สุขใจเมื่อเราคิดทำอย่างมีระบบ ทำใจเมื่อผู้ร่วมงานคิดทำไม่ทันตามระบบของเรา เตรียมใจให้เราอดทนต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ้ำไปซ้ำมาและลงมือกระทำกับผู้ร่วมงาน...จนเห็นคุณค่าของระบบความคิดและจัดการพัฒนาตนเอง
หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา - ผมเรียนรู้ทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมที่มีคุณค่า ดังนี้
- ผ่อนคลายจิตใจและเปิดอารมณ์ศิลปินของตนเอง (ชอบการแสดงศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี ธรรมชาติ) ด้วยการลงทุนซื้อตั๋ว 750 บาท ลดราคา 50% จากราคาปกติในช่วงวิกฤติแห่งเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย เพื่อชมผู้แสดงจากสยามนิรมิตในการจำลองวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การใช้เวลาว่างที่สมดุลกับการทำงาน และธรรมชาติของหมู่บ้านชนบทไทยสี่ภาค ได้แก่ การทำขนมครกและขนมไทยจากผลผลิตของข้าวหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในภาคกลาง การสานใบลานรูปปลาตะเพียน (ผมลองฝึกทำกับผู้แสดงนานเกือบ 30 นาที กว่าจะได้หนึ่งชิ้นงาน) การลองสวมใส่หน้ากากผีตาโขน การถักผ้าขาวม้าและการดีดเครื่องสายเป่าแคนในภาคอีสาน การลอยกระทงขณะนั่งเรือพายในคลองเล็กๆ ใต้บ้านเรือนไทย การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญในภาคเหนือ การทำหนังตะลุงและผ้าบาติกในภาคใต้ ฯลฯ คลิกที่ www.siamniramit.com

- การแสดงนาฏศิลป์ประยุกต์ในโรงละครที่มีเวทีการแสดงใหญ่ที่สุดในโลก จาก Guinness World Records มีระบบแสง เสียง และเทคนิคพิเศษ จากนักแสดงที่แต่งกายงดงามกว่า 150 คน จริงๆ ผมเคยเป็นฑูตเยาวชนไทยเพื่อศึกษาวัฒนธรรมอาเซียนเมื่อ 9 ปีมาแล้ว แต่เมื่อได้นั่งชมการแสดงองค์ 1 ย้อนรอยประวัติศาสตร์ (ศรัทธาล้านนานคร, ทะเลใต้การค้าขายโพ้นทะเล, อีสานตำนานปราสาทหิน, กรุงศรีราชธานีที่รุ่งโรจน์) องค์ 2 ท่องไปในไตรภพสู่ดินแดนนรก หิมพานต์ และสวรรค์ และองค์สุดท้าย รื่นเริงสืบสานประเพณีไทย (บวชนาคท้องถิ่น, แห่เทียน, สงกรานต์, ทำบุญบั้งไฟ, แห่ผีตาโขน, จองพารา, ลอยกระทง) ....ผมรู้สึกซาบซึ้งถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทยและความเป็นคนไทยที่นำมาเผยแพร่สู่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยด้วยกันเองอย่างยอดเยี่ยมครับ น่าเสียดายที่ความขัดแย้งของคนไทยในเรื่องการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาชมการแสดงครั้งนี้ลดลงอย่างน่าตกใจ เท่าที่ผมมองแบบผ่านๆ เดาว่ามีเพียง 900 กว่าคน จาก 2,000 ที่นั่ง หากท่านใดสนใจ ลองซื้อตั๋วอุดหนุนสยามนิรมิตหน่อยนะครับ
