ถือว่า...เป็นกลยุทธ์ในการเผยแพร่ความรู้...

          พอขึ้นปีใหม่ แต่ละท่านก็คงจะได้รับปฏิทินมากมาย ท่านเคยสังเกตไหม?...ว่าเดี๋ยวนี้มีความรู้สารพัดเรื่องที่นำเสนอแนบติดมาด้วย บางทีก็เป็นโฆษณา(พบบ่อย) เมื่อวันก่อนผึ้งงานได้รับปฏิทินของสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่แจกให้บุคลากรและพบว่ามีกลยุทธ์ในการเผยแพร่ความรู้โรคมะเร็ง ที่ติดอยู่อีกด้านในแต่ละเดือนที่น่าสนใจเลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง

             

          เดือนมกราคม....มะเร็งคืออะไร?

          มะเร็ง คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เซลล์นั้นแบ่งตัวไปเรื่อยๆ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของร่างกาย โดยมะเร็งสามารถลุกลามเฉพาะที่ ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองหรือกระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปสู่อวัยวะอื่นๆได้ การเรียกชื่อมะเร็งจะเรียกตามอวัยวะตั้งต้นของการเกิดมะเร็ง

          สาเหตุการเกิดมะเร็งมีการศึกษากันอย่างกว้างขวาง สาเหตุบางอย่างสามารถหลีกเลี่ยงป้องกันได้ บางอย่างถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ปัจจัยบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่ แสงอุตราไวโอเล็ต การดื่มสุรา สารเคมีบางชนิด ฮอร์โมน รังสี เป็นต้น

          อาการแสดงผู้ป่วยมะเร็งจะแสดงอาการได้หลายอย่าง เช่นมีก้อนผิดปกติในอวัยวะ ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีและขนาด แผลเรื้อรังที่ไม่หาย ไอเรื้อรัง ระบบขับถ่ายผิดปกติไป กลืนลำบาก อาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ มีเลือดหรือสารคัดหลั่งที่ออกมาผิดปกติ

          การวินิจฉัยมะเร็ง อาศัยประวัติการตรวจร่างกาย ผลการตรวจเลือด ภาพถ่ายรังสีและการดูดหรือเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง

          การจัดระยะของมะเร็ง ใช้วิธีการประเมินจากชนิดชนิดของมะเร็ง การกระจายไปต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะอื่นๆประกอบกัน จัดตามความรุนแรงจากน้อยไปมากเป็นระยะที่ 1,2,3,4,

          การรักษามะเร็ง ขึ้นกับชนิดมะเร็ง ระยะของโรคและสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย โดยทั่วไปมะเร็งสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด การให้เคมีบำบัด การฉายรังสี ฮอร์โมน และการรักษาทางชีวโมเลกุล การรักษาอาศัยความร่วมมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งสาขาต่างๆมาประชุมวางแผนร่วมกัน

          เดือนกุมภาพันธ์...มะเร็งที่พบมากในชายและหญิง

          มะเร็งที่พบบ่อย 10 อันดับในผู้ชาย (%)

1) ตับ = 33.4 2) ปอด = 20.6  3) ลำไส้และทวารหนัก = 8.8  4) ช่องปาก = 5.2   5)ต่อมน้ำเหลือง = 4.5  6) กระเพาะปัสสาวะ = 4.2 7) หลอดอาหาร = 4.1 8) เม็ดเลือดขาว = 3.9 9) ต่อมลูกหมาก = 3.5 10) กระเพาะอาหาร = 3.5

          มะเร็งที่พบบ่อย 10 อันดับในผู้หญิง (%)

          1) ปากมดลูก = 24.7 2) เต้านม = 20.5  3) ตับ = 12.3  4) ปอด = 9.3   5) ลำไส้และทวารหนัก = 7.6  6) รังไข่ = 5.0 7) ช่องปาก = 4.6 8) ไทรอยด์ = 4.1 9) ผิวหนัง= 3.4 10) เม็ดเลือดขาว = 3.2

