เจ้าว่างาม ก็ว่างามตามเจ้าว่า

วันนี้แม่ต้อยตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจัดเตรียมอาหารหวานคาว เช่น หมู ไก่ และเป็ด รวมทั้งขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมจันอับ ขนมบัวลอยหรือที่มีชื่ออีกอย่างว่าขนมอี๋ ที่ชาวจีนใช้ในการบุชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ตามความเชื่อและความศรัทธาของชาวจีนที่มีมานานนับพันปี

              แม่ต้อยและครอบครัวนั้นเป็นคนไทยแท้ทั้งคู่ ไม่มีฝ่ายใดที่มีบรรพบุรุษที่มีเชื้อสายเป็นคนจีนเลย  สมัยก่อนในเทศกาลตรุษจีน แม่ต้อยก็อยู่เฉยๆด้วยคิดว่าไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติของเรา  แต่เมื่อสักเจ็ดแปดปีที่ผ่านมาแม่ต้อยก็เริ่มที่จะร่วมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่แบบชาวจีน  ด้วยคิดว่าความเชื่อของคนในโลกนี้ ล้วนมีที่มาที่ไป ล้วนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เราคนรุ่นหลังหากปฏิบัติตามก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าสิ่งที่ไม่ดี

คงคล้ายๆกับคำพุดที่ว่า เจ้าว่างาม ก็ว่างามตามเจ้าว่า ไม่ทราบว่าแม่ต้อยเปรียบเทียบได้ถูกต้องหรือเปล่า ท่านอาจารย์ที่ได้เข้ามาอ่านเรื่องเล่าช่วยชี้ แนะก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งคะ  แม่ต้อยจะอธิบายให้ลูกๆ ที่มองดูแม่ต้อยเตรียมพิธีไหว้เจ้าอย่างตื่นตาตื่นใจว่า ที่แม่ไหว้เจ้าในวันตรุษจีนนี้ เพราะว่า ลูกลองนึกดูสิ วันนี้เจ้าที่ หรือเทพเจ้าทั้งหลายในที่ต่างๆทั่วโลกได้รับของไหว้กันทั้งนั้น แล้วเทพเจ้าที่ดูแลบ้านเราไม่มีใครไหว้ท่านเลย คงจะไม่ดีแน่ ลูกๆหรือแม้แต่กระทั่งคุณยายก็อดที่จะอมยิ้มให้ความคิดของแม่ต้อยไม่ได้ จนเดี๋ยวนี้กลายเป็นเรื่องปกติของบ้านเราไปเสียแล้ว

              และยิ่งกว่านั้นคือแม่ต้อยจะกราบไหว้ท่านในทุกเทศกาลไปเลย ไม่ว่าปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ เข้าพรรษา  ออกพรรษา เรียกได้ว่าไม่มีพลาด

              กลับมาเล่าเรื่องวันนี้ต่อนะคะ หลังจากที่ไหว้เจ้าเสร็จแล้ว แม่ต้อยก้ออกไปซื้อปลาไปปล่อย  สำหรับการปล่อยปลานี้แม่ต้อยจะทำในทุกอาทิตย์ เลยทีเดียว เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา จึงสะดวก รวมทั้งอยู่ใกล้ตลาดด้วย ส่วนใหญ่แม่ต้อยจะไปซื้อปลาที่ขังในถังเตรียมพร้อมในการนำไปประกอบอาหาร บางครั้งที่ไปทันเห็นแม่ค้ากำลังทุบหัวปลาให้ลุกค้าอยู่ก็มี ต้องรีบหลับตาด้วยความสยองพร้อมกับนึกในใจว่า แหม  มาช้าไปเสี้ยววินาทีเท่านั้นนะ เพื่อนเอ๋ย ไม่งั้นเพื่อนคงได้ไปว่ายในแม่น้ำที่ใสเย็นแน่ๆ

       เรื่องการปล่อยปลานี่นับว่าเป็นประเด็นอภิปรายของผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสีย อยู่เหมือนกันซึ่งแม่ต้อยก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็เลยเอามาเล่าให้ฟังดีกว่า ว่าแม่ต้อยควรเห็นงามตามใครดี

แม่ค้าขายปลา เสนอความเห็นว่า  หนูคิดถึงพี่ทุกวันเลย อยากขายปลาให้พี่เอาไปปล่อย มากกว่าต้องทุบหัวปลาเพื่อขาย ไม่อยากทำบาปหรอก  หนูอยากร่วมอนุโมทนาบุญด้วยจริงๆ ไม่พุดอย่างเดียว ยกมือไหว้ด้วย

ท่านเจ้าอาวาสวัด โยมมาปล่อยปลาบ่อยๆนะ ที่ศาลานี่ก็ผุพังมากแล้ว หากได้ญาติโยมมาช่วยกันบูรณะ ก็จะได้แข็งแรงขึ้น

เด็กวัด ป้าครับ ป้าครับ... ปลาที่ซื้อมาปล่อยในแม่น้ำอย่างนี้ไม่รอดหรอกครับ ต้องเอามาปล่อยในท้องร่องก่อน พอมันชินแล้วมันจะว่ายไปเอง เดี๋ยวผมเอาไปปล่อยให้นะครับ

คนที่มีบ้านข้างวัด และติดริมน้ำตะโกนคุยกับแม่ต้อยว่า พี่มาปล่อยปลาอีกแล้วหรือคะ  ปลาที่พี่ปล่อยมาว่ายอยู่ใต้ถุนบ้านหนูเต็มไปหมด ไม่ตายหรอกคะ

หากใครสักคนเป็นแม่ต้อยจะตัดสินใจอย่างไรดีคะ?

      

       เสร็จจากการปล่อยปลาแล้ว แม่ต้อยก็มาจัดแจง แยกอาหาร ขนม ผลไม้จัดเป็นชุดๆ เพื่อนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ให้ได้รับกุศลในวันปีใหม่พร้อมหน้ากัน  มีลุงสุข ลุงดำเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ลุงพิศ ลุงแพร  ลุงชาย และมีแถมให้ยามของหมู่บ้านใกล้ๆด้วย

       ตอนนี้มีแม่บ้านมารายงานว่า บรรดาลุงต่างๆที่เอ่ยชื่อมานั้นเอาของมาฝากแม่ต้อยดังนี้  ลุงดำ ก๋วยเตี๋ยวสองถุง  ลุงพิศ ปลาทอดสองตัว กล้วยน้ำว้า ๑ หวี ลุงแพรบอกว่าจะมาซ่อมท่อให้พรุ่งนี้ ส่วนลุงสุขบอกว่าขอให้แม่ต้อยเจริญๆ

       ตอนนี้แม่ต้อยก็เลยจะขอถือโอกาสไปทานของฝากในวันปีใหม่จากเพื่อนบ้านที่น่ารักของแม่ต้อยก่อนนะคะ

อ้อ... ลืมบอกไปคะ ตอนนี้ศาลาวัดที่ผุพังนั้น แม่ต้อยและครอบครัวได้ชักชวนเพื่อนๆมาช่วยกันบูรณะ จนสวยงามแล้วคะ ไปปล่อยปลาได้ทุกเมื่อคะ

ซินเจียยู่อี่  ซินนี้ฮวดไช้ คะ