1 ปีผ่านไป

หลังจากการทำงานภายใต้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นครบ 1 ปี มีเรื่องเล่ามากมาย เรื่องระบบการเงินที่เปลี่ยนไปตามระเบียบของท้องถิ่น  1 ชุดมี 3 ขั้นตอนประมาณ 10 กว่าหน้ามีการขอเลขฎีกา ขออนุญาติ  อนุมิติ ตรวจรับ ดีที่มีน้องธุรการเข้ามาช่วยในการทำงาน การทำงานในเรื่องชุมชนก็ทำเหมือนเดิม แต่เพิ่มเจ้าหน้าที่ จากพยาบาล 1 คน ท้องถื่นจ้างเพิ่มอีก 2 คน เป็น 3 คน นักวิชาการ 1 คน หัวหน้ากอง 1 คน รวมเจ้าหน้าที่ 5 คน ลูกจ้าง 4คน  ทำความสะอาด 1 แผนไทย 1 บันทีกคอม 1 ธุรการล่าสุดเดือนมกราคม 2552 รวมเจ้าหน้าที่ในกอง รวม 9 คน งานการเยี่ยมบ้านโดยพยาบาลวิชาชีพ การทำกิจกรรมเพิ่อนช่วยเพื่อนในการดูแลผู้พิการด้อยโอกาส สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง ในระดับหมู่บ้าน ตำบล การบรูนาการงานทุกงานเข้าด้วยกัน สนุกผ่านมา 1 ปี แต่ที่รู้สึกเสียใจคือการถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพสาธารณสุขเดิมมองเป็นคนชายขอบ คนต่างพวก งบประมาณ UC ในแต่ละงวดก็รอไปก่อน งบที่ได้เป็นงบที่จัดสรรตรงจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพ แต่ก็มีเรื่องดีก็ได้รับยา การร่วมประชุม ทำให้ประชาชนในตำบลไม่รู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่ใช่อำเภอเดียวกัน การทำงานด้านสุขภาพยังคงทำงานร่วมกัน การทำงานมองที่ประชาชนเป็นหลัก คนทำงานอย้างพวกผมเสียผลประโยชน์น้อยบ้างมากบ้าง คงไม่เป็นไร แต่เมื่อไรประชาชนเดือดร้อนจากการแบ่งแยกการทำงานผลเสียก็จะตกแต่ผู้ทำกรรมนั้น วันนี้ทีมงานของสถานีอนามัยก้าวออกมานอกกรอบของการมองสุขภาพประชาชนที่ไม่แยกส่วนของอวัยวะ เพศ การศึกษา ฯลฯ มองแต่ว่าวันใดจะมาผู้กล้าเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่นำประเด็นเรื่องเงินมาเป็นตัวตั้งของการทำงาน ในช่วงแรกสถานีอนามัยผมก็พยายามเรียกร้องตามสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ กลับกลายเป็นว่าผมและทีมงานเป็นคนหัวแข็งก้าวร้าวไร้เหตุผล เห็นแก่ได้ ผมทำเพื่อนำเงินที่ได้มาใช้กับประชาชนในเขตรับผิดชอบของผม ใครจะมองว่าเป็นกลุ่มคนหัวแข็งแต่ประชาชนเรียกเราว่าหมอ หมอที่ไร้วิชาชีพ อาศัยวิชาชีพของพยาบาลก็ตาม อีกไม่นานจะมีผู้กล้ามาร่วมเดินทางบนเส้นทางสุขภาพแห่งความสุข ร่วมกัน.........