คำอธิบาย “ชิงช้า” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หน้า ๓๖๓ ระบุไว้ดังนี้ค่ะ
ชิงช้า น. ที่นั่งผูกด้วยเชือกเป็นต้น ๒ ข้าง แขวนตามกิ่งไม้หรือที่สูง สำหรับนั่งหรือยืนไกวไปมา. ชิงช้าสวรรค์ น. อุปกรณ์เพื่อความเพลิดเพลินชนิดหนึ่ง มักมีตามสวนสนุกและในงานเทศกาลต่างๆ ประกอบด้วยล้อโลหะขนาดใหญ่คู่ขนานกัน หมุนด้วยแรงกลในแนวตั้งรอบแกนที่ติดอยู่กับที่ มีที่นั่งในกระเช้าโลหะที่ห้อยติดอยู่เป็นช่วงระหว่างโครงกับล้อทั้งสอง, กระเช้าสวรรค์ ก็ว่า.

"คุณรู้จักชิงช้ามาตั้งแต่อายุเท่าไรคะ"
ชีวิตของฉันและพี่น้องผูกพันกับชิงช้ามาตั้งแต่เป็นเด็กค่ะ คุณเองก็คงไม่แตกต่างจากฉันสักเท่าไรใช่ไหมคะ
อย่างน้อยที่โรงเรียนเรามีชิงช้าเป็นส่วนหนึ่งในลานสนาม ไว้ให้เด็กๆ ได้รับความเพลิดเพลิน
ชิงช้าตัวแรกในครอบครัวฉัน หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

หนักแน่นมั่นคงบนเสาแข็งแรง ไม่ใช่เชือกแต่เป็นเส้นโซ่ รับประกันความปลอดภัย
พ่อผูกชิงช้าที่ตัวใหญ่สองตัวไว้ให้เด็กสี่คนเล่นได้ด้วยกัน
จนกระทั่งโตมา เราผลัดกันนั่ง ผลัดกันโยก แข่งกันโยน แกว่งตัวเอง ทั้งนั่งเรียบร้อย นั่งควบแล้วโย้เย้โยกเยก จับโซ่หมุนวนทวนเข็มแล้วปล่อยคลาย หรือแม้แต่การเหยียบยืนบนม้านั่งแล้วแกว่งอย่างแรง คิดตอนนี้แล้ว...หวาดเสียวค่ะ
ชิงช้าตัวเก่งยังติดตามย้ายถิ่นฐานตามบ้านอยู่อาศัยของเราไปทุกแห่งหน
วันนี้นับเวลาแล้วเกือบจะห้าสิบปีเห็นจะได้
ดูเถอะค่ะ แม้แต่ลูกหลานของฉันยังมีโอกาสได้สัมผัสโยกเล่นแกว่งไกว...
ชิงช้าตัวเก่งคู่นี้มีความหลังมากเหลือเกิน
ฉันเชื่อว่าชิงช้านี้จะคงยังอยู่ให้ลูกหลานเหลนบ้านของเราอาศัยโยกโย้แกว่งไกวไปอีกนาน เพราะวันนี้มันปักหลักถาวรในที่ทางของมันดีแล้ว

ส่วนชิงช้าสวรรค์ ที่เรามักจะพบในงานเทศกาลรื่นเริง เช่น งานวัด งานฤดูหนาว เป็นชิงช้าที่เด็กทุกคนเห็นแล้ว คงจะรบเร้าผู้ใหญ่ที่พาไป ขอขึ้นไปนั่งเล่นสักรอบสองรอบ ก็เป็นสุขใจแล้ว นี่เป็นชิงช้าสวรรค์ที่ฉันพบเจอเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ความรู้สึกกลัวกลับก่อตัวขึ้นมา “นั่งเข้าไปได้อย่างไร อึดอัดคับแคบ น่ากลัว ดูไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย”
หรืออาจเป็นเพราะประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ห่างจากวัยเด็ก เก็บสะสมข้อมูลต่างๆ เอาไว้มากจนมันประมวลสรุปให้เราตัดสินใจเสียใหม่ “หากมีลูกหลาน จะไม่ยอมให้ขึ้นนั่งโดยเด็ดขาด”

