การจัดการความรู้กับพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน

 

 

กรณีศึกษาการจัดการความรู้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ในโครงการ KFC SIMPLE ทางคลินิก  ของทีมบริหารความเสี่ยง

โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

 

รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เป็นโรงพยาบาลระดับกองทัพภาค  ขนาด 100 เตียง ได้มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง  การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญยิ่งที่จะทำการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลบรรลุเป้าหมายในการผ่านการรับรองคุณภาพ  และเห็นว่าหัวหน้าความเสี่ยงของหน่วยงานมีบทบาทที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยงของหน่วยงานในการให้ความรู้และกระตุ้นบุคลากรให้บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การเรียนรู้โดยเล่าประสบการณ์ของคนที่มี Best Practice การปฏิบัติจริง มีความสำคัญที่จะพัฒนาการเรียนรู้ของบุคลากรได้อย่างรวดเร็ว  และลดเวลาและงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรในองค์กร  ทีมนำเฉพาด้านที่เกี่ยวข้องเช่น ทีมนำ   PCT IC  PTC และHRD ใช้เวทีของโครงการนี้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร  การเรียนรู้ และที่สำคัญเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ที่เดิมหน่วยงานแต่ละหน่วยมีแนวทางปฎิบัติที่ไม่เหมือน ทำให้ผลลัพธ์เชิงกระบวนการไม่น่เชื่อถือ ซึ่งจุดเน้นในครั้งนี้คือ SIMPLE สถาบันพัฒนารับรองคุณภาพกำหนด  แต่รพ.ค่ายฯได้นำมาปรับให้เหมาะกับบริบทของเรา ทีมบริหารความเสี่ยงจึงเป็นแกนนำรับผิดชอบและมีความประสงค์จัดทำโครงการ KFC SIMPLE  RISK MANAGEMENT 

:ซึ่งใช้ KFC  เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการบริหารโครงการนี้

K=  Knowledge  หมายถึง ความรู้การดูแลผู้ป่วยปลอดภัยตามแนวคิด SIMPLE 

F=  Facilitator  การประสานงานในแต่ละโปรแกรมความเสี่ยง เพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งใน SIMPLE  ต้องมีการสื่อสารในทีมนำที่เกี่ยวข้องและ หน่วยงานทางคลินิก C= Communication  เน้นการสื่อสารความรู้เพื่อให้ทุกคนรู้มาตรการป้องกัน แนวทางการแก้ไข  การจัดการความเสี่ยง  ลดความซ้ำซ้อนในการสื่อสารระหว่างทีมนำที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ที่ภาษาบ้านๆบอกว่า ให้สื่อสารถึงรากหญ้าก็คราวนี้แหละ

โดยใช้แนวคิด  มองรอบทิศ  คิดรอบด้าน  ต้านเสี่ยงได้

 

วัตถุประสงค์เพื่อ

          ๑.  ให้หัวหน้าความเสี่ยงของหน่วยงาน/ หัวหน้าหน่วยงาน บุคลากรทีมสุขภาพมีความรู้  ทักษะและทัศนคติที่ดีในการดำเนินการการบริหารความเสี่ยงที่เน้น SIMPLE ที่มีประสิทธิภาพ

          ๒.  ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยสอดคล้องกับเข็มมุ่งของโรงพยาบาล

          ๓.  สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยขึ้นในโรงพยาบาล

การดำเนินการ

          ๑.  ชี้แจงโครงการให้บุคลากรที่เป็นหัวหน้าทีมความเสี่ยงของหน่วยงานและหัวหน้างานรับทราบรายละเอียดของโครงการ KFC  SIMPLE  RISK MANAGEMENT โดยใช้สัญญาลักษณ์  KFC ่เปลี่ยนรูปจากผู้พันเคน เป็น จ่าเปรม (รพ.ค่ายฯ)

          ๒.  จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงให้กับหัวหน้าความเสี่ยงหน่วยงาน/หัวหน้าหน่วยงานโดยใช้การให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการบริหารความเสี่ยง ที่เน้น SIMPLE โดยใช้กลยุทธ์ KFC  (K =  Knowledge )ารระสานงานเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงของหน่วยงานทีมนำที่เกี่ยวข้องโรงพยาบาล ( F =  Facilitator)  การสื่อสารทิศทางนโยบายของทีมบริหารความเสี่ยงสู่ผู้ปฏิบัติงาน (C = Communication)

          ๓.  อบรมเชิงปฏิบัติการการบริหารความเสี่ยงโดยไปสำรวจหน่วยงานตัวอย่างเพื่อฝึกการค้นหาความเสี่ยงในสถานการณ์จริงโดยใช้การมองรอบทิศตามโปรแกรมของทีมบริหารความเสี่ยงและ SIMPLE   (เน้นทาง Clinic) คิดรอบด้านโดยใช้กระบวนการทำงานในการค้นหาความเสี่ยง แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มที่เข้าร่วมประชุม  ซึ่งการอบรมใช้รูปแบบการนั่งวงกลมโดยแพทย์ พยาบาล เภสัช พยาธิ และที่สำคัญผู้อำนวยการรพ.และหัวหน้าศูนย์คุณภาพได้ลงมานั่งล้อมวง  ซึ่งปรากฏการณ์นี้เรียกว่าสามารถลดเวลาในการสื่อสาร  การตัดสินใจที่ทุกรพ.มีปัญหา(ในระบบราชการ)  เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนวัตกรรมการดูแลที่ทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกันทำ  การพัฒนาคุณภาพรพ.เป็นไปแบบก้าวกระโดด

