GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

CoPs ชาววลัยลักษณ์ ได้อะไรบ้างจากการเข้าร่วมเสวนา UKM

แต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งคงจะต้องอยู่ที่ผู้นำของชุมชน ที่ต้องทำบทบาททั้งในฐานะ คุณกิจ คุณประสาน คุณอำนวย และคุณเอื้อไปพร้อม ๆ กัน

ตามที่ผมได้เคยเขียนบันทึกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เกี่ยวการที่ CoPs ของวลัยลักษณ์ได้เดินทางเข้าร่วมเสวนาในประเด็นของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของ CoPs ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกเครือข่าย UKM ซึ่งก็มี มอ. มหิดล นเรศวร ขอนแก่น มหาสารคาม ราชภัฎมหาสารคาม และ มวล. ในการเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ มอ. เป็นเจ้าภาพ จัดระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน ที่ ร.ร.ลีการ์เดนส์ ก็ต้องขอชมนะครับว่าเตรียมความพร้อมได้ดีทีเดียวครับ จากการที่พวกเราที่ไปเข้าร่วมเสวนาและนำข้อมูลตัวอย่างของการทำกิจกรรมของ CoPs ของวลัยลักษณ์ ซึ่งได้แก่ ชุมชนคนพัสดุ และชุมชนคนe-office  ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ผมว่าของเราไม่เบาทีเดียวนะครับ ผมเองก็ได้เรียนรู้มากมายทั้งจากการฟังตัวแทนมหาวิทยาลัยอื่นๆ มานำเสนอ และจากการทำ AAR กับพวกเรา ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ผมคิดว่า CoPs ต่างๆ ของวลัยลักษณ์เรามีจุดเด่นที่จะเอื้อให้การดำเนินงานของชุมชนมีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน ก็อันเนื่องมาจากการบริหารภายใต้นโยบาย รวมบริการ ประสานภารกิจ แต่สิ่งที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งคงจะต้องอยู่ที่ผู้นำชุมชน ที่จะต้องทำหน้าที่และบทบาททั้งในฐานะคุณกิจ คุณประสาน คุณอำนวย และคุณเอื้อ ไปในเวลาพร้อม ๆกัน  และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยพัฒนาองค์กร

2.  การพัฒนา KM วลัยลักษณ์เป็นทิศทางที่พวกเราร่วมกันเดินทางมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะในประเด็นของการเน้นในเรื่องการจัดการความรู้ควบคู่กับการจัดการความรู้สึก เป็นสิ่งที่มีผลกระทบในเชิงบวกได้ดีพอสมควร

3. ผมพบว่าศักยภาพของบุคลากรของวลัยลักษณ์ที่ได้มีโอกาสไปนำเสนอ ทั้งในด้านวิธีคิด วิธีนำเสนอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อองค์กร การทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมได้รับรู้จากผู้ที่ได้เข้าร่วมเสวนา และผมเองก็ภูมิใจในเพื่อนร่วมงานของผมมาก และคิดว่าวลัยลักษณ์สามารถที่จะก้าวไปเป็นที่หนึ่งได้ไม่น้อยหน้าใครที่เดียว

4. สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ นอกจากภาวะความเป็นผู้นำ ของผู้นำชุมชนแล้ว ในเรื่องของสมาชิกชุมชนก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สมาชิกทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนในรูปแบบที่เรียกว่า ใจสั่งมา ไม่ใช่ใครสั่งมาก็มา จึงจะถือว่าเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จของชุมชนประการหนึ่ง

    นอกจากนี้ผมเองยังได้เรียนรู้และตระหนักมากขึ้นว่า การส่งเสริมในชุมชนมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง รักการทำงานเป็นทีมโดยในทีมที่ไม่เป็นทางการ  มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันของชุมชน ก็จะเกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน และเกิดนวัตกรรมในการทำงานในที่สุด ผมอยากจะใช้โอกาสนี้เชิญชวนพวกเราชาววลัยลักษณ์ทุกคน ที่อยากจะก่อร่างสร้างชุมชนใหม่ หรือมีการร่วมกันเป็นชุมชนอยู่แล้ว แต่ต้องการให้หน่วย OD ของมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องใดบ้างที่จะให้การทำงานของชุมชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืนขอให้บอกนะครับ เพื่อวลัยลักษณ์ของเราครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 23565
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

