้ามาทางการเมือง  และเมื่อนางอินทิราสิ้นชีวิตลง เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียคนต่อไป  ที่มีปัญหามากมายรอการแก้ไข ดังนี้

1 . การเมือง

          เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศใหญ่มีพลเมืองมาก  จึงมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชนที่นับถือศาสนาต่างกัน  การก่อการร้ายของพวกหัวรุนแรง  การแตกแยกภายในพรรค  ความแห้งแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น  ความสับสนทางเศรษฐกิจ  และการที่อินเดียกระโจนเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาขัดแย้งกันระหว่างชาวทมิฬกับชาวสิงหลในประเทศศรีลังกา

2 . เศรษฐกิจ

เกี่ยวการผลิตอาหารมีความเสียหายอย่างหนัก  เนื่องจากความแห้งแล้งรุนแรง  แล้วเกิดอุทกภัยซ้ำเติมอีกทำให้มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจมาก

3 . ความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน

ประเทศศรีลังกา  อินเดียได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาการแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มก่อการร้ายทมิฬ  โดยแสดงความเห็นใจชาวทมิฬพร้อมกับขอให้รัฐบาลศรีลังกาไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มชาวทมิฬ

ประเทศปากีสถาน  อินเดียกับปากีสถานที่แยกตัวออกไปตั้งประเทศใหม่นั้นยังไม่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันแม้ปัจจุบันนี้ก็ยังคงดำเนินไปอยู่อย่างนั้น

ประเทศจีน  อินเดียกับจีนมักมีปัญหาเย็นชาต่อกันเกี่ยวกับชายแดนโดยเฉพาะกลุ่มชนธิเบตที่อาศัยอินเดียอยู่เป็นหนามยอกอกจีนอยู่ตลอดเวลา  ทั้ง ๆ ที่อินเดียเองพยายามถือนโยบายไม่ฝักฝ่ายใดก็ตาม

          นั้นคือยุคนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ นายราจิฟ  คานธี ( Rajiv  Gandhi )นั้นเอง.