          ๔.  ทำมาตรการและแนวทางป้องกัน  และแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติการณ์/ความเสี่ยงใน SIMPLE 

          ๕.  ฝึกทักษะการสื่อสาร  การประสานงานความเสี่ยงในหน่วยงานของตนเอง  โดยจัดทำแฟ้มSIMPLE สำหรับให้บุคลากรได้เรียนรู้ บางหน่วยงานเกิดนวัตกรรมการสื่อสารโดยใช้คำกลอนเพื่อให้จำง่าย

          ๖.  จัดมหกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

            ๗.  ติดตามประเมินผล

 

 

 

สรุปขั้นตอนการดำเนินงานทีอธิบายด้วยการจัดการความรู้กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

1.  เริ่มจากการกำหนดความรู้ที่ต้องการใช้ (define) ในที่นี้คือการดูแลผู้ป่วยอย่างปลอดภัยใช้ SIMPLE แนวคิดของสถาบันพัฒนาละรับรองคุณภาพรงพยาบาลเป็นการนำความมุ่งมั่น ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ ของรพ.ค่ายฯมากำหนดความรู้ที่ต้องการใช้ เพื่อให้มีการจัดการความรู้ มีจุดเน้น 

2.   การเสาะหา (capture) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มย่อย  เป็นการเรียนรู้ข้อมูลที่จำได้ 50%(Bierema,2000,p.19)  และให้กลับไปปฏิบัติที่หน้างาน

3.   การสร้างความรู้ (create)  ให้บุคลากรได้รับหัวข้อที่จะสร้างความรู้เพื่อตอบโจทย์ของหน่วยงาน  เนื่องหอผู้ป่วยแตกต่างกัน  ดังนั้นจะมีเรื่องความปลอดภัยบางอย่างที่ใช้ร่วมกันได้  

4.   การกลั่นกรอง (distill) ความรู้ บางอย่างเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับบริบท หรือสภาพแวดล้อมสำหรับเรา จำเป็นต้องมีการกลั่นกรอง เพื่อให้นำความรู้ที่เหมาะสมมาใช้  ขั้นตอนนี้จะเห็นได้ว่าเรื่องเดียวกันอาจะมีความแตกต่างกันในบางเรื่องเช่น  การบริหาร High Alert Drug ของแผนกวิสัญญี  กับ หอผู้ป่วยต่างๆจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

5.      การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (share)  เป็นกระบวนเรียนรู้ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนามนุษย์ในด้านการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการทำงาน  ึ่งตรงใจเนื่องเหมาะสมกับการเรียนรู้ในกลุ่มผู้ใหญ่ การเล่าประสบการณ์จะเห็นความรู้มากมายที่ไม่สามารถหาอ่านในตำราได้ ซึ่งตรงนี้จะเห็นได้ว่าเป็นแรงขับให้บุคลากรเกิดความไว้วางใจในบุคลากรในหน่วยงานและนอกหน่วยงานอย่างชัดเจน  และที่สำคัญต้องสร้างสโลแกนให้จำได้  จะได้มีการนำไปใช้

6.      การจัดเก็บความรู้  อยู่ที่บริบทขององค์กรที่สามารถจะทำรูปแบบอย่างไร  ถ้าระบบสารสนเทศสามารถสนับสนุนได้  อ่านจะทำเป็นแผ่นให้ความรู้ บอร์ด คู่มือ เพื่อการนำความรู้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.      การติดตามผลลัพธ์ตามเป้าหมายของโครงการที่เขียนไว้ว่าสำเร็จหรือไม่   ซึ่งการดำเนินงานของโครงการที่ผ่านมาได้รับคำชื่นชมจากผู้เยี่ยมสำรวจพัฒนาและรับรองคุณภาพรพ.ว่า ดีมาก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  และที่สำคัญผลลัพธ์ของการดูแลดีขึ้นจริงๆ

8.      แรงจูงใจงานนี้แจก HD 2 GB คำชื่นชมจากผู้บริหารซึ่งเป็นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน  จะเห็นว่าทฤษฏีจิตวิทยาของมาสโลว์เป็นพื้นฐานที่ผู้มีหน้าที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ความสนใจ ที่สำคัญผู้บริหารลงมาร่วมกิจกรรมตลอดตั้งเริ่มจนจบทุกครั้ง  คงบอกว่าเป็นจุดแข็งขององค์กรเรา 

                                           

                               นวัตกรรมความคิดของตึกอายุรกรรมเพื่อจำและนำไปใช้

สรุป  การจัดการความรู้กับพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน  อาจเรียกว่าแฝดสยามก็ว่าได้   การนำการจัดการความรู้กับการพัฒนาทรัพยากรไปประยุกต์เพื่อพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมความรู้มาพัฒนางานหรือบรรลุเป้าหมายองค์กร  ในรพ.ส่วนมากจะเป็นเรื่องความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย จากกรณีศึกษาของรพ.ค่ายสมเด็จฯต้องขอบอกว่าไม่ทำไม่รู้ และหาซื้อที่ไหนก็ไม่ได้   เนื่องจากความรู้ย่อมเกิดการลงมือปฎิบัติทำจริง