- พอเริ่มงานสองวันแรก รพ.ศรีธัญญา เชิญผมไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง แนวคิดการจัดการตนเองสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสุขภาพจิต แก่บุคลากรหน่วยงานฟื้นฟูสมรรถภาพจำนวนเกือบ 50 คน ได้แก่ นักกิจกรรมบำบัด เจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด (เกษตร คหกรรม นันทนาการ หัถตกรรม) นักกายภาพบำบัด พยาบาล ...การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้องเริ่มจากกิจกรรมการละลายพฤติกรรม - เน้นการปรับแนวคิดให้รู้จักตนเองก่อนนำแนวคิดการจัดการตนเองไปบำบัดผู้รับบริการที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม...ผมชื่นชมในความตั้งใจและประสบการณ์ของ Moral Treatment - รักษาผู้ป่วยด้วยจิตใจแห่งความเมตตาและความเสียสละของผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ภายในสองวันทุกคนสามารถระดมสมองของการทำงานเป็นทีมจนเกิดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ในการสร้างร่าง (นวัตกรรม) โปรแกรมการจัดการพัฒนาความคิดของตนเองในผู้รับบริการหน่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางสุขภาพจิต ในระยะเวลา 6 สัปดาห์หรือครั้งของการเข้ากลุ่ม จากกรณีศึกษาจำนวน 7 ราย ที่มีอาการและเป้าหมายแตกต่างกัน โดยเน้นการทบทวนตนเอง การสื่อสารที่มีความหมาย การกระตุ้นให้แก้ไขปัญหาและคิดตัดสินใจในการทำกิจกรรมที่มีเป้าหมายและมีความหมายต่อการดำรงชีวิต พร้อมระบุระยะเวลาการประเมินความก้าวหน้าในสัปดาห์หรือครั้งที่ 1, 3, และ 6 (ที่ต้องมีระบบนโยบายการประเมินจาก รพ.ศรีธัญญา ในอนาคต) อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการทางสุขภาพเหล่านี้จำเป็นต้องพัฒนาเทคนิคการจัดกลุ่มกิจกรรมบำบัด การจัดนันทนาการบำบัด การให้คำปรึกษาด้วยแนวคิด Recovery Model และการนำโปรแกรม Self-Management ที่ได้ร่างข้างต้นไปใช้ต่อให้เห็นรูปธรรม
- ถ้ดมาอีกสองวัน ผมไปประชุมผู้บริหารคณะฯ นอกสถานที่ ซึ่งไม่ไกลจากคณะฯ มากนัก ผมรู้สึกเสียเวลาเล็กน้อย เนื่องจากประสบการณ์ของการเป็นผู้บริหารงานด้วยวัยวุฒิที่น้อยและเป็นสิ่งที่ตนเองไม่มีความถนัดและชอบนักเมื่อเทียบกับงานเขียนความรู้สร้างสรรค์สังคมในสิ่งที่เรียนรู้มาตลอดชีวิต ณ ปัจจุบัน แต่เมื่อลองมองอีกมุมหนึ่งคือ การเรียนรู้ประสบการณ์ของผู้บริหารท่านอื่นๆ ทีมีวุฒิภาวะมากกว่าและบทสนทนาของแต่ละท่านช่วยเพิ่มมุมมองภาพรวมของการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสแก้ไขจุดอ่อนที่เกิดขึ้นในแผนการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมาและการวางแผนงานที่มีความเป็นไปได้ในรอบปีนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับประสบการณ์ที่เคยร่วมงานกับผู้บริหารการศึกษาที่ออสเตรเลีย เรามีปัญหาในการจัดระบบการเรียนรู้และบริหารงาน เราไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เรากำลังใช้ทรัพยากรบุคคลที่ไม่คุ้มค่ากับปัจจัยและทรัพยากรที่เกิดการลงทุนเชิงวัตถุของมหาวิทยาลัย และเรากำลังจับรายละเอียดของงานกับคนมากจนเกินความคาดหวังและเป้าหมายของภาพรวมแห่งความสำเร็จและความสุขของคนทำงาน....สิ่งที่ผมทำได้ ณ ตอนนี้ คือ การใช้ความรู้ความสามารถที่พอเหมาะ ไม่สร้างความลำบากใจกับผู้ร่วมงานสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่มองระบบงานไม่ชัดเจนแต่ต้องการรายละเอียดอย่างรวดเร็ว (Young staff) และ กลุ่มที่มองระบบงานไปข้างหน้าแต่อยากสอนให้กลุ่มแรกพัฒนางานให้ทันใช้ (Senior Staff)