          เดือนมีนาคม...มะเร็งปากมดลูก

          มะเร็งปากมดลูก พบมากเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้หญิง รองลงมาคือมะเร็งเต้านม ในแต่ละปีประเทศไทย มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 6000คนและเสียชีวิต เฉลี่ยวันละ 7คน พบในผู้หญิงอายุเมื่อ 35-50 ปี

          สาเหตุ 1) จากการติดเชื้อไวรัส เอสพีวี( Human Papilloma Virus) ชนิด16 และ 18

                   2) ปัจจัยส่งเสริมได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย การมีคู่นอนหลายคน การมีลูกมาก การสูบบุหรี่และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง(เอดส์)

          อาการ โดยทั่วไปในระยะแรก จะไม่ปรากฏอาการใดๆ แต่ในระยะต่อมาผู้ป่วยจะพบ 1) ตกขาวหรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด 2) ตรวจพบแผลหรือก้อนที่ปากมดลูก

          การวินิจฉัย 1) การตรวจแปปสเมีย (pap smear) 2) การตรวจชิ้นเนื้อ

          การรักษา ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก อาจรักษาให้หายขาดได้เมื่อตรวจพบโรคระยะแรก วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายไปได้แก่ 1) การผ่าตัด 2) การใส่แร่ 3) การฉายแสง 4) เคมีบำบัด

          การป้องกัน สามารถป้องกันได้โดย

1)      การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยง

2)      ค้นหาการติดเชื้อ เอชพีวี และมะเร็งปากมดลูกโดยการตรวจแปปสเมียร์

เดือนเมษายน...มะเร็งเต้านม

ในหญิงไทย มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในช่วงอายุ 45-50 ปี

สาเหตุ สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจัยที่ทำให้โอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นได้แก่

1)      มีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็ง 2) ไม่มีลูกหรือมีลูกคนแรกหลังอายุ 30 ปี 3) ช่วงอายุในการมีประจำเดือนนาน 4) มีการใช้ฮอร์โมนผู้หญิงนาน 5) อ้วน 6) ดื่มแอลกอฮอร์มาก และ7) อีกหลายสาเหตุ

อาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อพบก้อนในเต้านม

การวินิจฉัย หลังจากแพทย์ตรวจพบก้อนแล้ว จะพิจารณาทำการตรวจเพิ่มดังนี้

-          x- ray เต้านมและอัลตราซาวด์

-          ใช้เข็มเจาะก้อนเพื่อดูเซลล์ การใช้เข็มเจาะตัดเนื้อจากก้อน

-          การผ่าตัดเพื่อนำก้อนออก

การรักษา 1) การผ่าตัด มีสองวิธีที่สำคัญคือ

1.1  ผ่าตัดแบบสงวนเต้านมไว้ และเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออก

1.2  ผ่าตัดแบบตัดเต้านมออกทั้งหมดและเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออก

2)      การฉายรังสี

2.1 หากผ่าตัดแบบสงวนเต้านมไว้ มีความจำเป็นต้องฉายรังสีต่อ

2.2 หากผ่าตัดแบบแบบตัดเต้านมออกทั้งหมดและเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออก จะฉายรังสีหลังการผ่าตัดในกรณีก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มีการกระจายของเซลล์มะเร็ง

3) การใช้ยาฮอร์โมนและเคมีบำบัด โดยทั่วไปหากก้อนมะเร็งโตกว่า1 ซม. มะเร็งแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว

การป้องกัน

1)      สตรีทุกท่านควรตรวจเต้านมของตนเองเป็นประจำทุกเดือน ควรได้รับการตรวจจากแพทย์หรือพยาบาลเป็นครั้งคราว เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและการรักษา

2)      ในผู้ที่เป้นกลุ่มเสี่ยง ควรได้รับการตรวจ x-ray เต้านม(Mammogram) ปีละ 1 ครั้ง

เดือนพฤษภาคม...มะเร็งตับ

โรคมะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในคนไทย มะเร็งชนิดนี้มีความรุนแรงและรักษายากจึงเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย

