จะมีสักกี่ครั้ง ในเวลาที่เราพูดปลอบใจผู้อื่นว่า ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ  อย่ากังวลไปเลย แล้วความรู้สึกที่เรียกว่าเข้าใจของเราจะตรงความรู้สึกของผู้ถูกปลอบจริงๆ 

คงเป็นไปได้ยากนะคะ  ถ้าไม่ได้ประสบด้วยตนเองมาก่อน  อย่างที่เป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า เด็กน้อยที่ตาม พ่อ แม่ ซึ่งเป็นอาสาสมัครไปช่วยผู้ประสบภัยเป็นประจำ  พบเห็นความเจ็บ ความตายอยู่ทุกเมื่อ พอถึงคราวประสบเหตุ ในเหตุการณ์ที่ พ่อ แม่ ของตนเอง เป็นผู้เคราะห์ร้ายโดนรถพุ่งชน ต่อหน้า ต่อตา  ยังกล่าวว่า  ที่ผ่านมา ไม่เคยรู้ซึ้งเท่าวันนี้ว่าผู้ได้รับทุกข์นั้นรู้สึกเจ็บปวดเพียงใด

เป็นที่ทราบกันดีว่า  วันเวลาที่มหาวิทยาลัยจะต้องออกนอกระบบ ใกล้เข้ามาทุกที  ไม่ทราบจะเข้าท่ารึเปล่า  ที่ดิฉันคิดเอาเองว่า ผู้ที่สมควรออกนอกระบบ  มาประสบเหตุ การเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ก่อนใคร ก็คือผู้บริหารมหาวิทยาลัย  การเตรียมปรับโครงสร้างการบริหารงาน และสร้างระบบบริหารทรัพยากรบุคคลใหม่อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ซึ่งท่านผู้บริหาร ต้องวางแผนดำเนินการอย่างดี ก่อนออกนอกระบบ หากท่านเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้อยู่แล้ว ท่านจะมีความเข้าใจ ปัญหาได้อย่างแท้จริง และหาวิธีป้องกันปัญหาต่างๆได้  

ท่านผู้บริหาร  ผู้ซึ่งมีอำนาจในการออกกฎ  ออกระเบียบ จะสามารถเทียบเคียงระบบเก่าที่เคยอยู่  กับระบบใหม่ที่ต้องอยู่ว่า  ทำอย่างไรจึงจะรักษาอาจารย์ดีดีรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ได้  ระบบการประเมินภาระงานให้ชัดเจนเป็นธรรมต้องกำหนดน้ำหนักเรื่องไหน เท่าไร  การกำหนดค่าตอบแทนตามภาระงานทำอย่างไรจึงจะพอดีตามผลงานที่ทำ เป็นต้น

ดิฉันเคยรับราชการเป็นอาจารย์ นาน 19 ปีพอดี แล้วลาออก มาเข้าสู่ระบบใหม่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ (ก็อาจารย์นั่นแหละ) ดิฉันไม่ห่วงหาอาลัยกับเครื่องราชฯ หรือสายสะพาย ไม่ติดใจกับคำว่าพนักงาน ไม่กลัวการถูกประเมิน แต่ที่ยังมีความอยาก (ที่คงเป็นไปไม่ได้) คือ อยากให้มหาวิทยาลัย มีระบบบริหารงานบุคคล (อาจารย์) ที่เหมือนกัน เพราะสิ่งนี้สามารถส่งผลให้บุคลากรในสถาบันเกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รักและสามัคคีกลมเกลียวกันได้เป็นอย่างดี 

ดิฉันไม่มีความรู้ด้านการบริหารงานบุคคลเลย  รับรู้ได้เพียงว่า ระบบการบริหารงานบุคคลที่มี 2 ระบบ ณ ปัจจุบัน สร้างความแบ่งแยกกัน นับตั้งแต่ชื่อตำแหน่งเสียแล้ว