คนที่ลังเลไม่ยอมตัดสินใจเป็นคนที่น่าสงสาร

การเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ผ่านพบให้กับตนเอง  คนที่เดินทางมากมีความสังเกตเรียนรู้เก็บจดจำก็มากประสบการณ์ที่เอามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต  ในปัจจุบันนี้มักได้ยินเสียงบ่นออกมาจากปากผู้คนจำนวนหนึ่งไม่มากนักที่บ่นออกมาว่า...

เบื่อโว้ย...เซ็งเป็ดเลยนิ...ฯลฯ  ฟังดูแล้วเหมือนความสุขในชีวิตได้โบยบินไปไกลแสนไกล  เป็นการแสดงอารมณ์ที่ไม่สบายใจ  ซึ่งอาจกล่าวถึงอารมณ์อย่างนี้เป็น  3  ขั้นดังนี้

1 . ขั้นเซ็ง  เหมือนคนรออะไรนาน ๆ หรืออยู่ว่าง ๆ มีแต่กินกับนอนมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ

2 . ขั้นเบื่อ  เหมือนคนทำอะไรจำเจ  เจอของเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ โอ๊ยตูละเบื่อวะ...เลยบ่นออกมาดัง ๆ

3 . ขั้นเอียน  เหมือนคนเบื่อชีวิตอย่างหนัก  เบื่อทุกสิ่งทุกอย่าง  เบื่อโลก  ต้องการหนีจากโลก  การเอียนชีวิตอย่างนี้อาจเป็นเพราะการเป็นบุคคลล้มละลาย  หมดอาลัยตายอยาก  เป็นคนผิดหวังในชีวิตอย่างแรง  หรือเป็นคนอกหักอย่างแรง  อยากตายให้รู้แล้วรู้แรดซะเลยละ

ถ้าใครเจอสภาพอย่างนี้ต้องหาทางแก้ไขด่วนคือข้อหนึ่งต้องแก้ด้วยหางานทำอย่าอยู่ว่าง ๆ เพราะการทำงานคือการปฏิบัติธรรม  

 ข้อสองต้องเปลี่ยนวิธีคิดเพราะเมื่อไม่มีสิ่งที่เราชอบก็ต้องชอบในสิ่งที่เรามี  การเข้าไปในป่าควรหาอะไรติดมือออกมาบ้างอย่าออกมามือเปล่า 

ในข้อสามต้องกล้าหาญหักมุมคิดให้เป็นบวกเพราะแม้ทุกสิ่งจะสูญเสียไปแต่อนาคตยังอยู่ นาข้าวถูกน้ำท่วมตายหมด  แต่เรายังมีแผ่นดินให้ทำนาได้อีก  ทุกสิ่งจะเสียไปแต่ลมหายใจเรายังอยู่ 

เราต้องกล้าอย่างนักบวชสิตธัตถะที่ตั้งปณิธานเด็ดเดี่ยวว่าถ้าไม่บรรลุโพธิญาณเราจักไม่ลุกจากที่ตรงนี้เด็ดขาด  จนสำเร็จกลายมาเป็นพระพุทธเจ้าศาสดาของพระพุทธศาสนา 

 นั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตอยู่ที่การเปลี่ยนวิธีคิด  คนที่ลังเลไม่ยอมตัดสินใจเป็นคนที่น่าสงสาร  ความจริงนั้นเรามีเสรีภาพที่จะตัดสินใจเลือก  เราต้องกล้าตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตใหม่แล้วเราก็จะเปลี่ยนจากเซ็งกลายเป็นเฮ็งไงละ..ฮิ ฮิ ฮิ.