ราชภัฏไหนสนใจ
คิดวิชา "ทำให้ชาวบ้านเห็นหัวซึ่งกันและกัน" คือราชภัฏแท้
ระยะนี้มีข่าวเกษตรกร
-เทนมทิ้งกลางถนน
-เผาข้าวโพด
-บรรทุกมันหัวแดงใส่
อีแต๋นมาขวางทาง
ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีราชภัฏไหนสนใจข่าวนี้จริงจัง ถึงขนาดมองเห็นว่านี่คืออาการของการที่ชาวบ้านเอง “ไม่เห็นหัวซึ่งกันและกัน”
ผู้เขียนมีความเห็นว่าถ้าชาวบ้าน “เห็นหัวกันและกัน” ปัญหานี้ไม่เกิด ปัญหาอื่น ๆอีกหลายปัญหาที่เกิดกับชาวบ้านก็จะไม่เกิด เช่น
· ได้รับแจกปลากระป๋องเน่า
· ถูกไล่ออกจากที่ดินที่อยู่กินกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
· ไปตัดไม้มาปลูกกระท่อมอยู่ ถูกจับขังคุก
· ถูกตำรวจจับขังคุก จนตายในคุก ทั้ง ๆที่จริง ๆแล้วไม่เคยทำความผิดใด ๆ
· โรงเรียนสำหรับลูกชาวบ้านคุณภาพต่ำ
· ได้รับพาราเซตามอลเพื่อรักษาทุกโรค
· ทุกหมู่บ้านมีหนี้หมู่บ้านละห้าหกล้าน
· ญาติพี่น้องในหมู่บ้าน/ ชุมขนเดียวกันลุกขึ้นห้ำหั่นกัน เช่นที่ บ่อนอก และบางสะพาน เป็นต้น
ฯลฯ
ราชภัฏที่ประกาศตนว่าเป็นอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ต้องสนใจปัญหาเหล่านี้
และต้องคิดวิชาที่จะให้ชาวบ้าน “เห็นหัวซึ่งกันและกัน”ให้ได้
วิชาแบบนี้ชาวบ้านต้องได้เรียน ตั้งแต่แรกเกิด นั่นคือ ต้องได้เรียนตั้งแต่อยู่ในบ้าน ในชุมชน ในโรงเรียน ในไร่ในนา และ ในโรงงานเป็นต้น
ต้องได้เรียนทุกคน ราชภัฏต้องเอาวิชาเหล่านี้ไปสอน นักศึกษา ไปสอนครู ไปสอนผู้นำชุมชน ไปสอนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชน ไปสอนคนเป็นพ่อเป็นแม่ และไปสอนคนที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น
ถ้าคนได้เรียนรู้วิชานี้กันอย่างทั่วถึง และอย่างเป็นผล
-คนจะเข้มแข็ง
-ครอบครัวจะเข้มแข็ง
-ชุมชนจะเข้มแข็ง
-ประเทศจะเข้มแข็ง
เพราะคนและชุมชนที่เป็นฐานของบ้านเมืองเข้มแข็ง ประเทศจึงเข้มแข็งอย่างไม่ต้องสงสัย
หมอประเวศ พยายามชี้ตรงจุดนี้มาหลายสิบปี แต่ยังไม่มีใครทำให้เป็นจริง
ราชภัฏ 30 กว่าแห่งมีศักยภาพที่จะทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงได้
ปัญหาของราชภัฏอยู่ที่หัวหูยังมืดมึนอยู่
คิดอะไรไม่ออก มองอะไรไม่เห็น ไม่สดับตรับฟังอะไร
ไม่แน่ใจว่า ขณะนี่ราชภัฏกำลัง
คิดอะไร มองอะไร เงี่ยหูฟัง
อะไรอยู่ !?!?!?!?!?!!!

Paaoobtong
22/1/52
วิชาแบบนี้ชาวบ้านต้องได้เรียน ตั้งแต่แรกเกิด นั่นคือ ต้องได้เรียนตั้งแต่อยู่ในบ้าน ในชุมชน ในโรงเรียน ในไร่ในนา และ ในโรงงานเป็นต้น
ต้องได้เรียนทุกคน ราชภัฏต้องเอาวิชาเหล่านี้ไปสอน นักศึกษา ไปสอนครู ไปสอนผู้นำชุมชน ไปสอนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชน ไปสอนคนเป็นพ่อเป็นแม่ และไปสอนคนที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น
ถ้าคนได้เรียนรู้วิชานี้กันอย่างทั่วถึง และอย่างเป็นผล
-คนจะเข้มแข็ง
คิดอะไรไม่ออก มองอะไรไม่เห็น ไม่สดับตรับฟังอะไร
ไม่แน่ใจว่า ขณะนี่ราชภัฏกำลัง
คิดอะไร มองอะไร เงี่ยหูฟัง
อะไรอยู่ !?!?!?!?!?!!!

Paaoobtong
22/1/52
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ขอบคุณหลาย ๆ เด๊อครับที่แวะไปทักทายผม ท่านอาจารย์ครับ ผมคึดว่า บ่แม่นราชภัฏอย่างเดียวดอกที่สามารถที่จะจัดการศึกษาอย่างที่ท่านอาจารย์เว้า ยังมีหน่วยงานอีกหลายครับที่สามารถพัฒนามนุษย์ให้มีจิตสำนึก มีสายตาที่เห็นธรรม....ให้รู้จักสอนตัวเอง เอาง่าย ๆ เด๊อครับท่านอาจารย์ สถาบันพื้นฐานในชุมชนที่เป็นหน่วยอบรมสั่งสอนชาวบ้านมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ก็คือ วัด ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นหน่วยในชุมชนที่สามารถจัดการศึกษาที่สอนคน ให้สอนตัวเองได้ดีกว่าสถาบันใด ๆ เพราะทำหน้าที่นี้มาทุกยุคทุกสมัย แต่มันก็บ่ได้เช่นจั๊งสั่น เพราะหยังล่ะครับ.....ถ้าคนเราไม่มีการเริ่มเรียนที่เรียนรู้ด้วยตนเอง และสอนตนเองแล้ว คงไม่มีหลักสูตรใด ช่วยได้หรอกครับ (ความคิดส่วนตัวนะครับ ไม่เกี่ยวกะส่วนรวม)