คุณปิติกานต์  จันทร์แย้ม  เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป  หน่วยพัฒนาองค์กร  มวล.  หนึ่งใน 10 คน ที่ได้เดินทางไปเข้าร่วมการเสวนา UKM ครั้งที่ผ่านมา  ได้มาเล่าประสบการณ์จากการเสวนาฯ ให้ผมฟังอย่างย่อ ๆ  ซึ่งเห็นว่าแต่ละ มหาวิทยาลัย แต่ละ CoP และแต่ละคน ได้ความรู้/แนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นประโยชน์ในการดำเนินงานของ CoP ได้  โดยในส่วนของ มวล.ได้มีแนวคิดที่นำเอาประสบการณ์ดังกล่าวมาขยายผลเพื่อร่วมกันพัฒนา CoP ต่างๆ ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป  และทราบว่าคุณปิติกานต์ได้ประสานงานนัดหมายผู้ที่ได้เดินทางไปเสวนา UKM ทั้ง 10 ท่าน มาร่วมเสวนา  แบ่งปันความรู้  และลปรร.กับทีมคุณอำนวย และสมาชิกของ CoPอื่นๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเสวนาฯ UKM เพื่่อจะได้เรียนรู้และหาแนวทางในการดำเนินงานร่วมกัน โดยกำหนดไว้ในวันที่ 20 /4/49  ซึ่งผมคิดว่าแต่ละ CoP มีความสนใจ  มีความตั้งใจและมีความตื่นตัวมากมายทีเดียว  น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก

    ประกอบกับเมื่อวันที่ 10/4/49 ที่ผ่านมา แต่ละ CoP ได้ส่งผู้แทนฯ เข้าร่วมการอบรมเรื่อง การใช้บล็อกเพื่อการจัดการความรู้โดยได้รับเกียรติจาก ดร.จันทวรรณ  น้อยวัน เป็นวิทยากร และได้อบรมถึงการเป็นสมาชิกของ GotoKnow.org  หลังจากอบรมเสร็จแล้ว แต่ละ CoP จึงสนใจที่จะเปิดบล็อกของ CoP ต่างๆ ขึ้นมา  เพื่อจะได้ ลปรร.กันระหว่างสมาชิก  รวมถึงการ ลปรร.กับหน่วยงานภายนอก ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน  ดังนั้นช่วงเวลานับจากนี้ไป  น่าจะเป็นช่วงเวลาของการพัฒนาเพื่อสร้างความเป็นชุมชนในที่ทำงาน  เกิดบรรยากาศของการลปรร.ทั้ง F2F และ B2B และน่าจะนำไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ภายในระยะเวลาที่ไม่นานมากนัก

 

กลุ่มเจ้าหน้าที่ของวลัยลักษณ์ที่ได้รับการฝึกอบรบล็อกไปแล้วนั้น ดูจะมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตอยู่แล้วเป็นอย่างดีคะ ทำให้การฝึกอบรมไม่ค่อยมีปัญหา ทุกคนดูจะสามารถทำตามได้โดยง่ายคะ

ดิฉันคาดว่า วลัยลักษณ์คงเป็นโรคติดบล็อกกันในอีกไม่ช้าคะ :)

