Day 7          20 OCT.  2008                Hirosaki ---> Sendai

วันนี้เราจะเดินทางขาล่องลงกันแล้ว แต่ก่อนจากอาโอโมริก็ขอนั่งรถไฟไปเมืองฮิโรซากิ กันหน่อย ก่อนอื่นเอาสัมภาระเก็บในล็อคเกอร์ที่สถานีรถไฟอาโอโมริให้เที่ยวตัวเบาๆครึ่งวันที่ฮิโรซากิดีกว่า

ตามสถานีรถไฟใหญ่ๆทุกแห่งจะมี Coin Lockers ไว้บริการ สะดวกมาก มีหลายขนาดให้เลือก ช่องเล็กก็ถูก ช่องใหญ่ก็แพงหน่อยค่ะ แล้วเราก็ทำการจองที่นั่งรถไฟขาล่องเพื่อไปยังเมืองเซนไดไว้ให้เรียบร้อย

Aomoriß-------------------à Hirosaki นั่งรถไฟด่วนจำกัดซึการุ ใช้เวลาสามสิบนาทีเท่านั้น

Aomori -------------------à Hachinohe ------------------------àSendai

          Limited Express                             Shinkunsen

 

มีที่นั่งทุกช่วงการเดินทาง รู้เที่ยวรถทุกช่วง สบายใจค่ะ

 

ถึงสถานีรถไฟเมืองฮิโรซากิ เราก็ไปยังแผนกบริการข้อมูลท่องเที่ยว เขาให้เจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้มาตอบคำถามเรา เป็นสาวๆใจดี ให้แผนที่ ชี้ทางไปป้ายรถเมล์ให้อย่างดี

 

 

เราได้แผนที่มาแล้วเห็นว่าที่ที่เราตั้งใจจะไปเยือน คือ ปราสาทฮิโรซากิ และ Hirosaki City Apple Park  นั้นอยู่คนละทิศกัน แล้วเราก็กะระยะทางกับเวลาไม่ถูกด้วย เลยตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไป ปราสาทฮิโรซากิ โชคดีก่อนเข้าปราสาทเจอเขากำลังจัดงาน เทศกาลดอกเบญจมาศ พอดี อย่างที่เคยนำภาพดอกเบญจมาศมาฝากกันไปในตอนแรกๆแล้ว

 

ปราสาทฮิโรซากินี้เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองฮิโรซากิ สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1611 โดยตระกูลซึการุ (Tsugaru)

เดิมสร้างเป็นปราสาทห้าชั้นแล้วถูกฟ้าผ่า ไฟไหม้ชั้นห้า แล้วถูกทิ้งไว้อย่างนั้นร่วมสองร้อยปีกว่าจะมีการบูรณะในปี 1810 เหลือเป็นตัวหอคอยปราสาทสามชั้น ปราสาทนี้มีคูน้ำล้อม และป้อมปืน ประตูหน้าทางเข้าปราสาทเป็นไม้แผ่นใหญ่ๆทั้งหนาและหนักดูบึกบึนมาก

ในหอคอยปราสาททั้งสามชั้นเขาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงข้าวของเครื่องใช้ อาวุธยุทโธปกรณ์รวมทั้งเครื่องแต่งกายโบราณ เราพากันเข้าไปชม และชื่นชมที่เขาสามารถเก็บรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างมีศักดิ์ศรีเช่นนี้ บันไดขึ้นแต่ละชั้น แคบและชันมาก ชมข้างในแป๊ปเดียวก็ทั่วทั้งสามชั้น

ปี1952 ปราสาทฮิโรซากิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ ในฐานะปราสาทเก่าแก่ในสมัย Edo ที่หลงเหลืออยู่ใน Tohoku

ส่วนที่น่าชมมากคือรอบๆปราสาทเป็น สวนขนาดใหญ่ ข้อมูลว่ากว้างขวางถึงห้าแสนตารางเมตร แค่เดินชมใกล้ๆปราสาทเราก็ว่าใหญ่มากแล้ว ที่นี่มีนกมาก เขามีบอร์ดแสดงข้อมูลนกที่พบในสวน มีหลายสิบชนิด บริเวณปราสาทและสวนนี้เขารวมเรียก Hirosaki Castle Park

 

ที่นี่มีต้นซากุระถึง 2600 ต้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนให้มาชมดอกซากุระบาน เป็นสถานที่ที่มีผู้มาชมซากุระบานเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ดูจากภาพซากุระบาน ณ ปราสาทฮิโรซากิที่ได้ภาพมาจากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่แปลกใจเลยนะคะ