สาเหตุ โรคมะเร็งตับที่พบในคนไทยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีชนิดเรื้อรัง รวมทั้งโรคตับแข็งจากการดื่มแอลกอฮอล์และโรคไขมันสะสมในตับ

1)      ไวรัสตับอักเสบบี 2) ไวรัสตับอักเสบซี 3) แอลกอฮอล์ 4) แอลฟาท็อกซิน 5) ตับแข็ง

อาการ  1)  เริ่มต้นด้วยอาการ เบื่ออาหารแน่นท้อง ท้องผูก

2)      อ่อนเพลีย น้ำหนักลดและมีไข้ต่ำ

3)      ปวดหรือเสียดชายโครงด้านขวา อาจคลำก้อนได้

4)      ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และบวมบริเวณขาทั้งสองข้าง

การวินิจฉัย การตรวจและการรักษาโรคมะเร็งตับระยะเริ่มแรกจะได้ผลดี การวินิจฉัยได้แก่

1) การตรวจหาระดับแอลฟาฟีโตโปรตีนในเลือด

2) การใช้เครื่องมือพิเศษได้แก่ เครื่องอัลตราซาวด์ เครื่องแสดงภาพอวัยวะด้วยรังสีไอโซโทปและเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์

3) การดูลักษณะของเซลล์ด้วยการเจาะเอาเนื้อตับมาตรวจ

การรักษา 1) โดยการผ่าตัด 2) การฉีดยาเข้าก้อนมะเร็งโดยตรงในมะเร็งระยะเริ่มแรก 3) การฉีดยาเคมีหรือสารอุดตันเข้าเส้นเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง 4)การใช้ยาเคมีส่วนใหญ่รักษาเพื่อบรรเทาอาการ

การป้องกัน 1) ให้วัคซีนตับอักเสบ  2) ป้องกันและรักษาโรคพยาธิใบไม้ในตับ 3) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพ 4) รับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลัก 5) รับประทานผัก ผลไม้สดเป็นประจำ 6) หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง 7) เลิกบุหรี่ 8) เลิกดื่มสุรา

เดือนมิถุนายน...มะเร็งปอด

มะเร็งปอด พบมากเป็นอันดับสองในชาย รองจากมะเร็งตับ ซึ่งตรวจพบในระยะเริ่มแรกได้ยากและมีอัตราการตายสูง

สาเหตุ 1) การสูบบุหรี่ โดยผู้ที่สูบบุหรี่จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าคนที่ไม่สูบ เฉลี่ยแล้ว 16 เท่า ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นในผู้สูบมากและนาน 2) พันธุกรรม 3) การสัมผัสสารก่อมะเร็ง จากการทำงานและสิ่งแวดล้อม

อาการ ในระยะแรก ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นจนไปกดหลอดลมหรือลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น จะมีอาการไอมีเลือดออก เจ็บหน้าอกหอบเหนื่อย มีหน้าบวม แขนบวม เจ็บหน้าอกและหัวไหล่ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร

การวินิจฉัย 1) ซักประวัติ ตรวจร่างกาย  2) x-rayปอด 3) ตรวจชิ้นเนื้อจากปอด 4) ตรวจเสมหะ

การรักษา 1) การผ่าตัด ทำในกรณีที่ก้อนขนาดไม่ใหญ่มาก 2) การฉายแสงร่วมกับการให้เคมีบำบัด เพื่อช่วยยับยั้งชะลอการลุกลาม 3) ประคับประคองตามอาการ

การป้องกัน มะเร็งปอดเป็นโรคร้ายที่พบบ่อยและเมื่อเกิดขึ้นแล้ว สามารถรักษาให้หายขาดได้น้อย การป้องกันโดยการไม่สูบบุหรี่หรือหากสูบอยู่ก็ควรเลิกหรือลดให้เร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มากและดูเหมือนจะเป็นวิธีเดียวที่เราจะทำได้ในขณะนี้

      จะเห็นว่าแค่ครึ่งปีแรกก็ทำให้เราได้ความรู้มากมาย อย่าลืมเริ่มสำรวจสุขภาพ โดยการตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มแรกกันบ้างนะคะ