- วันศุกร์ ผมไปบรรยายนักเรียน ม.ปลาย ให้เข้าใจงานกิจกรรมบำบัด ก่อนตัดสินใจสอบคัดเลือกในระบบมหาวิทยาลัย ผมได้นำเทปบันทึกจากช่อง 11 (เดิม) ที่อธิบายงานกิจกรรมบำบัดที่แตกต่างจากงานกายภาพบำบัด คุณลักษณะเฉพาะและผลงานของนักกิจกรรมบำบัดของคณะฯ ในการช่วยเหลือสังคมไทย และความขาดแคลนนักกิจกรรมบำบัดอย่างมากในประเทศไทย จากนั้นผมแนะนำว่าอาจารย์กิจกรรมบำบัดของคณะฯ กำลังศึกษาต่อปริญญาเอก เพื่อบอกว่า เราผลิตอาจารย์ไม่ทันต่อความต้องการของสังคมที่คาดหวังให้มีหลักสูตรผลิตนักกิจกรรมบำบัดจำนวนมาก และเรารับนักศึกษาลดลงเหลือ 5 คน ในการสอบ Admission ปี 2552 ผมคิดว่านักเรียน ม.ปลาย คงตกใจว่าทำไมรับน้อยมากและจำสอบเข้าได้อย่างไร แต่ผมก็เน้นว่า "นักเรียนทุกคนควรทบทวนตนเองว่ามีความสุขที่จะเรียนรู้วิชาชีพกิจกรรมบำบัดหรือไม่" เพราะนักกิจกรรมบำบัดที่ดีต้องเชื่อมโยงกิจกรรมการดำเนินชีวิตรอบตัวกับวิชาการแพทย์ กิจกรรมบำบัด และสังคมศาสตร์ (เน้นจินตนาการศิลป์และศาสตร์ขั้นสูง) และควรมีคุณธรรมในการสื่อสารและช่วยเหลือผู้อื่น (เน้นการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์และจิตสังคม)
- สุดท้ายผมได้รับคติธรรมจากคุณยงยศ กัลยาณมิตร ที่รู้ระบบงานกิจกรรมบำบัดได้ดีท่านหนึ่ง ซึ่งคติธรรมเหล่านี้คัดลอกมาจาก หนังสือ "มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.tamdee.net/db/forum_posts.asp?TID=1177
ไหว้พระขอพรอะไรดี?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง
โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้
งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ
ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา
ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่
ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย
แวะมาอ่านเรียนรู้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มีความสุขในการทำงาน นะคะ
ขอบคุณครับคุณสายธาร
งานหนักมากเลยนะครับอาจารย์ แต่ก็นั่นแหละจะเก่งได้ต้องมีประสบการณ์เยอะ ผมต้องเรียนรู้จากอาจารย์ป๊อปอีกเยอะครับในงานของกิจกรรมบำบัด สู้ๆครับอาจารย์
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับคุณยงยศ
สู้ๆ เช่นกันนะครับกับการพัฒนางานเพื่อสังคมของสถาบันไพดี้
เสียดายที่ไม่ได้ดูเทปช่อง 11 (เดี๋ยวนี้ต้องเป็น NBT ^_^)
คำถามที่ว่ากิจกรรมบำบัดต่างจากกายภาพบำบัดยังไง
เจอบ่อยมากเลยค่ะ
คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักงานโอทีเลย
อยากให้โอทีเป็นที่รู้จักมากเหมือนพีทีบ้าง
ขอบคุณครับน้องโอที ให้กำลังใจและพยายามนำเสนอบทบาทนักกิจกรรมบำบัดต่อสังคมไทยเยอะๆนะครับ