GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ธรรมะสหกรณ์ของท่านพุทธทาสภิกขุ (ตอน 1)

รวบรวมโดย นายสหพล สังขฺเมฆ

“สหกรณ์ เป็นที่ตั้งของสิ่งทั้งปวง แม้แต่ชีวิตที่ตั้งอยู่ได้และมีความเจริญไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยโดยมากแล้วเป็นเรื่องที่เราหลับหูหลับตาทำกันหรือทำอย่างเด็กเล่น จึงขอให้เห็นเป็นเรื่องใหญ่โตมหาศาลเหมือนระบบจักรวาล” เป็นคำบรรยายธรรมเรื่องธรรมะสหกรณ์ของพระธรรมโมฆาจารย์หรือที่รู้จักกันดีในนาม ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎ์ธานีได้บรรยายให้กับ๕คณะกรรมการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในเขตภาคใต้จำนวน 60 คน เมื่อวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2534 เป็นคำบรรยายธรรมเรื่องธรรมะสหกรณ์ของพระธรรมโมฆาจารย์หรือที่รู้จักกันดีในนาม ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎ์ธานีได้บรรยายให้กับ๕คณะกรรมการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในเขตภาคใต้จำนวน 60 คน เมื่อวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2534

  1. ความหมายและความสำคัญของสหกรณ์

ท่านได้เปรียบเทียบความหมายของสหกรณ์ว่า “ระบบสุริยจักรวาลมันใหญ่โตแค่ไหนก็ตั้งอยู่ได้ความหมายของสหกรณ์ แต่เป็นสหกรณ์ที่ละเอียด มีความลึกลับของความเป็นสหกรณ์ในแต่ละส่วนของระบบสุริยจักรวาล มีแรงดึงดูด ยึดหน่วยผลักดันกันอย่างดีมันจึงตั้งอยู่ได้ ในโลกนั้น มนุษย์ สัตว์ ต้นไม้ แผ่นดินมีความเป็นสหกรณ์อย่างน่าประหลาด การที่โลกมีความเหมาะสมเป็นที่ตั้งที่เกิดแห่งชีวิตก็เพราะมีความเป็นสหกรณ์ “ นั่นคือความสำคัญของคำว่าสหกรณ์ในระดับกว้างใหญ่และไกลตัว

และท่านก็ได้ให้ความหมายกระชับที่ใกล้ตัวว่า “ ในระบบชีวิตของคนๆ หนึ่งก็เต็มไปด้วยความหมายแห่งสหกรณ์ อวัยวะ แขนขา มือ เท้าก็เป็นระบบสหกรณ์ของกันและกัน ส่วนอวัยวะภายใน ตับ ไต ไส้ พุง เซลล์เป็นล้านๆเซลล์ หรือแม้แต่ธาตุทั้งหลายมันก็อยู่ได้ด้วยระบบสหกรณ์ มันเกี่ยวเนื่องกันเป็นระบบชีวิต ถึงจะอยู่ได้ ถ้าไม่มีการกระทำร่วมกันมันอยู่ไม่ได้ก็หมายถึงตาย ถ้ามีการกระทำร่วมกันมันจึงไม่ตาย และมีความเจริญขึ้นไปตามลำดับ ในตัวเราร่างกายอัตภาพหนึ่งก็มีตัวธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นเนื้อเป็นหนัง เป็นเอ็น เป็นกระดูก มันก็เป็นธรรมชาติทุกส่วนของร่างการ มีกฎธรรมชาติบังคับอยู่มันถึงเจริญงอกงาม และเป็นไปตามกฎนี้ทุกประการ ตา หู จมูก ลิ้น การ ใจ ตับไต ไส้พุงก็มีหน้าที่ ฉะนั้นมีชีวิติอยู่รอดเพราะแต่ละส่วนทำหน้าที่อย่างถูกต้องนี่คือ ความลับของธรรมชาติที่เราเรียกว่า “สหกรณ์ “สรุปไดว่าว่า อย่างไรเสีย ชีวิตทั้งหลายก็ไม่พ้นไปจากระบบสหกรณ์ของระบบธรรมชาติ

ท่านได้มองระบบสหกรณ์ที่กว้างใหญ่ของสุริยจักรวาล มองสหกรณ์ ในร่างการมนุษย์และยังมองต่อไปในสิ่งที่เล็กๆ ว่า”เส้นด้ายเส้นหนึ่ง ประกอบด้วยเส้นไหมใยฝ้ายในลักษณะของสหกรณ์ จึงเอามาทำเป็นผ้านุ่งห่มได้ และมีความสามารคเหนี่ยวเกินตัว ไม่ขาดง่าย เมื่อประกอบเข้าเป็นหลายเส้นมันก็มีความทน มีกำลังประกอบกับเป็นพื้นผ้าได้ ฉะนั้นเส้นด้ายเส้นหนึ่งมีวิญญาณแห่งความเป็นสหกรณ์ คือสหกรณ์ที่มีลักษณะเป็นธรรมชาติของตัวมันเอง มนุษย์จึงเพียงเกี่ยวข้องในเรื่องการจัดการมากกว่า จึงได้รับประโยชน์”

ท่านจึงสรุปเปรียบเทียบความหมายของสหกรณ์ว่า “สหกรณ์ จึงมีความหมายดังกล่าว คนโง่ คนเห็นแก่ตัวจะนำมาใช่ไม่ได้ ทำให้สหกรณ์กลายเป็น “สหโกง” ไปหมด มันรวนเร ล้มลุกคลุกคลานเพราะมันไม่รู้คุณค่า และความหมายแท้จริงของคำว่า สหกรณ์”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 23564
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)