แต่กับชิงช้าขนาดใหญ่ยักษ์ที่เป็นเรื่องในธุรกิจการท่องเที่ยว ราคาแพงแสนแพง ทำไมเราจึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะขึ้น ทำไมเราจึงอดร้อง “ว้า เสียดาย รอบเดียว ไม่จุใจเอาเสียเลย” คิดแล้วก็อยากไปเที่ยวสวนสนุกแล้วตีตั๋วขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองแห่งความสนุก โลกแห่งความฝัน (ดรีมเวิร์ด) อีกจังนะคะ...

@ ประสบการณ์ครั้งแรกน่าจะเป็นตอน ป.๑
@ แต่บ้านผมเอิ้น "บักโอ่นโหล่นซา" ครับ
สวัสดีค่ะน้องดาว
เห้นชิงช้าแล้วนึกถึงวัยเด็ก ครูต้อยเคยแอบเอาผ้าขาวม้าของพ่อไปผูกกับเชือก แล้วไปผูกกับกิ่ง ต้นมะไฟ ข้างบ้าน สนุกมากค่ะ เป็นเปลนอนหลับไปเลย หลังจากกินมะไฟจนอิ่ม อิอิ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ดาว
♦ที่บ้านหนูรี... ตอนเด็กๆ...จะเป็นแบบเชือกเส้นเดียวค่ะ (เป็นเชือกมลิลาเส้นใหญ่ๆ)ผูกตรงกลางไม้ท่อนกลม แขวนไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วนั่งหันหน้าเข้าหาเชือก เรียกว่า "เปลไม้ค้อน" เสียดายไม่มีภาพให้ดูค่ะ
♦คุณบังหีมน่าจะรู้จักค่ะพี่ดาว
สวัสดีครับ
แต่ก่อน ที่บ้านเก่า มีชิงช้า โครงเหล็ก ร้อยโซ่ มั่นคงดี แต่คนเล่น ชอบเล่นแบบหวาดเสียว ยืนบ้าง หมุนบิดไปมาบ้าง จึงมีอันล้มคว่ำคะมำหงาย หัวร้างข้างแตกบ่อยๆ ก็เลยใช้ได้ไม่นานเท่าไหร่
โตขึ้นหน่อย ทำอะไรเองได้ เอาไม้กระดานเจาะรู (เจาะเอง ใช้สว่านมือ) ร้อยเชือกห้อยใต้ต้นมะขาม นั่งแล้วไม่วาย.. หงายหลัง หัวโน (ฟาดพื้นน่ะสิ)
สนุกดีเหมือนกันครับ
ใครคิดคำ "ชิงช้าสรรค์" เก่งจัง
ทำให้นึกว่า ลูกโป่งสวรรค์..
แต่ว่า นึกถึงชิงช้าชาวเขา น่าหวาดเสียวไม่เบาเลย
อีกอันหนึ่ง ชิงช้ายักษ์ ของพราหมณ์ นั่นก็น่ากลัว
ชิงช้า... อ้าว ยาวไป แค่นี้ก่อน อิๆ
สวัสดีค่ะคุณ ไทบ้านผำ
สวัสดีค่ะคุณ krutoi
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ดาวสกาวใจ
...
ชิงช้า ... merry go round
เป็นความสุข ความร่าเริง ในทุก ๆที่จริงๆ นะคะ
คิดถึงคราใด ก็ อยากจะ ขึ้นไปหลายๆ รอบ
...
แม้แต่วัยขนาดนี้แล้ว เวลาพาหลานไปงานวัด
ปูยังแอบยิ้มดีใจ หากตาปั๋ง ชวน ไป ไป
อาปูเล่นชิงช้ากับปั๋งหน่อยนะคร้าบบ ...
แกมขอร้อง ๆ จริงๆ โอเคตั้งแต่คำแรกแล้ว อิ อิ ...
....
พี่ดาวคะ เช้าวันนี้อากาศเวียงพิงค์กี่องศาคะ