วันนี้ (20 เมษายน 2549) ผู้ประสานชุมชน สมาชิกชุมชน คุณอำนวยของชุมชนในวลัยลักษณ์ ได้แก่ ชุมชนคนทำ eoffice ชุมชนคนหลังไมค์ ชุมชนคน 5 ส. ชุมชนคนทำ Web ชุมชนคนทำ Oracal ชุมชนคนพัสดุ ชุมชนคนการเงิน ชุมชนคนทำงานเพื่อคน ได้ร่วมเสวนากันเป็นครั้งที่ 3/2549 ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ มีการถ่ายทอดประสบการณ์สิ่งที่ได้รับจากการไปประชุมเครือข่ายการจัดการความรู้ที่ มอ. เป็นผู้จัดให้กับสมาชิกที่ไม่ได้ไป ได้ทราบแนวทาง ซึ่งได้เรียนรูถึงแนวทางทิศทางการบริหารจัดการ CoP ให้ประสบผลสำเร็จได้ดังนี้
        1. CoPs จะต้องมีทีมงาน มีคุณอำนวย  มีคุณลิขิต มีคุณประสาน เพื่อการติดตามและประเมิน มีหน่วยงานที่คอยสนับสนุน มีสมาชิกที่อยู่ระหว่างหน่วยงานเพื่อจะช่วยเพิ่มมุมมองให้กับ CoPs และ CoPs ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน
        2. สมาชิกในชุมชน ขออนุญาตใช้คำของคุณบอย สหเวชฯ ของ มน. นะคะ คือสมาชิกต้องมี "ใจสั่งมา" มีความสมัครใจ มีส่วนร่วม ชอบสิ่งเตียวกัน มีเป้าหมายร่วมกัน มีความพยายามร่วมกันเพื่อที่จะให้สำเร็จ ไม่ย่อท้อ (ต้องเป็นกำลังใจให้แก่กัน)
        3. กิจกรรมที่จัด ต้องมีความต่อเนื่อง ไม่แบ่งชั้นวรรณะ กิจกรรมอาจจะเริ่มจากกลุ่มทำงานเหมือนกัน หรือปัญหาที่เจอร่วมกัน และร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อหาวิธีการทำงานที่ดีที่สุดและงานนั้นประสบผลสำเร็จ ชุมชนต้องอาจจะต้องมีแรงจูงใจหรือสิ่งกระตุ้นให้สมาชิกเข้ามาแลกเปลี่ยน และอย่าลืมให้มีการเอากระบวนการการจัดการความรู้มาใช้ในการสกัด จัดเก็บและยกระดับความรู้จากการปฏิบัติจริง พร้อมมีการบันทึกลง BLOG ซึ่งต้องมีการเล่าสด ๆ จึงทำให้ตนเองอยากเขียนและคนอื่นสนใจอยากอ่าน การเก็บข้อมูลเชิงสถิติตัวเลขก็สำคัญที่จะวิเคราะห์ความก้าวหน้าและบอกความสำเร็จของชุมชนได้
        นอกจากนั้นเรา(ผู้เข้าร่วมเสวนา)ได้ร่วมหารือแนวทางการจัดตั้ง BLOG ของชุมชนกันซึ่งโดยบริบทของชุมชนมีลักษณะแตกต่างกัน บางชุมชนอยู่ในภาระงานของตนเอง บางชุมชนก็เป็นชุมชนที่มีแรงปราถนาที่จะแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดและทำในสิ่งที่ตนเองสนใจและเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนแต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มทักษะในการทำงาน ได้มีการเสนอแนวทางออกที่น่าสนใจแก่กัน ซึ่งต้องขอชื่นชมชุมชนคนทำ Eoffice จริงๆ ๆ นะคะว่าได้มีการพูดคุย เตรียมการถึงแนวทางในการถ่ายทอดประการณ์ในการทำงานผ่าน BLOG มาก่อนที่จัดเสวนาครั้งนี้ และเห็นการทำงานเป็นทีมชุมชนที่เข้มแข็ง ที่ชักจูงทีมงานมาถึง 6 ท่านทำให้การเสวนาครั้งนี้ชุมชนคนทำ Eoffice จึงได้แนวร่วมและแนวทางในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกที่ชัดเจน และคิดว่าคงจะเห็นความคึกคักในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน BLOG ของชุมชนใน คนทำEoffice เร็วนี้แน่ๆ (http://wu-eoffice-km.gotoknow.org/) เนื่องจากทราบว่าทางชุมชนมีแผนที่จะจัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ f2f ระหว่างสมาชิกประมาณกลางเดือนพฤษภาคม และจะแนะนำ BLOG ให้สมาชิกได้รู้ซึ่งเมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดี  มันส์มากคะวันนี้...     
           สำหรับ CoP อื่นๆและตนเองก็เห็นทิศทางที่จะสนับสนุน CoP และบริหารจัดการ CoP ซึ่งตั้งใจว่าจะจัดเวทีเสวนาเช่นนี้อีกเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งครั้งหน้าเป็นครั้งที่ 4 พบกันที่ชุมชนคนพัสดุ ในวันอังคารที่ 30 พฤษภาคม 2549 เวลา13.30-16.00 น.โดยกำหนดหัวข้อในการพูดคุย แลกเปลี่ยนร่วมกันคือ
           1. การนำเสนอแผนกิจกรรมของ CoP
           2. แลกเปลี่ยนเรื่องการสร้างและแก้ไข BLOG หรือเทคนิกพิเศษ
           3. บอกเล่าผล/สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมที่แต่ละชุมชนได้จัดไป