เทศกาลชมดอกซากุระ Sakura Matsuri ที่ฮิโรซากิ จะจัดขึ้นในช่วงสัปดาห์ทอง Golden Week คือปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม อันเป็นช่วงวันหยุดยาวของชาวญี่ปุ่น และดอกซากุระที่เมืองนี้ก็จะบานตรงกับช่วงสัปดาห์ทองพอดี (ขอให้มีโอกาสไปชมซากุระบานจะได้มาเขียนเล่าสู่กันค่ะ เพิ่งทราบว่าซากุระนั้นมีหลายสายพันธุ์ คงงดงามแตกต่างกันในแต่ละถิ่นนะคะ)

ที่ฮิโรซากิเขายังมีอีกเทศกาลที่ดึงดูดคนให้มาเที่ยวคือ Neputa Matsuri จัดในฤดูร้อน ช่วงเดียวกันกับที่อาโอโมริมีเทศกาล Nebuta Matsuri ค่ะ เป็นการแห่โคมไฟรูปนักรบแม้คล้ายกันแต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจแตกต่างกัน หากไปเที่ยวช่วงนั้นน่าจะไปชมทั้งสองที่นะคะ

 

ออกจากปราสาทและสวนงามแห่ง Hirosaki Castle Park แล้ว เราไปยังจุดหมายต่อไปคือ Hirosaki City Apple Park โดยนั่งแท็กซี่ไปเพื่อความรวดเร็ว ดีใจที่นั่งแท็กซี่ไปเพราะจุดหมายนี้อยู่ไกลและไม่ค่อยมีรถบัสหรือแท็กซี่วิ่งผ่าน โชเฟอร์เขาใจดีมากถามเราว่าจะอยู่ที่นี่นานมั้ย จะให้เขารอหรือเปล่า เพราะจะหารถกลับออกไปยาก เราตกลงและขอเขาอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง

ชาวฮิโรซากิเขาภูมิใจที่ฮิโรซากินั้นเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในการผลิตแอปเปิ้ลของประเทศ เขาคุยว่าแอปเปิ้ลทุกๆหนึ่งในเจ็ดลูกจะเป็นแอปเปิ้ลที่มาจากฮิโรซากิ เขาเรียกเมืองฮิโรซากิว่าเป็น “Apple Kingdom”  ระหว่างนั่งรถไฟเห็นเขาปลูกแอปเปิ้ลกันเป็นระยะๆตลอดทาง แต่เขาไม่ได้ทำเป็นสวนขนาดใหญ่ๆสุดลูกหูลูกตาหรอกนะคะ แต่กลับเป็นการปลูกแบบแบ่งเนื้อที่ส่วนหนึ่งเป็นสวนแอปเปิ้ล เนื้อที่ส่วนใหญ่ก็ปลูกข้าวหรือพืชผัก

Hirosaki City Apple Park นั้นอยู่เชิงเขาอิวากิ (Mt. Iwaki) ปลูกแอปเปิ้ลไว้ 1000 ต้น และมี 60 ชนิด จุดประสงค์คือทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์เรียนรู้เรื่องแอปเปิ้ล

เขามีส่วนที่จัดไว้เพื่อเรียนรู้การขยายพันธุ์ การปลูก คุณค่าทางอาหาร และการจัดการตลาดของแอปเปิ้ล เรียกว่า Apple House  มีส่วนเป็นร้านอาหารแบบคาเฟ่ มีเมนูทั้งคาวหวานปรุงจากแอปเปิ้ล และมีร้านขายของซึ่งมีทั้งของที่ระลึกหลากรูปแบบหลายร้อยชนิด ตั้งแต่ที่คาดผม เสื้อผ้า เหยือกน้ำ ถุงผ้า ไปจนถึงแอปเปิ้ลหลากชนิดเก็บใหม่ๆ และมีน้ำแอปเปิ้ลคั้นสดให้ชิมฟรีด้วย

ที่นี่เขาจัดเทศกาลชมดอกแอปเปิ้ลบานด้วยค่ะในเดือนพฤษภาคม อ่านเอกสารสนใจกิจกรรมที่ทุกวันหยุดเขาจะจัดให้มีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจในการทำสวน ไร่ นาครั้งยุคเอโดะ แล้วมีการแข่งตอบปัญหา มอบรางวัลเล็กๆน้อยพอสนุกๆ

 

เห็นเด็กๆวิ่งกันสนุกสนานในสวนแอปเปิ้ล ที่เหนื่อยแล้วก็ซื้อแอปเปิ้ลนั่งเคี้ยวกันกร้วมๆ เราก็ได้ซื้อแอปเปิ้ลลูกโตมาสองสามลูก อร่อย กรอบ หวานฉ่ำจริงๆค่ะ

แล้วก็ได้เวลากลับไปสถานีรถไฟ ออกเดินทางขาล่องไปยังเมืองเซนได ซึ่งได้รับการขนานนามว่า City Of Trees ติดตามตอนต่อไปนะคะ

(จะทิ้งช่วงนานหน่อยเพราะจะไปปฏิบัติธรรมหนึ่งสัปดาห์และเยือนถิ่นเหนือสามสี่วันค่ะ)

.