คิดถึง ข้าวเหนียว หมูยอ กาดพยอมนะคะ :)
อิ่มอร่อยมื้อเช้า ค่ะ ..
พี่ดาวขา เมื่อเช้า ปูวิ่งได้เหงื่อ แล้วสดชื่นที่สุด
....
มีความสุข วันนี้นะคะ ..ไม่มีชิงช้า ไปนั่งเก้าอี้โยกดีกว่าค่ะ
มีนะคะ เรื่องของ ชิงช้า
ทั้งที่กลัวความสูง แต่เมื่อลูกอยากนั่ง เราก็นั่งด้วย
เคยนั่งที่สวนลุมพลาซา ด้วย สูง ๆ ๆ ๆ มากค่ะ
http://www.travelthaimagazine.com/
http://www.weekendhobby.com
สวัสดีครับ ผมเป็นคนกลัวการแกว่งไปมาของชิงช้า....อิอิ.อิ แต่อยากขึ้น ได้ความรู้เรื่องชิงช้า ขอบพระคุณ โชคดีครับ
มีภาพชิงช้าจากทริปปายมาฝากจ๊ะ..
เสียดายหารูปน้องจ๊ะคนสวยๆ นั่งชิงช้าหน้าออฟฟิศไม่เจอ ไม่งั้นจะเอามาแจม อิอิ น้องจ๊ะไม่ค่อยได้เล่นเป็นเด็กๆ เลยไม่มีภาพความหลังฝังใจกับชิงช้ามาให้ดูกัน อีกทั้งไม่ชอบขึ้นชิงช้าแบบใหญ่โตด้วย ใครๆ ก็คงชอบเพราะได้เห็นวิวสวยๆ ในยามราตรี แต่ขอทีเถอะ น้องจ๊ะคนนี้แอบคิดในใจว่า "เมื่อไหร่จะลงกันเสียที(วะ)" เมื่อครั้งที่ได้ขึ้นไปนั่งบนชิงช้ากะพี่ๆ เดอะ แก๊งค์แถวเมืองกรุงนั่นล่ะ
สวัสดีค่ะพี่ดาวลูกไก่
ตอนเด็ก ๆ แม่บอกว่าได้นอนเปล ...
โตขึ้นหน่อย ก็ชอบเล่นชิงช้า ตกจน...น่าจะช้ำใน แต่ก็ยังชอบค่ะ
แล้วจะหาภาพชิงช้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาฝากค่ะ
อ้าว...อ.ธ.วัชชัย เอามาแปะไว้แล้ว....ฮา...
(^__^)
ปรากฎว่าตก
สวัสดีค่ะพี่ดาว
นาเคยนั่งแต่ชิงช้าแบบนี้ค่ะ อิอิ
แบบสวรรค์ยังไม่เคยได้นั่งเลย
แต่ว่าไม่กล้าขึ้นไปหรอกค่ะ กลัวววววว อิอิ
พี่ดาวสบายดีนะค่ะ...มีความสุขมากๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ หนูรี
สวัสดีค่ะคุณ บก. ธ.วั ช ชั ย
สวัสดีค่ะน้อง poo
พี่ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี คะ
ตามมาตอบ เพราะชอบที่พี่ไปคอมเม้นท์ไว้ค่ะ
น้องคิดว่า...สุข ทุกข์ เป็นของคู่โลก(ย์) เราปฏิเสธไม่ได้ แต่เราต้องเลือกค่ะ
การมีความสุข กับ การเป็นสุข ... ต่างกันมากเลยค่ะ พี่ว่าไหมคะ
มีความสุข ต้องอาศัยสิ่งที่เราพอใจ ชอบใจ ....
แต่การ เป็นสุข ไม่จำเป็นว่าสิ่งที่เราประสบนั้น เราจะพอใจหรือไม่พอใจ...แต่ตระหนัก รู้เท่ารู้ทัน และยอมรับ หาทางจัดการให้ได้จนเกิดสมดุลทางใจ ทางกาย ....แค่นี้เราน่าจะ “เป็นสุข” ได้นะคะ
(^__^)
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ ภูสุภา