สิ่งที่ดีใจสุดๆ สำหรับเวทีเสวนาครั้งนี้
           1. ความร่วมมือเป็นทีมงานระหว่างชุมชน ที่จะช่วยเหลือ แบ่งปันกัน เนื่องจากชุมชนคนทำ Eofficeมีแผนที่จะจัดกิจกรรมประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ได้อาสาช่วยจาก ชุมชนคนหลังไมค์(พี่สุภาณี)...ดีจัง และเมไปช่วยแน่นอนคะ
           2. วันนี้มีสิ่งที่เหนือความคาดหวังคือสมาชิกชุมชนคนทำ Eoffice เข้ามาร่วมเสวนาถึง 6 ท่าน
           3. นอกจากสมาชิกเข้าร่วม คุณอำนวยของชุมชน ไม่ว่า พี่จินตตนา(หัวหน้าส่วนพัสดุ)  พี่พิพัฒน์พันธ์(หัวหน้าส่วนการเงิน) พี่สิทธิชัย(หัวหน้าส่วนสารบรรณและอำนวยการ) ก็เข้าร่วมทำให้บรรยาศการแลกเปลี่ยนมีหลายมุมมอง
           4. การใส่อกใส่ใจกัน เนื่องจากวันนี้พี่เอ๋ ผู้ประสานชุมชนคนประหยัดพลังงานจะไม่มาเนื่องจากติดภาระกิจไม่สามารถมาร่วมได้ ก็ยังโทรมาระหว่างเสวนาประมาณ 16.00 น. ว่าจะเขียนประสบการณ์ที่ได้รับถ่ายทอดให้เพื่อนรู้ให้

นวัตกรรมที่เกิดขึ้นกับตนเองในจากการเสวนาครั้งนี้ คือ
           1.แนวทาง วิธีการเขียนเล่าประสบการณ์ใน Blog
               * เล่าจากสิ่งที่พบจริง อะไรที่ทำให้เราประสบผลสำเร็จและเรามีวิธีแก้ปัญหานั้นอย่างไร
               *เล่าซื่อๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
               * เรื่องเล่าต้องสดๆ ถึงน่าสนใจ
               * เล่าแบบไม่ตีความ
               * ไม่ต้องกังวลที่จะเล่า
           2. รูปแบบแนวทางที่ดีในการจัดเสวนาครั้งต่อไป ที่จะเชิญสมาชิก บุคคลอื่นๆที่สนใจ ไม่ใช้เฉพาะผู้ประสานหรือคุณอำนวย

นวัตกรรมที่เกิดขึ้นกับเวทีการเสวนาชุมชนในวลัยลักษณ์ครั้งนี้
           1. ในการเสวนาครั้งหน้าเมื่อชุมชนใดที่ต้องการแสดงความคิดเห็น ก็ให้ยกมือก่อนที่จะพูด
            2. การให้เกียรติกับผู้เป็นคุณอำนวยและคุณลิขิตในการเสวนา
            3. การให้เกียรติกับชุมชนที่กำลังจะเล่า โดยการฟังอย่างตั้งใจ และสนับสนุนให้ข้อสังเกต

วัฒนธรรมที่ดีสำหรับวันนี้   การร่วมด้วย ช่วยกันสนันสนุนกิจกรรมของ CoP ถึงแม้ว่าจะไม่ใช้ CoP ของตนเอง เราเป็นทีมงานเดียวกันและการยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ยอมรับให้เกียรติซึ่งกันและกัน...มีความสุขจังวันนี้ ขอบคุณคะ
สำหรับภาพบรรยากาศกิจกรรมวันนี้ จะลงใน Blog ของตนเองวันพรุ่งนี้นะคะ http://wu-learning.gotonow.org

  ขอแก้ไข ชื่อ Blog ของตนเองนิดนึงนะคะ(มือใหม่คะ)http://gotoknow.org/wu-learning แวะเข้าไปดูนะคะ และของ ชุมชนคนทำ eoffice ก็ลองทดลองดูก็ link ไม่ได้คะ ต้องเป็น http://gotoknow.org/wu-eOffice-km ขอโทษด้วยนะคะ

สวัสดีค่ะ "พี่ติ๋ม"ช้ากว่าเม(ปิติกานต์)ซะแล้วมัวเซ็นแฟ้มอยู่ เยี่ยมเลยต้องอย่างนี้ซิสดจริงๆทีม OD  วันนี้ทั้งๆที่เพิ่งกลับจาก กทม.ได้รับจม.น้อยจาก "เม"ว่าวันนี้มีการ ลปรร.ของชุมชนนักปฏิบัติกันเชิญ"พี่ติ๋ม"ด้วย  แน่นอนอยู่แล้วเพื่อทุกคน"พี่ติ๋ม"ยินดีเสมอ และไม่ผิดหวังเลยมีสมาชิกจากหลายชุมมชนเข้ามาพบกันถือว่าการประสานงานของหน่วย OD work! ค่ะ

