
ชีวิตของคนเรา คงมีการเริ่มต้นให้ก้าวเดินหลายครั้ง กว่าจะถึงเป้าหมายและปลายทางที่ฝันไว้คงเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า หลายคนมีเป้าหมายที่ยาวไกล บางคนมีเป้าแค่เพียงอึดใจ หากแต่การเดินทางของทุกคนล้วนผ่านระหว่างทาง ที่มีทั้งที่งดงามและโหดร้าย ถ้าเราได้เรียนรู้ในวิถีระหว่างทางอย่างใคร่ครวญ เราอาจจะค้นพบความงดงามของดอกหญ้าต้นเล็กที่แอบซ่อนอยู่หรือ ได้พึ่งพิงร่มต้นไม้ใหญ่ การก้าวเดินแบบนี้คงเป็นการสร้างคุณค่าให้เกิดในจิตใจทั้งของตนเองและผู้อื่น
หลายคนอาจจะมีวิถีของตนเองเพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมายของตนเอง แต่ผมยังศรัทธาในวิถีของการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในตัวตนและผู้อื่นและหวังว่าสักวันตนเองจะมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นกว่านี้
"บางทีความสมบูรณ์แบบของชีวิต ก็ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วของการเดินทาง
แต่อยู่ที่เราสนุกกับการเก็บเกี่ยวความสุข ระหว่างการเดินทางต่างหาก..."
สวัสดีค่ะ
ครูแป๋มเห็นด้วยทุกประการกับการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นในตัวตนและผู้อื่น
ครูแป๋ม
"ระหว่างทาง"
อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ้อนอยู่
หากเราได้ลองไปสัมผัส
เราก็จะรู้ว่าสิ่งที่ซ้อนอยู่นั้นคืออะไร
แต่ถ้าในระหว่างที่เราเดินทางนั้น
เราไม่แม้แต่จะสนใจสิ่งต่างๆรอบข้างเลย
แล้วสิ่งที่เราได้กลับมาคืออะไร??
มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราเดินไปให้เสียแรงเปล่า
เดินไปให้เหนื่อย
คุณค่าที่ควรจะได้รับก็กลับเสียไป
สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน
เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป
ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า
เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน
คนๆ นั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน
ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน
เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ
จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป
เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง
เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม
หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ
แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง
ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง
บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ
แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ
เหมือนความรักของพ่อแม่
เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ
เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ
คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม
คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง
คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า
คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า
สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตาต้องมองด้วยหัวใจ
แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง
เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน
เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้
เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น
เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตาแล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที
เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา
เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ
เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้น
แต่ถ้าลองมองย้อนดูทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน
เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ
ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป
กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง
อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆ ต้องมีรอยร้าว
เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป
เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี
เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า
เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