สำนึกในการประหยัด
ความวุ่นวายสับสนคือบรรยากาศร้อนๆของช่วงบ่ายวันหนึ่งในครอบครัวหนึ่ง ที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองกรุงเทพมหานครโดยเริ่มที่ตัวพ่อซึ่งเป็นข้าราชการระดับกลางที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่มีปัญหาเเรื่องการใช้จ่ายเกินตัวของลูกชายวัยรุ่นที่กำลังอยู่ระหว่างใกล้จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ผู้ซึ่งมีความสุขอยู่กับการเที่ยวเตร่คบหาสมาคมกับเพื่อนฝูงเป็นส่วนใหญ่มากกว่าการใช้ชีวิตกับสมาชิกในครอบครัว
พ่อเพียรพยายามสั่งสอนอบรมบ่มนิสัยลูกชายในเรื่องการประหยัดมัธยัสถ์ โดยเฉพาะเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือที่มียอดเงินในใบเรียกชำระเงินรายเดือนสูงเป็นหลักพันบาท มากกว่าค่าโทรของพ่อและแม่รวมกันอยู่เสมอ
เมื่อถูกต่อว่าต่อขานสอบความ ลูกชายมักเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวและแก้ตัวด้วยเหตุผลต่างๆ ฟังขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ลูกจะอ้างว่า คุยกันเรื่องการบ้านการเรียน และบ่อยครั้งเป็นกรณีเพื่อนฝากข้อความให้โทรกลับ
เมื่อพ่อทักท้วงว่า เหตุใดไม่ใช้โทรศัพท์บ้าน หรือนัดคุยกันโดยตรง ลูกชายจะตอบบ่ายเบี่ยงความไม่สะดวกต่างๆนานา เช่น โทรศัพท์บ้านไม่มีความเป็นส่วนตัว หรือตามตัวมาพูดกันยากกว่า ใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งทันสมัยรวดเร็วกว่า เป็นต้น
ครั้นโต้เถียงกันรุนแรงมากขึ้น พ่อจึงยื่นคำขาดที่จะยึดโทรศัพท์มือถือคืนหากลูกชายไม่ลดการใช้โทรศัพท์มือถือลงมาบ้าง
แม่ที่นั่งฟังเงียบๆในช่วงต้นๆ ได้สรุปแบบสมานฉันท์ให้ลูกชายคิดข้อเสนอว่าจะปฏิบัติอย่างไรเพื่อได้ข้อยุติเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ลูกชายจึงรีบแจกแจงความเห็นเป็นข้อๆทันที เมื่อเห็นว่าพ่อจริงจังในเรื่องนี้
ผมจะใช้วิธีเดียวกับเพื่อนคือ โทรฝากเบอร์หรือข้อความไว้ให้เพื่อนโทรกลับ ทางเราจะได้ไม่ต้อง เสียเงิน แต่อาจเสียไมตรีหากทำบ่อยๆโดยไม่จำเป็น
-
กรณีเพื่อนใช้วิธีเดียวกับข้างต้น ผมจะรีบถามก่อนว่า “ มีธุระอะไรสำคัญหรือเปล่า ” ทั้งนี้ผมจะยอมให้เพื่อนถามผมแบบเดียวกันด้วย เพื่อดระตุกจิตสำนึกว่า ทุกนาทีมีค่าใช้จ่าย
พ่อเพิ่งได้ความรู้ใหม่ว่า วิธีฝากเบอร์โทรกลับเป็นการเกี่ยงให้อีกฝ่ายหนึ่งจ่ายค่าโทร ดังนั้นแม้จะยอมรับว่าช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่น่าจะพยายามใช้ทางเลือกอื่นในการเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือเฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และ ไม่พูดยาวเกินกว่าที่ควร พ่อขอให้ลูกชายไปหารือร่วมกับเพื่อนๆว่าจะหาทางออกเพิ่มเติมอย่างไร แล้วให้กลับมารายงานด้วย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ลูกชายบอกพ่อว่า ได้ตั้งชมรม “ ประหยัดการใช้มือถือ” ที่โรงเรียน มีสมุดจดพฤติกรรมการใช้มือถือเพื่อปรับปรุงในเดือนต่อๆไป หวังว่าสมาชิกจะเพิ่มขึ้น เพราะหลายครอบครัวมีปัญหาเช่นเดียวกัน
ซึ่งหากได้มีการแก้ไขอย่างพร้อมเพรียงแล้ว ย่อมเกิด “ ความสุขที่ลงตัว ” อย่างแน่นอน

แวะมาอ่านค่ะ..ขอเป็นกำลังใจให้ทุกความสุขนะคะ
ขอให้มีกำลังสู้สู้นะคะ
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่
ได้ตามมาอ่านบันทึกนี้ ต้องขอชื่นชมน้องที่ให้ความเอาจริงเอาจังในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้งานโทรศัพท์ค่ะ
และพอดีหนูเห็นส่วนท้ายของบันทึกมีช่องว่างอยู่เยอะ คาดว่าคงจะกดปุ่ม enter ไว้เยอะ เลยทำให้เกิดพื้นที่ว่างค่ะ พี่ใหญ่สามารถเอาช่องว่างดังกล่าวออกได้ โดยเข้าไปแก้ไขบันทึก จากนั้นให้ลบส่วนที่เป็นช่องว่างออกค่ะ แล้วก็ทำการบันทึกค่ะ
หากมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน สามารถสอบถามได้โดยส่งอีเมล์ผ่านระบบที่ http://gotoknow.org/email/webmaster ค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาขอบคุณที่ไปเยี่ยม
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
คงจะได้ ลปรร มากขึ้น
สวัสดีครับ เฮงๆๆ
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่
ปัญหา ถ้าร่วมกันแก้ไข
ย่อมเกิดผลดีทั้งสองฝ่าย
ฝากดอกไม้มาขอบคุณ ที่ไปทักทายด้วยค่ะ
สวัสดีคะ ขอบคุณนะคะที่ไปเยี่ยมบ้าน
ตามมาดูพี่ ไปอยุธยา เข้มข้นมากๆๆ อิอิๆๆๆๆๆ
ขอบคุณน้องๆทุกคนที่ตามมาอ่านและคุยด้วยอย่างน่าชื่นใจนะคะ...เรื่องข้างต้นนั้น พี่เขียนไปลงวารสารเด็กๆชื่อ "ครอบครัวพอเพียง"...เป็นประสบการณ์ง่ายๆที่ได้มาจากการอบรมหลานวัยรุ่นค่ะ....
nongnarts
แวะมาดูแล้ว
17.คุณเบดูอิน ขอบคุณที่แวะอ่าน ขออภัยที่ค้างตอบข้ามปี เพิ่งเห็นเมื่อจัดระเบียบห้องใหม่ค่ะ..