            เราเริ่มต้นจากการเล่าเรื่องของตัวแทน"ชุมชน"(รวมพี่ติ๋มด้วย)ที่ได้ไปร่วมงานของ UKM(มอ.เป็นเจ้าภาพ) ว่าได้อะไรมาบ้าง เป็นการเล่าเรื่องที่พวกเรามีความสุขกันมากมีการหยอกล้อ(ความลับของสาวๆ)ได้ความรู้และเสียงหัวเราะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เริ่มการเล่าจากคนอายุน้อยก่อน แน่นอน"พี่ติ๋ม"คนสุดท้าย สิ่งที่ได้ก็ต่างกันไปแล้วแต่ความสนใจ เสียงหัวเราะก็ต่างกันไปตามวิธีการเล่า แต่เราแน่ใจว่าทีมOD ได้แบ่งกันทำหน้าที่การ "บันทึก"ไว้แล้ว

            ต่อมาเราก็มาช่วยกันหาแนวทางในการจัดการเรื่อง Blog ที่ดร.จันทวรรณมาสอนไว้ว่าจะทำอย่างไรให้มันมี"ชีวิต"การแยกเขียนคนละ Blog น่าจะยาก ในระดับนี้เราน่าจะเริ่ม "Blogชุมชน..."กันก่อน ทุกคนเห็นด้วย  เราก็คิดกันต่อว่าเราจะจัดการกับ"Blogชุมชน.."อย่างไร คนที่มีความรู้เรื่องIT เสนอว่าน่าจะสร้างวิธีเชื่อม Blogของสมาชิกทุกคนมาเข้า "Blogชุมชน.."บ้างก็เสนอว่าน่าจะเริ่มที่ทีมจัดการก่อนในการเปิดประเด็น แต่สมาชิกทุกคนก็เข้ามา ลปรร.กันได้ ด้วยเกรงว่าวิธีแรกจะยุ่งยากทางเทคนิค พี่ติ๋มไม่มีความรู้เรื่องนี้แต่เมื่อฟังแล้วก็น่าจะต้องให้ทางเทคนิคเขาสบายใจ จึงขอเป็นถูกทั้ง ๒ทางโดยเพื่อไม่ให้วุ่นวายทางเทคนิคก็น่าจะใช้ทีมจัดการเป็นคนเปิดประเด็นใน"Blogชุมชน.."แต่เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสเสนอประเด็นได้ก็ให้แจ้งวิธีการเสนอประเด็นผ่านทีมจัดการได้ เมื่อทุกคนเห็นด้วยก็ให้กลับไปสำรวจความพร้อมของแต่ละชุมชน และให้แจ้งหน่วยOD ๆจะจัด "น้องหวาด"(บรรณพต ปชส.)ผู้เชี่ยวชาญด้าน ITมาช่วยสอนเทคนิคให้ต่อไป

        สุดท้ายเราก็วางแผนการกำหนดวันและหัวข้อ ลปรร.ครั้งต่อไปตามที่ "เม"แจ้ง(อย่าลืมที่ห้องพัสดุนะคะ)

        งานนี้ขอชื่นชม ทีมOD เห็นชัดว่าวางแผน แบ่งงานเตรียมการมาดีไม่ว่า "อู๊ด"(บรรจงวิทย์)ที่ทำหน้าที่คุณอำนวย "เม"(ปิติกานต์)และ"ฉันทนา"ที่ทำหน้าที่คุณลิขิตและคุณประสาน และสมาชิกส่วนสารบรรณฯเห็นพลังของความสุขที่ได้ร่วมกันคิดงานและภาคภูมิใจผลงานที่เตรียมมา ไม่ว่าจะเป็น คุณสิทธิชัย(หน.ส่วน)ที่นั่งสบายใจ,เปี๊ยก(ประไพ)ที่แสดงความคิดเห็นอย่างมั่นใจในฐานะผู้รับผิดชอบ,ต้อม,เก๋,จุก,หนุ่ยและหนิงที่คอยช่วยเสริมเติมเต็ม แถมด้วยการแย้มแผนการฝึกเป็น"คุณอำนวย""คุณลิขิต"ในการ ลปรร.เรื่อง e-office ช่วง 15-19 พค นี้(บอกว่าขอปิดรายละเอียดไว้ก่อน)ขนาดปิดนะยังอดใจไม่ได้ว่าจะใช้กระบวนการ KM ที่ได้เรียนรู้มา แค่นี้"พี่ติ๋ม"ก็แสนจะปลื้ม(รวมพี่ๆทีมFAทุกคน)เพราะสิ่งที่พวกเราทำให้น้องๆไม่ได้สูญเปล่าเลย